โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

บุกรวบผู้มีอิทธิพล ซุ้มมือปืน สงขลา-พัทลุง คนใกล้ชิดนักการเมืองระดับชาติ แจ้งข้อหาหนัก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 28 พ.ค. 2567 เวลา 10.25 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2567 เวลา 09.43 น.

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วม ตำรวจภูธรภาค 9 เปิด“ปฏิบัติการ TAKEDOWN MAFIA ตรวจค้นจับกุม ผู้มีอิทธิพล ซุ้มมือปืน สงขลา-พัทลุง”

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.,พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป., พ.ต.ท.อนุสรณ์ ทองไสย รอง ผกก.6 บก.ป., พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิยโย รอง ผกก.6 บก.ป., พ.ต.ท.กันตเมศฐ์ อัครโชควรานนท์ รอง ผกก.6 บก.ป., พ.ต.ท.วริศร มัจฉา รอง ผกก.6 บก.ป. และ พ.ต.ต.แดนรบ สมัยชูเกียรติ สว.กก.6 บก.ป.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.6 บก.ป. สนธิกำลัง ตร.ภ.9 ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 8 ราย ประกอบด้วย 1.นายกรรัก (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี นักการเมืองท้องถิ่นพื้นที่ จ.สงขลา และเป็น ที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการ กรรมาธิการหนึ่งในรัฐสภา มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนมกับ นักการเมืองระดับประเทศ 2.นายไพฑูรย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี นักการเมืองท้องถิ่นพื้นที่ จ.พัทลุง 3.นายปัญญา (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ข้าราชการตำรวจในพื้นที่ จ.พัทลุง 4.นายกิตติกร (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี พี่น้องร่วมบิดามารดากับผู้ถูกจับที่ 6

5.นายธีระพงศ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี 6.นายนันทพงศ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี 7.นายยุรนันท์ (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี 8.นายนัฐพล (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี และสามารถจับกุมผู้ต้องหารายที่เป็นความผิดซึ่งหน้าได้ 1 ราย คือ 9.นายนนทวัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี

โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดในข้อหา ผู้ถูกจับที่ 1-4 “ร่วมกันใช้ จ้างวานให้ฆ่าผู้อื่น โดยไตร่ตรองไว้ก่อน” ตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 2422 ถึง 2425 /2567 ตามลำดับ ผู้ถูกจับที่ 5-8 “ร่วมกันฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน, ร่วมกันมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และโดยมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ และซ่องโจร” ตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 2417 ถึง 2421 /2567 ตามลำดับ

ผู้ถูกจับที่ 9 “ข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” (เป็น
ความผิดซึ่งหน้า) สถานที่ตรวจค้นจับกุม พื้นที่ จ.สงขลา จำนวน 10 จุด และ จ.พัทลุง จำนวน 5 จุด รวมสถานที่ตรวจค้นจับกุม ทั้งสิ้น 15 จุด แบ่งเป็น 1.อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จำนวน 3 จุด 2.อ.ควนเนียง จ.สงขลา จำนวน 6 จุด 3.อ.รัตภูมิ จ.สงขลา จำนวน 1 จุด 4.อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง จำนวน 4 จุด 5.อ.ป่าบอน จ.พัทลุง จำนวน 1 จุด

พฤติการณ์ปัญหาผู้มีอิทธิพลใช้อำนาจในทางมิชอบ เป็นปัญหาที่อยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนาน ทุกยุค ทุกสมัย เมื่อมีข่าวเกี่ยวกับผู้มีอิทธิพล ข่าวนั้นจะติดกระแส ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และคอยจับตาดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะองค์กรตำรวจ เมื่อตำรวจทำงานไม่ถูกใจประชาชนอันอาจมาจากปัจจัยต่างๆ อาทิ การประชาสัมพันธ์ที่ล่าช้า การคำนึงถึงรูปคดี ทำให้ประชาชนสิ้นศรัทธากับองค์กรตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้คำนึงถึงปัญหาผู้มีอิทธิพลเป็นอย่างมาก และมีนโยบายปราบปรามผู้มีอิทธิพลอย่างจริงจัง โดยยึดหลักการบังคับใช้กฎหมายที่ตรงไปตรงมา และทุกคนอยู่ภายใต้หลักกฎหมายเดียวกัน ไม่สนใจอำนาจอิทธิพลที่มาแทรกแซง

