โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หลังกรุงแตกครั้งที่ 2 “ไทย” พัฒนาตัวเองอย่างไรให้กลับมาเหนือ “พม่า” ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 06 มิ.ย. 2567 เวลา 12.00 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2567 เวลา 08.56 น.
ความวุ่นวายครั้งบ้านเมืองในยามศึก เมื่อกรุงแตก จิตรกรรมฝาผนังสมัยรัชกาลที่ 4 ภายในหอราชพงศานุสรณ์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (ภาพจาก จิตรกรรมแบบสากลสกุลช่างขรัวอินโข่ง. 2522)

อย่างที่ทราบกัน หลังกรุงศรีอยุธยาแตกพ่ายครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2310 บ้านเมืองอยุธยาต่างระส่ำระสาย “พม่า” กวาดต้อนทั้งเจ้านายและชาวบ้านไปที่เมืองของตนเอง ทว่าต่อมา ไทย ก็ได้เรียนรู้กับปัญหาที่เกิดขึ้นและเอาชนะพม่าได้ใน “สงครามเก้าทัพ” สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

แล้ว ไทย ในอดีต พัฒนาตัวเองอย่างไรในช่วงก่อนหน้าให้กลับมานำ “พม่า” อีกครั้ง?

หลังกรุงศรีอยุธยาแตกพ่ายครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2310 กรุงศรีอยุธยา ก็ได้ปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์และยุทธวิธี รวมถึงการทำสงครามขึ้นใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนี้

1. ขยายเขตอิทธิพลทางการเมืองให้กว้างขวางขึ้นตั้งแต่ล้านนา หลวงพระบาง เวียงจันทน์ ไปจนถึงจำปาศักดิ์ เพื่อไม่ให้พม่าตั้งฐานกำลังในพื้นที่ดังกล่าวได้

2. ปรับยุทธศาสตร์การรบ จากเดิมใช้เมืองหลวงในการรับศึก ก็ใช้หัวเมืองต่าง ๆ ที่อยู่ในเส้นทางสำคัญรับศึกแทน โดยมีพระมหากษัตริย์หรือวังหน้ายกทัพจากเมืองหลวงไปที่หัวเมือง

3. การควบคุมกำลังคน เรื่องนี้เริ่มปรับมาตั้งแต่สมัยธนบุรี ด้วยการปราบชุมนุมต่าง ๆ เพื่อให้คนในนั้นเข้ามาเป็นกำลังให้ตนเองในเวลาต่อมา ทั้งยังรื้อฟื้นเรื่องไพร่ทาสในสมัยอยุธยากลับมาในสมัยนี้อีกครั้ง

ส่วนในยุคกรุงรัตนโกสินทร์ ก็มีการจัดระเบียบและวางกฎเกณฑ์สำหรับควบคุมกำลังคนให้ชัดเจนมากขึ้น อย่างที่ปรากฏในกฎหมายตราสามดวง ที่มีบัญญัติไว้ว่าราษฎรทุกคนจะต้องมีสังกัดขึ้นต่อมูลนายหรือกรมกองต่าง ๆ ตั้งแต่อายุ 5 ปีขึ้นไป

4. งานด้านข่าว มีการปรับปรุงระบบราชการแบบเดิมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้แหล่งข่าวเพิ่มมากขึ้นและกระจายไปในวงนอก ในรัชกาลที่ 1 ถึงขั้นมีการตั้ง “กองอาทมาต” กองมอญมีศักดินาไว้เพื่อสอดแนมพม่าโดยเฉพาะ

5. การวางแผนยุทธศาสตร์ เปลี่ยนมาเป็นการตั้งรับเชิงรุก เข้าโจมตีข้าศึกก่อนจะเข้าพระนคร เพื่อตัดกำลังของข้าศึกก่อนเข้ามาเมืองหลวง ทั้งยังมีการวางแผนในระยะยาว เช่น สร้างจุดยุทธศาสตร์ป้องกันเมืองหลวง, สะสมอาวุธ, สำรวจระยะทางและเส้นทางที่กองทัพพม่าจะเข้ามาตีเมือง เป็นต้น

ด้วยการปรับกลยุทธที่เฉียบคมนี้ ผสมกับความไม่พร้อมของทัพพม่า จึงทำให้สยามกลับมามีอำนาจเหนือนำและรบชนะพม่า ในศึก “สงครามเก้าทัพ” ในรัชกาลที่ 1 ซึ่งเป็นที่โจษจันและกล่าวขานมาจนถึงปัจจุบันนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

https://www.silpa-mag.com/history/article_67842

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 4 มิถุนายน 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หลังกรุงแตกครั้งที่ 2 “ไทย” พัฒนาตัวเองอย่างไรให้กลับมาเหนือ “พม่า” ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...