โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

แหนแดง พืชน้ำมหัศจรรย์ ธาตุอาหารพืชและอาหารสัตว์ ช่วยลดต้นทุน ให้ผลผลิตสูง

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 19 มิ.ย. 2567 เวลา 07.27 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2567 เวลา 02.00 น.

แหนแดง เป็นพืชตระกูลเฟิร์น เจริญเติบโตบนผิวน้ำ เลี้ยงได้ในบ่อตื้น หากปล่อยลงบ่อในฤดูฝนจะใช้เวลาเติบโตเต็มบ่อ 5 ตารางเมตร ในระยะเวลาเพียง 10-15 วันเท่านั้น

แหนแดง มีอยู่มากมายหลายสายพันธุ์ ประมาณ 7 สายพันธุ์ แต่ที่เหมาะสำหรับประเทศไทยมีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์อะซอลล่า พินนาต้า (Azolla pinnata) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมในประเทศไทย กับสายพันธุ์อะซอลล่า ไมโครฟิลล่า (Azolla microphylla) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่กรมวิชาการเกษตรนำเข้ามาเพื่อคัดพันธุ์ แล้วแต่ละสายพันธุ์แตกต่างกันอย่างไร ไปดูกันเลย

สายพันธุ์อะซอลล่า พินนาต้า (Azolla pinnata)

  • สายพันธุ์ท้องถิ่น
  • มีถิ่นกำเนิดกระจายอยู่เป็นบริเวณกว้างของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน อินเดีย และออสเตรเลีย
  • ลักษณะ ใบบนและล่างมีขนาดใกล้เคียงกัน ใบล่างค่อนข้างโปร่งใส มีคลอโรฟิลล์น้อยมาก ใบบนเป็นสีเขียวมีคลอโรฟิลล์

สายพันธุ์ไมโครฟิลล่า (Azolla microphylla)

  • ปรับปรุงพันธุ์โดยกรมวิชาการเกษตร
  • มีถิ่นกำเนิดเดิมอยู่บริเวณเขตร้อนของอเมริกา และหมู่เกาะเวสต์อินดีส
  • ลักษณะ ใบบนด้านหลังมีโพรงใบ และมีสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินอาศัยอยู่ในโพรงใบของแหนแดง
  • จุดเด่น มีขนาดใหญ่ เจริญเติบโตได้รวดเร็ว ตรึงไนโตรเจนได้มากกว่าสายพันธุ์ท้องถิ่น และให้ผลผลิตสูงกว่าสายพันธุ์พื้นเมืองถึง 10 เท่า

อุปกรณ์ในการเพาะเลี้ยง

  • บ่อซีเมนต์ขนาด 80 เซนติเมตร สูง 40 เซนติเมตร เจาะรูเหนือก้นบ่อ 15 เซนติเมตร
  • ดินนา หรือดินเหนียว
  • ปุ๋ยคอก 1 กิโลกรัม
  • แม่พันธุ์แหนแดง 50 กรัม

การเพาะเลี้ยง

  • ใส่ดินนา หรือดินเหนียว สูงจากก้นบ่อ 10 เซนติเมตร
  • เติมปุ๋ยคอก 1 กิโลกรัม
  • เติมน้ำให้สูงจากระดับดิน 10 เซนติเมตร
  • ใส่แหนแดงลงในบ่อแม่พันธุ์ 50 กรัม

ระยะเวลาในการเพาะเลี้ยง

บ่อแม่พันธุ์ : หลัง 14 วัน แหนแดงจะเจริญเต็มบ่อ สามารถนำไปขยายต่อได้

บ่อขยาย : นำแหนแดงจากบ่อแม่พันธุ์ไปเลี้ยงในบ่อขยายประมาณ 3-4 สัปดาห์ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

การเลี้ยงแหนแดง 1 ไร่จะได้ผลผลิตมากถึง 3,000 กิโลกรัม ซึ่งแหนแดงแห้ง 1 กิโลกรัมใช้ในพื้นที่ปลูกได้ 2 ตารางเมตร และที่สำคัญธาตุอาหารที่ได้จากแหนแดงแห้ง 6 กิโลกรัม เทียบเท่ากับที่ได้จากปุ๋ยยูเรียประมาณ 10-12 กิโลกรัมเลยทีเดียว

ใช้แหนแดงแห้งในการปลูกผัก ใช้อัตราส่วน 20 กรัมต่อวัสดุเพาะ 1 กิโลกรัม นอกจากนี้ ยังใช้แหนแดงเป็นอาหารสัตว์ได้ด้วย สามารถผลิตเองได้ในครัวเรือน ต้นทุนน้อย ได้ผลผลิตเร็วและดี เมื่อแหนแดงย่อยสลายก็จะเริ่มปลดปล่อยไนโตรเจนออกมา

ประโยชน์ของตัวแหนแดงที่โดดเด่น คือ ไนโตรเจนค่อนข้างสูง เหมาะกับพืชทานใบทุกชนิด เช่น คะน้า ผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง เป็นต้น โดยไม่ต้องใส่มูลสัตว์เพิ่มเติมหรือจะช้อนแหนเพื่อตากแห้งเก็บไว้ใช้ หรือ นำไปผสมดินปลูก ดินเพาะกล้าได้ผลที่ดี

  • ผสมดินปลูก ช่วยลดต้นทุนปุ๋ยไนโตรเจน และธาตุอาหารชนิดอื่น เช่น โพแทสเซียมได้
  • สามารถนำไปเป็นอาหารสัตว์ได้ เพราะมีแหล่งโปรตีนสูงถึง 30% นำมาเลี้ยงเป็ด ไก่ จิ้งหรีด และปลาได้
  • ลดการเจริญเติบโตของวัชพืชในนาข้าว
  • มีไนโตรเจนมากกว่าพืชตระกูลถั่ว แหนแดงมีไนโตรเจนสูงถึง 4.6% ซึ่งพืชตระกูลถั่วมีอยู่ประมาณ 3%
  • ต้นทุนต่ำ แต่ให้ผลผลิตสูง โดยเฉพาะพันธุ์ไมโครฟิลล่าที่ให้ผลผลิตสูงกว่าสายพันธุ์พื้นเมืองถึง 10 เท่า
  • ใช้ได้ทันที ไม่ต้องทำเป็นปุ๋ยหมัก เพราะมีคาร์บอนต่อไนโตรเจนต่ำ จึงย่อยสลายเป็นธาตุอาหารได้เร็ว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แหนแดง พืชน้ำมหัศจรรย์ ธาตุอาหารพืชและอาหารสัตว์ ช่วยลดต้นทุน ให้ผลผลิตสูง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.technologychaoban.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...