โดยได้ไว้วางใจมอบหมาย ตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งประชาชนให้การยอมรับ ในการปราบปรามผู้มีอิทธิพล ซึ่ง ตำรวจสอบสวนกลาง ได้มีมาตรการทั้งเชิงรุกและเชิงรับ ในการดำเนินการ โดยมีการเก็บข้อมูล ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ซึ่งอยู่ในเงาคอยบงการการกระทำความผิดด้านต่างๆ รวมถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง หากพบการกระทำความผิดที่ชัดแจ้งก็จะติดตามจับกุมทั้งผู้มีอิทธิพล รวมถึงลูกน้องในเครือข่าย เป็นการตัดไม้ตัดมือ หยุดยั้งการเติบโตไปเป็นองค์กรอาชญากรรมในวันข้างหน้า เฉกเช่น กำนันคนดังที่ก่ออาชญากรรม

โดยไม่เกรงกลัวกฎหมายคดีนี้ สืบเนื่องด้วย เมื่อวันที่ 25 ก.พ.2567 เวลาประมาณ 12:30 น. ได้มีกลุ่มคนร้าย
เป็นชายฉกรรจ์ประมาณ 3 คน ใช้อาวุธปืนสงครามยิงสังหาร นายประศาล คงนุ่น ซึ่งเป็นผู้รับเหมาในพื้นที่
จ.พัทลุง เสียชีวิต และยังใช้อาวุธปืนยิงมาที่ น.ส.นงลักษณ์ (สงวนนามสกุล) ภรรยาของผู้ตาย แต่กระสุนไม่ถูกภรรยาของผู้ตาย ก่อนที่จะหลบหนีไปอย่างเหี้ยมโหด เหตุเกิดที่ บริเวณริมถนน สายบ้านทุ่งนา-บ้านห้วยปริง ม.4 ต.หนองธง อ.ป่าบอน จว.พัทลุง ตำรวจสอบสวนกลาง

ได้สืบสวนข้อมูลมาโดยตลอด ทำให้ทราบถึงเครือข่ายของกลุ่มผู้ก่อเหตุ โดยคดีนี้มีผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ภาคใต้ มีความสนิทสนมกับนักการเมืองระดับประเทศ รวมถึงมีนักการเมืองท้องถิ่นและคนมีสีเกี่ยวข้อง กอปรกับพฤติการณ์คดี ที่ก่อเหตุโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทางด้านผู้เสียหายจึงได้มาร้องขอความเป็นธรรมต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ขอให้ช่วยเหลือจับกุมผู้กระทำความผิด ต่อมาเมื่อวันที่ 20 มี.ค.2567 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้มีคำสั่งให้โอนสำนวนการสอบสวนมาให้กองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปรามดำเนินการ

จากการสืบสวนพบว่า ก่อนเกิดเหตุในคดีนี้ นายประศาลฯ ผู้ตาย เป็นคนกลางในการทวงเงินกับ นายกรรัก (สงวนนามสกุล) นักการเมืองท้องถิ่นพื้นที่ จ.สงขลา และเป็นที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการ กรรมาธิการหนึ่งในรัฐสภา. มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนมกับ นักการเมืองระดับประเทศ ในระหว่างที่ทวงเงินทั้งสองได้มีปากเสียงกัน สร้างความไม่พอใจให้กับ นายกรรัก (สงวนนามสกุล) เป็นอันมาก นายกรรัก (สงวนนามสกุล) จึงได้ติดต่อกับ นายไพฑูรย์ (สงวนนามสกุล) คนสนิท ซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่นพื้นที่ จ.พัทลุง ให้จัดหามือปืนมาสังหารผู้ตาย

