โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“อ่างวังโตนด” หวั่นแท้ง ชง ครม.แก้ปม EHIA กรมชล-อุทยาน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 มิ.ย. 2567 เวลา 04.12 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2567 เวลา 04.12 น.

เหลือเวลาอีกเพียง 2 ปีที่มติของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ที่ได้ผ่านความเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนอย่างรุนแรง (Environmental and Health Impact Assessment : EHIA) โครงการก่อสร้าง “อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด” จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2564 จะหมดอายุลงในเดือนสิงหาคม 2569 แต่จนถึงวันนี้โครงการดังกล่าวยังไม่มีความก้าวหน้า ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ตามแผนปี 2565

เนื่องจากติดขัด การอนุมัติให้ใช้พื้นที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 6,191ไร่ จึงไม่สามารถนำเสนอ ครม.พิจารณาได้ ล่าสุดกรมอุทยานฯเสนอรายงาน EHIA ที่ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกับกรมชลประทาน และเสนอให้ลดขนาดอ่างเก็บน้ำลงเหลือ 657.59 ไร่

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2567 จึงได้มีการประชุมหารือและติดตามความก้าวหน้าโครงการ ณ อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น จ.จันทบุรี โดยมี ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรืออีอีซี และประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมและกำกับการบริหารจัดการน้ำในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย ผศ.เจริญ ปิยารมย์ ประธานคณะทำงานลุ่มน้ำวังโตนด ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และชาวบ้านในพื้นที่

เลขาฯ EEC หนุนสร้างอ่าง

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตามที่ EEC ได้ลงพื้นที่เพื่อหารือการดำเนินโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุทยานแห่งชาติฯ กรมป่าไม้ กรมชลประทาน และประชาชนในพื้นที่ จ.จันทบุรี มีประเด็นสำคัญคือพื้นที่ประมาณ 6,000 ไร่เศษ ที่เป็นพื้นที่อุทยาน จำเป็นต้องหารือถึงแนวทางที่จะขอใช้พื้นที่ตรงส่วนนี้เพื่อนำมาสร้างอ่างเก็บน้ำและต้องชี้แจงและทำความเข้าใจให้ประชาชนและเกษตรกรรับทราบชัดเจนว่า การสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดนี้ จะมีการจัดสรรน้ำจากกรมชลประทานให้กับทางภาคเกษตรก่อนเป็นอันดับแรก

เนื่องจากภาคการเกษตรโดยเฉพาะจันทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกพืช ผลไม้สำคัญของประเทศ ดังนั้นต้องได้ประโยชน์และการใช้น้ำก่อน รองลงมาคือน้ำอุปโภค บริโภค และภาคอุตสาหกรรมเป็นลำดับสุดท้าย

Wang Tanot

“ต้องการย้ำให้ชาวสวน จ.จันทบุรี มั่นใจว่าอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดที่สร้างขึ้น กรมชลประทานมีหน้าที่จัดสรรน้ำ ต้องบริหารจัดการให้ภาคเกษตรก่อนแน่นอน อย่ากังวลว่าเราจะเอาไปใช้ให้กับภาคอุตสาหกรรมก่อน และในพื้นที่ EEC มีความต้องการน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคสูง อุตสาหกรรมคือลำดับที่ 3 และจันทบุรีมีฝนตกชุกเหมาะกับการสร้างอ่างเก็บน้ำ และในอนาคตการใช้น้ำจะมากขึ้น เราจึงต้องเตรียมแผนเก็บน้ำไว้ด้วย” ดร.จุฬากล่าว

สทนช.ดันตั้ง กก.หาข้อสรุป

ทางด้าน นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมและกำกับการบริหารจัดการน้ำในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และเจ้าหน้าที่ สทนช. เปิดเผยว่า โครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จ.จันทบุรี มีระยะเวลาก่อสร้าง 6 ปี (ปี 2569-2574)

เมื่อแล้วเสร็จจะสามารถเพิ่มความจุ 99.50 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ชลประทาน 87,700 ไร่ เป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับการอุปโภคและบริโภคให้กับ อ.แก่งหางแมว อ.นายายอาม และ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี และช่วยบรรเทาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในบริเวณพื้นที่ตอนกลางและตอนล่างของลุ่มน้ำคลองวังโตนด ได้ประมาณร้อยละ 65 รวมทั้งเป็นแหล่งน้ำดิบสำรองสนับสนุนพื้นที่ EEC ประมาณ 70 ล้าน ลบ.ม. หรือมากกว่าในกรณีมีน้ำมาก

