โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความน่าจะอ่าน 2024 : The Finalists (ตอนที่ 1)

The101.world

อัพเดต 12 ก.ย 2567 เวลา 14.11 น. • เผยแพร่ 08 ก.ย 2567 เวลา 14.27 น. • The 101 World

ว่ากันว่าการอ่านหนังสือสักเล่มเปรียบได้กับการเดินทางสู่โลกใบใหม่ เปิดหูเปิดตาให้เราผ่านการค้นพบความรู้และจินตนาการในดินแดนตัวอักษรอันกว้างไกล พร้อมๆ กับพักผ่อนเยียวยาใจในวันที่เหนื่อยล้า ท้อแท้ หรือหมดหวัง เพื่อเติมพลังความฝันและความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงชวนให้เรากลับมาสำรวจแง่มุมความคิด จิตวิญญาณหรือโลกภายใน

ปีนี้ 101 ร่วมกับ Open House Bookshop by Hardcover จึงขอชวนคุณมาร่วมค้นหาหนังสือที่ใช่ ผ่าน ‘ความน่าจะอ่าน 2024 : Readcovery เปิดโลกข้างนอก เปิดอ่านข้างใน’ จากรายชื่อหนังสือคัดสรรโดยเจ้าของสำนักพิมพ์ บรรณาธิการ ร้านหนังสือ และวาดภาพประกอบ ทั้งหมดกว่า 100 เล่ม

และนี่คือ The Finalist ชุดที่ 1 – หนังสือหลากรสที่คนในแวดวงหนังสือเสนอกันเข้ามา พร้อมเหตุผลว่าทำไมเรา ‘น่าจะอ่าน’ เล่มนี้

ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์

มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

เล่มที่แนะนำ :

1.2475 นักเขียนผีแห่งสยาม

ผู้เขียน : สะอาด และพชรกฤษณ์ โตอิ้ม

สำนักพิมพ์ : ด้วงคอมิกส์

“เป็นกราฟฟิกโนเวลที่ยอดเยี่ยมของไทยเล่มหนึ่งในการที่จะชวนเราเข้าไปอยู่ในยุคสมัยปฏิวัติ 2475 โดยมีมุมต่อการเข้าใจกลุ่มผู้ปกครองระบอบเก่า กับประเด็นปัญหาที่ต้องการสร้างชาติของฝ่ายระบอบใหม่ ผ่านสายตาผู้หญิงและสื่อ”

2.เจ้าชีวิต เจ้าสรรพสิ่ง

ผู้เขียน : Maurizio Peleggi

ผู้แปล : วริศา กิตติคุณเสรี

สำนักพิมพ์ : ฟ้าเดียวกัน

“เป็นงานวิชาการที่ศึกษาเข้าใจชนชั้นนำไทยในสมัยเปลี่ยนผ่านจากยุคเก่าสู่เลียนแบบยุคตะวันตกได้ในแง่มุมที่น่าทึ่ง ทั้งเครื่องแต่งกาย สถาปัตยกรรม ข้าวของเครื่องใช้ อนุสาวรีย์ เป็นต้น”

3.ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย

ผู้เขียน : คริส เบเคอร์ และผาสุก พงษ์ไพจิตร

สำนักพิมพ์ : มติชน

“เป็นหนังสือประวัติศาสตร์ไทยที่อ่านแล้วเร้าใจในจินตนาการ ให้ภาพความเปลี่ยนแปลงนอกจากทางเศรษฐกิจ และการเมือง ยังลงไปถึงชีวิต เพลง หนังสือ และดึงตัวเราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม”

ชวณัฐ สุวรรณ และ เพชรลัดดา แก้วจีน

Whale & Rabbit Library

เล่มที่แนะนำ :

1.ความทรงจำที่ทิ้งไว้ในฤดูร้อน (Breasts and Eggs)