นายไพฑูรย์ (สงวนนามสกุล) ได้ให้ นายปัญญา (สงวนนามสกุล) ข้าราชการตำรวจในพื้นที่ จ.พัทลุง
ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของตน จัดหามือปืน โดยผ่าน นายกิตติกร (สงวนนามสกุล) ซึ่งกลุ่มมือปืนประกอบด้วย
นายธีระพงศ์ (สงวนนามสกุล), นายธีรพงศ์ (สงวนนามสกุล), นายนันทพงศ์ (สงวนนามสกุล), นายยุรนันท์ (สงวนนามสกุล) และ นายนัฐพล (สงวนนามสกุล) โดยในวันที่เกิดเหตุ กลุ่มมือปืนได้มีการแบ่งหน้าที่กันลงมือ โดยมีผู้ทำหน้าที่ปลอมตัวไปตรวจสอบผู้ตาย และชี้เป้า ให้กับผู้ที่ทำหน้าที่สังหาร จนสามารถก่อเหตุได้สำเร็จกองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม

จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานของศาลอาญาอนุมัติหมายจับ บุคคลที่เกี่ยวข้องตามหมายจับดังกล่าวข้างต้น ขอศาลอนุมัติหมายค้น เพื่อติดตามจับกุมผู้ต้องหา และแสวงหาพยานหลักฐาน ซึ่งขณะเข้าตรวจค้นบุคคลตามเป้าหมาย ได้พบนายนนทวัฒน์ (สงวนนามสกุล) ครอบครองอาวุธปืนไม่มีทะเบียน จึงได้แจ้งข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตปฏิบัติการ TAKEDOWN MAFIA ในวันที่ 28 พ.ค. 2567

โดย ตำรวจสอบสวนกลาง ได้สนธิกำลังกับ เจ้าหน้าที่ ตร.ภ.9 ปิดล้อมตรวจค้นจับกุม พื้นที่ จ.สงขลา จำนวน 10 จุด และ จ.พัทลุง จำนวน 5 จุดรวมสถานที่ตรวจค้นจับกุม ทั้งสิ้น 15 จุด ซึ่งสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้จำนวน 8 ราย และผู้ต้องหาในความผิดซึ่งหน้าได้จำนวน 1 ราย รวมเป็น 9 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้อง นำส่ง กก.6 บก.ป. ดำเนินคดี ส่วนนายนนทวัฒน์ (สงวนนามสกุล) ได้จับกุมส่ง สภ.หาดใหญ่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการตรวจค้นจับกุม ได้ตรวจยึดพยานหลักฐานเป็นของกลางและตรวจยึดเพื่อตรวจสอบ ประกอบด้วย
1.ผู้ต้องหาที่ 1 โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ SAMSUNG Galaxy Z Fiod 4 สีเทา พร้อมซิมการ์ดโทรศัพท์ จำนวน 1 เครื่อง, ปืนสั้น ขนาด.45 จำนวน 1 กระบอก, ปืนสั้น.38 จำนวน 1 กระบอก, ปืนยาวชนิดเดี่ยวลูกซอง ขนาด12C5 ยี่ห้ออัดคาร์ จำนวน 1 กระบอก, ปืนยาวชนิดเดี่ยวลูกซอง ขนาด 12C5 ยี่ห้อ DERYA จำนวน 1 กระบอก

