โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Jaecoo ท้าพิสูจน์สมรรถนะลงสนามสุดโหด โชว์ฟังค์ชันออฟโรดครบครัน

autoinfo.co.th

เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2567 เวลา 05.00 น.

Omoda & Jaecoo ต้อนรับผู้ขับขี่กลุ่มแรกจากทั่วโลก โดยเปิดสนามทดลองขับรถยนต์ซีรีส์ใหม่อย่าง Jaecoo 6 Jaecoo 7 Jaecoo 7 PHEV Jaecoo 8 และ Jaecoo 8 PHEV พร้อมกับ SUV ครอสส์โอเวอร์รุ่นขายดีอย่าง Omoda C5 ณ เมืองอู๋หู ประเทศจีน โดยมีเหล่าตัวแทนดีเลอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ และสื่อจากทั่วมุมโลก มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ และเทคโนโลยีขุมพลังงานใหม่อย่างคับคั่งกว่า 3,000 คน ในการขับขี่ออฟโรดพรีเมียมของ Jaecoo และเทคโนโลยีอีกระดับของ SUV ไฟฟ้า 100 % กับ Omoda C5 EV ที่ไม่เพียงมัดใจบรรดาผู้ทดลองด้วยสมรรถภาพเต็มขั้น แต่ยังมีดีไซน์ที่แข็งแรงล้ำสมัย พร้อมทัวร์ฐานผลิตรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในเมืองอู๋หู

ประสิทธิภาพการขับขี่โดดเด่นหรูหรากับ Jaecoo

รถยนต์พรีเมียมออฟโรด Jaecoo 7 ได้ถูกทดสอบสมรรถนะในสนามแข่งรถออฟโรดมาตรฐานสุดโหดอย่าง Fangte และ Tuju โดยสนามทดสอบ Fangte นั้น Jaecoo 7 ได้ผ่านการทดสอบอัตราเร่งเครื่องยนต์ในแนวตรง (Straight-Line Acceleration) การขับแบบสลาลม (Slalom) การยูเทิร์น (U-turns) และการขับแบบสลาลมแบบเลข 8 (Figure-Eight Slaloms) ที่สะท้อนประสิทธิภาพของระบบการควบคุมพวงมาลัย และสเถียรภาพการทรงตัวของรถยนต์

นอกจากนี้ Jaecoo 7 ยังผ่านการทดสอบในสนาม Tuju โดยมีสถานีการทดสอบการขับขี่บนทางโค้งหลากหลายประเภท เช่น ทางโค้งบนไฮเวย์ ทางโค้งรัศมีน้อย ทางโค้งสลับตัวเอส (S-Bends) และทางโค้งผสมที่มีรัศมีต่างกัน ที่สะท้อนตั้งแต่ความสามารถในการขับขี่บนพื้นถนนทุกรูปแบบ ไปจนถึงระบบการขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ระบบโช้คอัพที่มีประสิทธิภาพสูง และช่วงล่างที่ช่วยยืดเกาะบนถนนอย่างปลอดภัย นอกจากประสิทธิภาพที่ถูกโชว์ผ่านสนามจำลองสุดโหดแล้ว Jaecoo 7 ยังมาพร้อมกับระบบ ARDIS (All Roads Drive Intelligent System) เทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ 7 โหมด โดยสามารถปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ของผู้ขับที่และปัญหาที่ผู้ขับขี่พบเจอได้อย่างชาญฉลาด และตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที พร้อมด้วยระบบเบรคไฟฟ้าอัจฉริยะ Bosch Integrated Power Brake ที่มีความเร็วตอบสนองที่ใช้เวลาน้อยกว่า 0.1 วินาที โดยกระจายแรงบิดหมุนไปยังทั้ง 4 ล้อทำให้ขับขี่ได้สบายด้วยระยะเบรคที่สั้นลง และระบบ LSD รอง รับการเลี้ยวโค้งแก้ปัญหารถขณะติดหล่ม เหมาะกับการขับขี่โลดโผน โดยสามารถขับขี่ในพื้นผิวต่างระดับที่สูงถึง 200 มม. มีมุมเงย (Approach Angles) 21 องศา มุมจาก (Departure Angles) 29 องศา และลุยน้ำได้ถึง 600 มม.