ผู้เขียน : Mieko Kawakami

ผู้แปล : ฉัตรขวัญ อดิศัย

สำนักพิมพ์ : Biblio

“นวนิยายที่ชวนตั้งคำถามถึงความเป็นผู้หญิงในมิติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสรีระร่างกาย ความงาม หน้าที่การงาน การแต่งงาน การเป็นแม่ และการมีลูก ว่าแท้จริงแล้วอะไรเป็นตัวกำหนดนิยามและบทบาทของพวกเธอกันแน่ โดยเรื่องจะเล่าผ่าน 3 ตัวละครหลัก (แม่ ลูกสาว และน้าสาว) ซึ่งเป็นหญิงต่างวัยชนชั้นแรงงาน ตลอดทั้งเล่มแม้จะเล่าเรื่องแบบเรียบๆ ไม่หวือหวา แต่กลับสั่นสะเทือนใจอย่างยิ่งกับการต่อสู้ดิ้นรนของคนที่ไม่มีโอกาสในชีวิตมากนักและคาดหวังเพียงการมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ง่ายสำหรับพวกเธอเลย”

2.วันแสนธรรมดาในบ้านหลังน้อย (Hirayasumi)

ผู้เขียน : Keigo Shinzo

ผู้แปล : ศัณสนีย์ ศลกิจวาณิชย์กุล

สำนักพิมพ์ : Siam Inter Comics

“มังงะที่ถ่ายทอดสิ่งละอันพันละน้อยในชีวิตประจำวันของเด็กหนุ่มผู้ได้รับมรดกเป็นบ้านหลังเล็กจากคุณยายเพื่อนบ้านที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด และต่อมาก็มีลูกพี่ลูกน้องสาวผู้มีความมุ่งมั่นจะเป็นนักเขียนการ์ตูนมาขออยู่อาศัยด้วย

การอ่านเรื่องนี้เหมือนได้รับพลังงานดีๆ ตลอดทั้งเล่ม เพราะมุมมองของเหล่าตัวละครต่อสถานการณ์ตรงหน้า สภาพแวดล้อม และผู้คนรอบตัวนั้นช่างชวนอมยิ้มและน่าให้กำลังใจซะจริง! แนะนำอย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังหาอ่านอะไรที่เนิบช้าแต่จับใจ (ปัจจุบันฉบับภาษาไทยออกมาแล้ว 4 เล่ม)”

3.กาสักอังก์ฆาต

ผู้เขียน : กิตติศักดิ์ คงคา

สำนักพิมพ์ : 13357

“งานเขียนเล่มที่ 2 ในซีรีส์นักสืบซินแคลร์ (แต่ละเล่มเรื่องราวจบในตัว ไม่ต่อเนื่องกัน) สำหรับเล่มนี้เป็นการไขคดีฆาตกรรมที่วัดป่าบนเกาะร้างระหว่างที่นักสืบของพวกเราไปบวชอยู่ที่นั่นพอดี คนเขียนดำเนินเรื่องได้ตื่นเต้นชวนติดตาม อีกทั้งยังผสมเรื่องราวทางสงฆ์และบรรยากาศแบบไทยๆ ลงไปอย่างมีชั้นเชิง แม้จะยังมีบางจุดที่สะดุดบ้าง แต่ในแง่ความสนุกถือว่าเอาอยู่ และทำให้อยากติดตามเล่มถัดๆ ไปในซีรีส์นี้”

ธนาพล อิ๋วสกุล

สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน

เล่มที่แนะนำ :

1.เศรษฐศาสตร์กินได้ (Edible Economics: A Hungry Economist Explains the World)

ผู้เขียน : Ha-Joon Chang

ผู้แปล : สกุลรัตน์ บวรสันติสุทธิ์

สำนักพิมพ์ : Bookscape

“สำหรับผู้ที่ติดตามผลงานของฮาจุน ชาง ผู้เขียน ‘เศรษฐศาสตร์ (ฉบับทางเลือก)’ ที่ย่อยความคิดและข้อถกเถียงพร้อมกับเสนอทางเลือกที่มากกว่าเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก ผลงานแปลเล่มใหม่ของผู้เขียน ‘เศรษฐศาสตร์กินได้’ นอกจากจะเชิญชวนให้ไป ‘ชิม’ อาหารของแต่ละชาติแล้ว ผู้เขียนยังชี้ชวนให้เห็นเส้นทางของการพัฒนาของแต่ละประเทศผ่านเส้นทางของอาหารอย่างชวนสนุกและคิดต่อได้อีกมาก”

