โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปี 2567 ลดจุดความร้อน พื้นที่เกษตร 12.70% จัดการเศษวัสดุได้ 61% กว่า 3.3 พันล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 พ.ค. 2567 เวลา 06.38 น. • เผยแพร่ 05 พ.ค. 2567 เวลา 03.10 น.

ปี 2567 ลดจุดความร้อน พื้นที่เกษตรได้ 12.70% จัดการเศษวัสดุได้ 61% มูลค่ากว่า 3.3 พันล้านบาท ผลจากจัดชุดปฏิบัติการเฝ้าระวังเข้ม เร่งเดินเครื่องระบบตรวจสอบย้อนกลับพื้นที่การเผารับมติ ครม. พร้อมดันเครือข่ายเกษตรปลอดการเผาในพื้นที่เกษตรต่อเนื่อง

วันที่ 5 พฤษภาคม 2567 นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร โดยสร้างการรับรู้ ความเข้าใจให้เกษตรกรตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมา และนำเสนอทางเลือกในการใช้เทคโนโลยีการเกษตรทดแทนการเผา สร้างการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการเผา รวมทั้งสร้างต้นแบบในการทำการเกษตรปลอดการเผาเพื่อสนับสนุนการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตรในระยะต่อไป

ผลการดำเนินงานในปี 2567 กรมส่งเสริมการเกษตรได้ใช้ข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) จาก GISTDA ในการติดตามตรวจสอบสถานการณ์การเผาในพื้นที่เกษตรของประเทศไทยจากดาวเทียม TERRA และ AQUA ระบบ MODIS ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 28 เมษายน 2567 พบจุดความร้อน (Hotspot) พื้นที่เกษตรในประเทศไทย จำนวน 2,886 จุด (จากเดิม วันที่ 1 มกราคม ถึง 28 เมษายน 2566 จำนวน 3,306 จุด) พบว่า ลดลง จำนวน 420 จุด คิดเป็นร้อยละ 12.70

สำหรับผลการดำเนินงานบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ปี 2567 รายพืช 5 ชนิด ประกอบด้วย ข้าว ข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง และไม้ผล ไม้ยืนต้น ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2567 มีปริมาณเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรทั้งหมดประมาณ 48.6 ล้านตัน นำไปใช้แล้วประมาณ 29.7 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 61 เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 3.3 พันล้านบาท

ทั้งนี้ การดำเนินงานตามแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร ประจำปี 2567 กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการ 3 กิจกรรม ประกอบด้วย

1. กิจกรรมการศึกษา ทดสอบ เทคโนโลยีและรูปแบบการปรับตัวของเกษตรกร เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่การไม่เผาในพื้นที่การเกษตร อาทิ การทดสอบเทคโนโลยี และรูปแบบการนำแนวทาง 3R Model มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร และการทดสอบระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าข้าวโพดอาหารสัตว์เพื่ออากาศสะอาดร่วมกับภาคเอกชนผู้รับซื้อ (Professional Partnerships Collaboration)

2. กิจกรรมการสื่อสารสร้างองค์ความรู้ ความเข้าใจ ผลกระทบจากการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร วิถีการปรับตัว และการบรรเทาผลกระทบแก่เกษตรกร ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น Smart Farmer/Young Smart Farmer ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน เครือข่ายเกษตรกรแปลงใหญ่ และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ดำเนินการแล้ว 121,569 ราย และการจัดตั้งชุดปฏิบัติการเฝ้าระวังการเผาในพื้นที่การเกษตรระดับอำเภอและระดับตำบล ดำเนินการแล้ว 4,857 ชุด ออกปฏิบัติการ 8,289 ครั้ง

3. กิจกรรมประเมินความเสี่ยง เฝ้าระวังสถานการณ์ ติดตามผลตามแผนปฏิบัติการ เพื่อสนับสนุนการทบทวนแผน และประสานการปฏิบัติร่วมกับคณะกรรมการระดับชาติและระดับกระทรวง

สำหรับผลการดำเนินงานภายใต้โครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร ปี 2567 ได้ถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้สามารถเป็นวิทยากรด้านการเกษตรปลอดเผา จำนวน 16,500 ราย ในพื้นที่ 62 จังหวัด การสาธิตเทคโนโลยีการจัดการเศษวัสดุการเกษตร หรือส่งเสริมการปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกเพื่อแก้ปัญหาการเผาอย่างยั่งยืนนำร่องผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) จำนวน 64 ครั้ง และมีแผนส่งเสริมการรวมกลุ่ม และสร้างเครือข่ายเกษตรปลอดการเผาในพื้นที่เกษตรต่อเนื่องในช่วงไตรมาสที่ 3-4

นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรยังได้เตรียมดำเนินการตามแนวทางเพิ่มเติมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละออง PM 2.5 ในส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้นำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศเพื่อความยั่งยืน ครั้งที่ 1/2567 ซึ่งสอดคล้องตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 ประกอบด้วยการตัดสิทธิในการรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนจากวิธีการเผาไปใช้วิธีอื่น และการพิจารณาตัดสิทธิการได้รับความช่วยเหลือชดเชยต่าง ๆ จากภาครัฐสำหรับเกษตรกรที่ไม่ให้ความร่วมมือ การกำหนดมาตรการลดหรือห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านที่พิสูจน์ได้ว่ามีกระบวนการผลิตที่เกี่ยวข้องกับการเผา

“กรมส่งเสริมการเกษตรยังคงมุ่งสร้างจิตสำนึกให้เกษตรกรในระยะยาวในการตระหนักถึงข้อดีและข้อเสียของการเผาในพื้นที่การเกษตร รวมทั้งแสวงหาความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อเป็นเครือข่ายในการร่วมขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร และการนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรไปใช้ประโยชน์ทดแทนการเผาให้เกิดความยั่งยืนต่อไป”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปี 2567 ลดจุดความร้อน พื้นที่เกษตร 12.70% จัดการเศษวัสดุได้ 61% กว่า 3.3 พันล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...