ทางด้าน Jaecoo 8 ยังมีระบบควบคุมการขับเคลื่อนทั้ง 4 ล้อ (FWD) แบบเวคเตอร์พิเศษที่สามารถปรับการกระจายแรงบิดล้อหลังได้แบบไดนามิกจาก 0-100% ขึ้นอยู่กับสภาพของถนน โดยสามารถสร้างแรงบิดได้ถึง 1800 นิวตันเมตร ทำให้การกู้คืนล้อเดี่ยวได้ง่ายขึ้น อีกทั้งการปรับแรงบิดแบบเรียลไทม์ของล้อหลังที่ไม่เพียงเพิ่มความเสถียรในการโค้งที่มีความเร็วสูงแต่ยังลดรัศมีวงหมุนได้ และระบบ CDC ที่ช่วยตรวจจับการขับเคลื่อนที่ปรับเปลี่ยนตอบสนองรวดเร็วเพียงเสี้ยววินาที เพื่อทำให้ประสบการณ์การขับขี่ราบรื่น และสะดวกสบายแม้จะโลดโผดในสถานการณ์ที่หลากหลายพื้นผิว

Jaecoo รถยนต์ไฮบริดกับนวัตกรรมโดดเด่นด้วยเทคโนโลยี PHEV เจนสาม

จากเทคโนโลยี PHEV เจนสาม เป็นนวัตกรรมใหม่ที่พัฒนาก้าวไปอีกขั้นของ Omoda & Jaecoo ทำให้เหล่าผู้ทดลองขับขี่ Jaecoo 7 PHEV และ Jaecoo 8 PHEV ต่างเห็นพร้อมและประทับใจในด้านการขับขี่ที่ประหยัดน้ำมันของรถ Jaecoo โดย Jaecoo 7 PHEV ได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการขับขี่เฉพาะไฟฟ้าที่ระยะขับขี่สูงสุดถึง 88 กม. และขับขี่ที่ใช้เชื้อเพลิงเพียง 4.9 ลิตร/100 กม. ในโหมด HEV ที่รวมแล้วมีระยะทางรวมมากกว่า 1,200 กม.

ในขณะที่ Jaecoo 8 PHEV ที่มากด้วยกำลังสูงสุดถึง 445 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 915 นิวตันเมตร ทำให้สามารถเร่งความเร็ว 0-100 กม./ชม. ในระยะเวลา 5.4 วินาที พร้อมทั้งได้ฟันฝ่าอุปสรรคสุดหินในด้านทดสอบที่สนาม Tuju ที่มาครบทุกรูปแบบ เช่น พื้นถนนโคลนแน่น หรือพื้นถนนลื่นไถล แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการขับขี่ในสภาวะออฟโรดที่แข็งแกร่ง

ระยะเวลากว่า 18 ปีในการวิจัย และพัฒนานวัตกรรมของบริษัทแม่อย่าง Chery Automobile ทำให้ Omoda & Jaecoo เกิดการพัฒนาต่อยอดไปอีกขั้นสู่เทคโนโลยี PHEV เจน 3 ที่นับว่าเป็นการพัฒนาที่สร้างการเปลี่ยนแปลง

เทคโนโลยีออฟโรดในรูปแบบพลังใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เทคโนโลยี PHEV เจนสามนี้ประกอบด้วยเครื่องยนต์พิเศษสำหรับไฮบริด (Hybrid-Specific Engines) ระบบส่งกำลังพิเศษสำหรับไฮบริด (Hybrid-Specific Transmissions) และระบบการจัดการแบทเตอรีพิเศษสำหรับไฮบริด (Hybrid-Specific Battery Management Systems) ในส่วนเครื่องยนต์พิเศษสำหรับไฮบริดได้พัฒนาไปสู่นวัตกรรมอีกขั้นใน 6 จุดหลักสำคัญ เช่น จังหวะเผาไหม้ การเพิ่มแรงบิด และระบบการระบายความร้อนที่ขึ้นแท่นผู้นำด้านประสิทธิภาพการระบายความร้อน ในด้านการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ยังมาพร้อมระบบสปีดไฮบริด 3 ระดับ (Three-Speed Super Hybrid Solution) อันทรงพลังรองรับการเปลี่ยนเกียร์พร้อมบาลานศ์การใช้เชื้อเพลิงในโหมดความเร็วต่ำ และโหมดความเร็วกลางได้อย่างความราบรื่น นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยอันแข็งแกร่งครบวงจรหลากหลายรูปแบบที่สร้างความอุ่นใจให้ผู้ขับขี่ เช่น ระบบกันน้ำ ฉนวนกันความร้อน ระบบป้องกันอัคคีภัย เป็นต้น

