ดีเบตคู่ชิงรองปธน. “วอลซ์” VS “แวนซ์” ถกเดือดหลายประเด็น โพลชี้สูสีกัน
ดีเบตคู่ชิงรองปธน. วอลซ์ VS แวนซ์ ถกเดือดหลายประเด็น โพลชี้สูสีกัน
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -2 ต.ค. 67 17:29 น.
การดีเบตระหว่างสองผู้สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจ. ดี. แวนซ์ วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน จากรัฐโอไฮโอและ ทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา จากพรรคเดโมแครต ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว โดยการดีเบตจัดขึ้นที่นิวยอร์ก โดยสำนักข่าวซีบีเอส (CBS) และคาดว่าอาจเป็นการดีเบตครั้งสุดท้ายสำหรับศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก่อนถึงวันเลือกตั้ง 5 พ.ย. นี้
สื่อต่างประเทศมองว่า การดีเบตประชันวิสัยทัศน์ของสองผู้สมัครชิงรองปธน. มุ่งเน้นไปที่นโยบายมากกว่าการดีเบตของสองผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ระหว่าง คามาลา แฮร์ริส และ โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อเดือนก.ย. แม้จะมีบางจังหวะที่ผู้สมัครโจมตีประเด็นเรื่องส่วนตัวและมีการปิดไมค์เกิดขึ้น โดยการดีเบตรอบนี้ ครอบคลุมประเด็นการทำแท้ง นโยบายเศรษฐกิจ ต่างประเทศ ผู้อพยพ รวมถึงเหตุการณ์ผู้ประท้วงบุกรัฐสภา
ประเด็นผู้อพยพ
บรรยากาศการดีเบตเปิดฉากด้วยประเด็นที่สะท้อนถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความมั่นคง โดยทั้งสองผู้สมัครมีการโจมตีกันดุเดือดมากขึ้นเรื่อย ๆ จนผู้ดำเนินรายการต้องปิดไมค์ของทั้งสองคน
วอลซ์ กล่าวโจมตีแวนซ์และทรัมป์ว่า เป็นผู้ร้ายที่ต่อต้านผู้อพยพเข้าเมืองอย่างถูกกฎหมายในรัฐบ้านเกิดของแวนซ์เอง โดยยกกรณีที่ไมค์ เดอไวน์ ผู้ว่าการรัฐโอไฮโอจากพรรครีพับลิกัน ต้องส่งเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเพิ่มเติมเพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับโรงเรียนในเมือง หลังจากที่แวนซ์ ทวีตข้อความเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผสมกับทรัมป์พูดเรื่องที่ชาวเฮติกินสัตว์เลี้ยง ซึ่งไม่เป็นความจริง
ด้านแวนซ์กล่าวว่า ชาวเฮติ 15,000 คนในเมืองได้ก่อให้เกิดปัญหาที่อยู่อาศัย เศรษฐกิจ และปัญหาอื่น ๆ ที่รัฐบาลของไบเดนและแฮร์ริสกำลังเพิกเฉย เมื่อผู้ดำเนินรายการพยายามอธิบายว่า ชาวเฮติที่อาศัยอยู่ที่นั่นได้รับการรับรองสถานะตามกฎหมาย แวนซ์ก็ประท้วงว่า สำนักข่าว CBS News ได้ระบุไว้แล้วว่า ผู้ดำเนินการอภิปรายจะไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยผู้สมัครตั้งเป็นฝ่ายรับผิดชอบสิ่งที่พูด
เมื่อแวนซ์พูดต่อไปและผู้ดำเนินการอภิปรายพยายามจะพูดต่อ ไมโครโฟนของแวนซ์ก็ถูกปิดเสียง และไม่มีใครได้ยินเสียงของผู้สมัครทั้งสองคน
วอลซ์ สะดุดคำถามประเด็นจีน
วอลซ์ตอบคำถามเกี่ยวกับประเด็นที่อ้างว่า ตัวเขานั้นอยู่ในฮ่องกงในช่วงเกิดเหตุประท้วงที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในปี 1989 โดยสำนักข่าวหลายสำนัก รวมถึง APM Reports และ Minnesota Public Radio รายงานเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า มีหลักฐานบ่งชี้ว่า วอลซ์อยู่ในจีนในช่วงปีนั้นจริง ซึ่งเป็นในช่วงเดือนส.ค. ขณะที่เหตุการณ์ที่จัตุรัสเทียนอันเหมินเกิดขึ้นในเดือนมิ.ย. ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างข้างต้น