โดยสถานภาพโครงการ คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) 27 มี.ค. 63 ได้เห็นชอบรายงาน EHIA และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) เห็นชอบ 21 มิถุนายน 2564 และกรมชลประทานอยู่ในระหว่างการเร่งรัดดำเนินการขอความเห็นชอบการใช้ประโยชน์ที่ดินจากกรมอุทยานฯ และที่ประชุมได้เสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมพิจารณาหาข้อสรุปแนวทางการก่อสร้างต่อไป

ขุดลึก 19 ม.เพิ่มความจุไม่เวิร์ก

ด้าน ผศ.เจริญ ปิยารมย์ ประธานลุ่มน้ำวังโตนด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า รายงาน EHIA ของกรมชลประทานที่นำเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ได้มีมติเห็นชอบเมื่อ 21 มิถุนายน 2564 นั้น เมื่อกรมชลประทานได้ทำหนังสือขอใช้พื้นที่ต่อกรมอุทยานฯ ซึ่งกรมอุทยานฯได้ทำการศึกษารายละเอียดใหม่ เมื่อนำผลการศึกษาเปรียบเทียบกับของกรมชลประทาน ตามรายละเอียดที่แจ้งนั้นไม่ตรงกัน เลขาธิการ กพอ. (EEC) ได้พยายามที่จะหาทางออกร่วมกันเพื่อให้โครงการสร้างอ่างเก็บน้ำวังโตนดสามารถเดินต่อไปได้ ก่อนที่ EHIA จะหมดอายุลงในปี 2569 แนวทางของชาวลุ่มน้ำวังโตนดเห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติที่เห็นชอบไปแล้ว

ระบบการส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดไปสถานีสูบน้ำบ้านวังประดู่ต้องเป็นระบบเปิด โดยปล่อยน้ำจากอ่างลงคลองวังโตนดไหลผ่านฝาย ประตูระบายน้ำต่าง ๆ เพื่อกระจายน้ำไปให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ การที่กรมอุทยานฯเสนอให้ลดขนาดอ่างเก็บน้ำจาก 6,191ไร่ ลงเหลือ 657.59 ไร่ โดยเสนอให้มีการขุดอ่างลึก 19 เมตร เพื่อเพิ่มความจุอ่าง พร้อมวางท่อฝังลึกจากอ่างลงไปที่สถานีสูบน้ำบ้านวังประดู่ เพื่อสูบต่อไปยังอ่างประแสร์นั้น เป็นระบบปิดไม่มีจุดจ่ายน้ำให้นำไปใช้ประโยชน์ได้ ชาวบ้านคงไม่เห็นด้วย

รวมทั้งอาจมีปัญหาอื่น ๆ ตามมา อาจจะต้องศึกษาผลกระทบ EHIA ใหม่ อันจะส่งผลให้โครงการนี้ล่าช้าออกไปอีกหาความแน่นอนได้ยาก ทั้ง ๆ ที่ตามแผนเดิมนั้น กรมชลประทานจะเสนอให้สร้างตั้งแต่ปีงบประมาณ 2565 แล้ว ทำให้ส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำในพื้นที่ต้นน้ำคลองวังโตนด และการกระจายน้ำไปยังลุ่มน้ำอื่นภายในจังหวัด รวมทั้งที่ EEC ด้วย

Wang Tanot

“ส่วนกระบวนการอนุญาตขอใช้พื้นที่ของกรมป่าไม้และกรมอุทยานฯนั้น กรมป่าไม้แจ้งว่าไม่มีปัญหาเพียงแต่ต้องรอให้กรมอุทยานฯอนุญาตก่อน เพราะถ้าอนุมัติไปก่อน ภายหลังกรมอุทยานฯขัดข้อง และกรมชลประทานได้ดำเนินการก่อสร้างในพื้นที่กรมป่าไม้ไปแล้ว จะสูญเสียงบประมาณไปเปล่า ๆ หากกรมอุทยานฯเห็นชอบตามที่ขอใช้พื้นที่ ต้องออกพระราชกฤษฎีกายกเลิกพื้นที่อุทยานให้กลับมาเป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้ จากนั้นกรมชลประทานต้องทำเรื่องขอใช้พื้นที่กับกรมป่าไม้อีกครั้ง เมื่อกรมป่าไม้อนุญาต กรมชลประทานจึงจะเสนอ ครม.อนุมัติเปิดโครงการ จึงจะเข้าพื้นที่ดำเนินการได้” ผศ.เจริญกล่าว