2.ผู้ต้องหาที่ 2 กล่องโทรศัพท์ยี่ห้อ iphone จำนวน 1 กล่อง, โทรศัพท์ยี่ห้อ iphon6 สีขาว จำนวน 1 เครื่อง, กล่องโทรศัพท์ยี่ห้อ iphone จำนวน 1 กล่อง, โทรศัพท์ยี่ห้อ Galaxy A45 สีน้ำเงิน จำนวน 1 เครื่อง, สมุดบัญชี ธกส สาขาปากพะยูน ชื่อ ไพฑูรย์ฯ จำนวน 1 เล่ม, สมุดบัญชี กรุงไทย สาขาปากพะยูน ชื่อ ไพฑูรย์ฯ จำนวน 1 เล่ม, สมุดบัญชี ออมสิน สาขาปากพะยูน ชื่อ ไพฑูรย์ฯ จำนวน 1 เล่ม, สมุดบัญชี กรุงไทยสาขาปากพะยูน ชื่อ ศศิธรฯ จำนวน 1 เล่ม

3.ผู้ต้องหาที่ 3 โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ OPPO สีม่วง รุ่น CHP2483 , โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ VIVO สีดำ รุ่น V2026, อาวุธปืน ขนาด 9 มม. ยี่ห้อกล็อก จำนวน 1 กระบอก, แม็กกาซีน จำนวน 2 อัน, เครื่องกระสุนปืน 31 นัด, ซองพกผ้า จำนวน 1 ซอง 4.ผู้ต้องหาที่ 4 โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Redmi รุ่น 10C จำนวน 1 เครื่อง

5.ผู้ต้องหาที่ 5 โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ VIVO รุ่น Y17s พร้อมซิมการ์ด จำนวน 2 ซิม, อาวุธปืนพกสั้นออโตเมติก ขนาด 9 มม. ยี่ห้อ บาเรต้า รุ่น 92 FS สีเงิน หมายเลขปืน M79303Z, ทะเบียนปืน กท 60307922, กระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 19 ลูก, ซองบรรจุกระสุน จำนวน 2 ซอง, กล่องเก็บอาวุธสีน้ำเงิน จำนวน 1 ใบ, รถยนต์เก๋งยี่ห้อ toyota รุ่น Altis สีบรอนซ์ทอง ติดป้ายทะเบียน กฉ 3922 ยะลา จำนวน 1 คัน

6.ผู้ต้องหาที่ 6 โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ vivo 2015 สีดำ พร้อมชิมการ์ดโทรศัพท์ จำนวน 1 เครื่อง 7.ผู้ต้องหาที่ 7 โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ realme รุ่น C51 สีดำ จำนวน 1 เครื่อง, ชิมการ์ดโทรศัพท์ จำนวน 2 ซิม, เคสโทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 อัน, อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก, กระสุนปืนลูกซองขนาด 12 จำนวน 2 นัด

8.ผู้ต้องหาที่ 8 รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ HONDA wave 110I สีน้ำเงิน, ดำ ทะเบียน 1 กถ 8455 สงขลา 1 คัน, โทรศัพท์มือถือ รุ่นVIVO YO2 สีฟ้า จำนวน 1 เครื่อง, เสื้อยืดกีฬาสีดำ 1 ตัว, กระเป๋าสะพายสีเทา ประทับยีห้อ COVER 1 ใบ 9.ผู้ต้องหาที่ 9 อาวุธปืนพกสั้น ยี่ห้อ บาเร็ตต้า ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก, แม๊กกาซีน 1 อัน กระสุน 9 มม. จำนวน 5 นัด, ซองพกปืน จำนวน 1 ซอง

10.ตรวจค้นบ้านบุคคลเกี่ยวข้องในคดี ได้ตรวจยึด โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อoppo 1 รุ่น A54 จำนวน 1 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อappleรุ่น iphone 11 สีดำ จำนวน 1 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อvivo รุ่น P11 สีน้ำเงิน จำนวน 1 เครื่อง, กล่องโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ apple รุ่น iphone 11 จำนวน 1 กล่อง, กล่องโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ oppo จำนวน 1 กล่อง, กล่องโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ oppo รุ่น A54 สีน้ำเงิน จำนวน 1 กล่อง ไว้เพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บุกรวบผู้มีอิทธิพล ซุ้มมือปืน สงขลา-พัทลุง คนใกล้ชิดนักการเมืองระดับชาติ แจ้งข้อหาหนัก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...