เมื่อถูกขอให้อธิบายข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกันระหว่างคำพูดของเขากับรายงานล่าสุด วอลซ์พยายามตอบคำถามแบบรวบรัด
เมื่อถูกไล่ต้อนอีกครั้ง วอลซ์ กล่าวว่า ผมพูดแค่ว่า ผมเคยไปที่นั่นในช่วงซัมเมอร์ แต่ผมพูดผิด จริง ๆ ผมจะพูดแบบนั้น
ผมอยู่ที่ฮ่องกงและจีนระหว่างการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย ผมเข้าไปที่นั่น จากตรงนั้น ผมได้เรียนรู้มากมายว่าอะไรคือสิ่งที่จำเป็นในการปกครอง วอลซ์กล่าวเพิ่มเติม
ประเด็นการทำแท้ง
ตัวแทนจากพรรครีพับลิกันพยายามโกยคะแนนในประเด็นนี้ ขณะที่พรรคเดโมแครตพุ่งเป้าโจมตีทรัมป์
แวนซ์กล่าวว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งที่เขารู้จักซึ่งเคยทำแท้ง กำลังดูการดีเบตครั้งนี้อยู่ ผู้หญิงคนนี้ได้บอกผมเมื่อสองสามปีก่อนว่า เธอคิดว่า ถ้าเธอไม่ทำแท้ง ชีวิตเธอคงพัง เพราะเธออยู่ในความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความรุนแรง
สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากเรื่องนี้ ในฐานะพรรครีพับลิกันที่ต้องการปกป้องชีวิตผู้บริสุทธิ์ในประเทศนี้อย่างภาคภูมิใจ และผู้ที่ต้องการปกป้องผู้ที่เปราะบาง ก็คือ พรรคของผม เราต้องทำหน้าที่ให้ดีขึ้นอีกเพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากชาวอเมริกันในประเด็นนี้ แม้ว่าพวกเขาจะไม่เชื่อใจเราก็ตาม แวนซ์กล่าว
อย่างไรก็ดี แวนซ์เองก็เคยสนับสนุนข้อจำกัดการทำแท้งทั่วประเทศที่อายุครรภ์ไม่เกิน 15 สัปดาห์
เมื่อถูกถามว่า เขายังสนับสนุนข้อห้ามดังกล่าวหรือไม่ แวนซ์ตอบว่า ผมไม่เคยสนับสนุนการห้ามทำแท้งทั่วประเทศ ผมเคยสนับสนุนในช่วงที่ลงสมัครวุฒิสมาชิกในปี 2022 และพูดถึงการกำหนดหลักเกณฑ์ขั้นต่ำให้เป็นแบบแผนเดียวกันทั่วประเทศ
เหตุการณ์ผู้ประท้วงบุกรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 ม.ค.
แวนซ์ พยายามพูดเพื่อลดภาพความรุนแรงของเหตุผู้ประท้วงบุกรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2021 โดยกล่าวว่า ทรัมป์ ได้บอกให้ผู้ประท้วงเดินขบวนไปที่อาคารรัฐสภาอย่าง "สันติ" ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงตามมาโดยผู้สนับสนุนทรัมป์ได้ประท้วงการรับรองผลเลือกตั้งที่โจ ไบเดน เป็นฝ่ายชนะ
แวนซ์อ้างว่าภัยคุกคามที่แท้จริงต่อประชาธิปไตยคือ การเซ็นเซอร์ฝ่ายค้าน เราควรถกเถียงกันถึงความเห็นต่าง คามาลา แฮร์ริส กำลังเซ็นเซอร์ในวงกว้าง
ด้านวอลซ์กล่าวว่า แวนซ์กำลังช่วยแก้ต่าง โดยกล่วาว่า เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์อเมริกันที่ประธานาธิบดีหรือใครก็ตามพยายามล้มล้างการเลือกตั้งที่ยุติธรรมและการถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติ และถามแวนซ์ว่า ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งในปี 2020 หรือไม่
ผมมองไปที่อนาคตต่างหาก แวนซ์ตอบ
นั่นเป็นคำตอบที่ไม่น่าให้อภัย วอลซ์กล่าว
หลังดีเบต CBS เผยผลสำรวจระบุว่า 42% ของผู้ชม มองว่าแวนซ์เป็นฝ่ายชนะ ขณะที่ 41% มองว่า วอลซ์ชนะ และอีก 17% มองว่า ทั้งคู่สูสีกัน
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