ในขณะเดียวกันรุ่นยอดนิยมอย่าง Omoda C5 EV ก็ได้รับเสียงชื่นชมถึงประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมจากการทดสอบบนสนาม Fantawild ด้วยความจุแบทเตอรีที่สูงถึง 61 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถวิ่งได้ไกลสุด 430 กม. ตามมาตรฐาน WLTP/การชาร์จ 1 ครั้ง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในระยะเวลา 7.8 วินาที ระยะเวลาในการชาร์จกระแสตรง DC จาก 30 เป็น 80% ในเวลาเพียง 28 นาที แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในฐานะรถยนต์ไฟฟ้า 100 % ที่โดดเด่นด้วยความจุของแบทเตอรี ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ ดีไซจ์นล้ำสมัยสะท้อนตัวตนผู้ขับขี่รุ่นใหม่ที่มีสไตล์ไม่ซ้ำใคร พร้อมด้วยออพชันความปลอดภัยครบครันด้วยฟังค์ชันช่วยเหลือการขับขี่ และตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ ตอบสนองการใช้งานในการเดินทางประจำวันรวมถึงการเดินทางระยะไกล ที่มอบประสบ การณ์ในการขับขี่ปลอดภัย ล้ำสมัย และสะดวกสบาย

หลังจากการได้ทดลองขับรถยนต์ของแบรนด์ Omoda & Jaecoo เหล่าผู้ขับขี่ต่างยกให้รถยนต์ Jaecoo เป็นรถ SUV ออฟโรด ที่ผสมผสานระหว่างความสามารถเต็มขั้น ความสะดวกสบาย และเทค โนโลยีอัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการขับขี่แบบออฟโรดโดยเฉพาะ ทางด้านของ Omoda C5 EVต่างได้รับคำชื่นชมว่าเป็นรถที่เป็นมิตรต่อผู้ขับขี่ด้วยฟังค์ชันการปรับเปลี่ยนโหมดที่ซัพพอร์ท การขับขี่ ทำให้การขับขี่ราบรื่น และสนุกมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ร่วมทดสอบ ยังได้เข้าเยี่ยมชมฐานการผลิตในเมืองอู๋หู ประเทศจีน ที่ทำให้เห็นได้ชัดถึงกระบวนการผลิตขั้นสูง และระบบการจัดการที่มีคุณภาพและยั่งยืน เพื่อช่วยเน้นย้ำถึงคุณภาพ และความคงทนของรถยนต์ที่ผู้ขับขี่จะได้รับจากแบรนด์ Omoda & Jaecoo พร้อมทั้งได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม “Green OJ” ในงานปักกิ่งมอเตอร์โชว์ ที่จะเป็นพแลทฟอร์มเน้นย้ำความมุ่งมั่นด้านความยั่ง ยืนที่ Omoda & Jaecoo จะสร้างเพื่อสังคม

Omoda & Jaecoo ยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีการขับขี่พลังงานใหม่ไปพร้อมกับการยึดมั่นความต้องการของผู้ขับขี่ และสร้างความใกล้ชิดกับตัวแทนสื่อและพาร์ทเนอร์ เพื่อให้เข้าใจความต้องการของตลาด และผู้ขับขี่ได้อย่างลึกซึ้ง นำไปต่อยอดสร้างสรรค์นวัตกรรม และการให้บริการที่ตอบสนองความต้องการผู้ขับขี่ให้ได้มากที่สุด โดย Omoda & Jaecoo มุ่งหวังในการเป็นผู้นำระดับโลกด้านการขับขี่ด้วยพลังงานใหม่ และสร้างอนาคตของการเดินทางที่สะอาด ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...