ชง ครม.ผ่อนผันเร่งด่วน

แหล่งข่าวจากกรมชลประทานเปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การลดการใช้พื้นที่อุทยานแห่งชาติฯจาก 6,191 ไร่ เหลือเพียง 657.59 ไร่ จะทำให้การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำมีขนาดเล็กลงมาก ปริมาณน้ำจะเก็บกักได้เพียง 12 ล้าน ลบ.ม. ต้องใช้วิธีการขุดดินเพื่อก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลึกลงไป 19.57 เมตร ให้ได้ปริมาณน้ำที่ต้องเติมเข้าไปปริมาณ 87.50 ล้าน ลบ.ม. เพื่อให้ได้ปริมาณการเก็บกักน้ำ 99.50 ล้าน ลบ.ม.เท่าเดิม ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะชั้นหน้าดินลึกประมาณ 4-5 เมตรเท่านั้นจะถึงชั้นหิน

ปัญหาตามมาคือการทิ้งดินและหินจำนวนมากที่ต้องมีพื้นที่รองรับและการขุดแนวดิ่ง ถ้าไม่มีการป้องกันอาจจะพังทลายของคันดินรอบอ่าง และส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายอ่างที่ไม่ได้รับน้ำต้องติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อนำน้ำมาใช้ การก่อสร้างที่ขุดลึกลงไปตามคำแนะนำของกรมอุทยานฯส่งผลให้โครงการไม่เป็นไปตามที่มีการศึกษาไว้และต้องยกเลิกโครงการในที่สุด ตามเจตนารมณ์แอบแฝงของกรมอุทยานแห่งชาติฯ จากการที่ไม่ยอมรับกระบวนการด้านสิ่งแวดล้อมที่ชอบด้วยกฎหมายไว้ตั้งแต่แรก และมีการจัดทำรายงาน EHIA ขึ้นอีก

“คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ต้องเสนอแก้ไขกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่แต่มีความขัดแย้งกัน และกรมอุทยานฯต้องเร่งรัดเพิกถอนพื้นที่ให้ก่อสร้างได้โดยเร็ว และหน่วยงานภาครัฐควรเสนอ ครม.ออกกฎหมายพิเศษผ่อนผันเร่งด่วนเพื่อเตรียมตั้งงบประมาณ ปี 2569 ถ้าล่าช้าไปกว่านี้ รายงาน EHIA จะหมดอายุ และก่อสร้างไม่ได้ ความมั่นคงด้านน้ำในพื้นที่ EEC ไม่เป็นไปตามนโยบายรัฐ การที่ EEC ได้เข้ามาร่วมผลักดันเป็นเรื่องที่ดี เพราะแผนความต้องการใช้น้ำ ปี 2570-2580

คาดว่ามีการลงทุนเพิ่มมากขึ้น การวางแผนเรื่องเเหล่งน้ำต้นทุนจึงจำเป็นต้องเริ่มให้เร็ว โครงการสร้างอ่างเก็บน้ำวังโตนดต้องเร่งรัดให้สร้างเสร็จภายใน 4 ปี เพื่อให้โครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบโครงข่ายท่อส่งน้ำในพื้นที่ EEC ดำเนินการได้ตามแผนและสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่จะเข้ามาในพื้นที่ EEC” แหล่งข่าวจากกรมชลประทานกล่าว

จากรายงานการศึกษา EHIA ของกรมอุทยานแห่งชาติฯที่แล้วเสร็จเดือนธันวาคม 2566 เสนอทางเลือกการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด เพื่อให้ปริมาณน้ำเก็บกักเท่าเดิม 99.5 ล้าน ลบ.ม. 2 แนวทาง คือ 1) ลดระดับเก็บกักน้ำที่ระดับความสูง +57.50 ม. (รทก.) ความจุลดลงเหลือ 12.00 ล้าน ลบ.ม. 2) ขุดดินบริเวณพื้นที่อ่างเก็บความลึกประมาณ 19.57 เมตร เพื่อเพิ่มความจุของอ่าง ลดการใช้พื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น จากเดิม 6,191 ไร่เหลือเพียง 657.79ไร่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “อ่างวังโตนด” หวั่นแท้ง ชง ครม.แก้ปม EHIA กรมชล-อุทยาน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...