2.Hidden Myanmar การต่างประเทศร่วมสมัยและความเคลื่อนไหวของฤๅษีแห่งเอเชีย

ผู้เขียน : ลลิตา หาญวงษ์

สำนักพิมพ์ : มติชน

“สถานการณ์พม่าพลิกผันเปลี่ยนแปลงได้แทบทุกวันนับตั้งแต่การรัฐประหารครั้งล่าสุดของมิน อ่อง หล่าย เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 แต่การจะเข้าใจ ‘ฤๅษีแห่งเอเชีย’ เราอาจจะต้องย้อนไปทำความเข้าใจอดีต ความเป็นมาและรากเหง้าของปัญหาได้ดียิ่งขึ้น นี่อาจจะทำให้ลลิตา หาญวงษ์ ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เป็นผู้ที่มีมุมมองเกี่ยวกับพม่าที่แหลมคมคนหนึ่ง”

3.นิติรัฐนิติธรรม: ประวัติศาสตร์ภูมิปัญญาเปรียบเทียบ

ผู้เขียน : กล้า สมุทวณิช, เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง, ศศิภา พฤกษฎาจันทร์, วริษา องสุพันธ์กุล และอภินพ อติพิบูลย์สิน

บรรณาธิการโดย : เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง

สำนักพิมพ์ : Illuminations Editions

“ในบทความวิชาการที่สำรวจแนวคิด นิติรัฐ นิติธรรม ในต่างประเทศ ประกอบด้วย อังกฤษ โดยเข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง ฝรั่งเศส โดยวริษา องสุพันธ์กุล เยอรมนี โดยศศิภา พฤกษฎาจันทร์ สหรัฐอเมริกา โดยอภินพ อติพิบูลย์สิน และศาลรัฐธรรมนูญกับการแปลความหมาย สร้าง และบังคับใช้หลักนิติธรรมไทย โดยกล้า สมุทวณิช และคำนำของบรรณาธิการ เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง ที่ชี้ให้เห็นว่า “สังคมไทยบ้าเห่อหลักนิติธรรม นิติธรรมกลายเป็นสัญลักษณ์ของทุกสิ่งที่ดีงาม อุดมคติที่พึงปรารถนา” ซึ่งทุกคนก็พอจะรู้กันดีว่ามันตรงกันข้ามกับสิ่งที่เกิดขึ้นผ่านคำพิพากษาของศาลต่างๆ ในประเทศไทย”

พิพัฒน์ พสุธารชาติ

สำนักพิมพ์ Illuminations Editions

เล่มที่แนะนำ :

1. ยุคสมัยแห่งการปฏิวัติ

ผู้เขียน : Eric Hobsbawm

ผู้แปล : ภัควดี วีระภาสพงษ์

สำนักพิมพ์ : ฟ้าเดียวกัน

“หนังสือเล่มนี้พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษครั้งแรกเมื่อ ค.ศ.1962 (พ.ศ.2505) ในชื่อ The Age of Revolution (1789–1848) ซึ่งห่างจากฉบับภาษาไทยนานถึง 61 ปี ฮ็อบส์บอมเสนอมุมมองทางประวัติศาสตร์ผ่านการมองโลกด้วยเลนส์ของมาร์กซิสม์ เขาศึกษาการปฏิวัติสองครั้งโดยใช้คำว่า ‘การปฏิวัติแบบทวิภาค’ (dual revolution) อันได้แก่ (1) การปฏิวัติฝรั่งเศส 1789 และ (2) การปฏิวัติอุตสาหกรรมของอังกฤษ โดยเขาอธิบายว่าการปฏิวัติทั้ง 2 ครั้งได้เปลี่ยนโฉมหน้าของโลกใบนี้ไปอย่างสิ้นเชิง

หนังสือเล่มนี้จัดเป็นงานคลาสสิกของประวัติศาสตร์โลกแบบมาร์กซิสม์ ต้องขอชมคุณภัควดี วีระภาสพงษ์ สำหรับความอุตสาหะในการแปลหนังสือภาษาอังกฤษที่ค่อนข้างยากเล่มนี้ (และได้ข่าวว่ากำลังแปลหนังสือเล่มอื่นในซีรีส์นี้ของฮ็อบส์บอมอยู่)

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจเรื่องการปฏิวัติฝรั่งเศส 1789 ขอแนะนำให้อ่านหนังสืออีกเล่มประกอบ คือ ‘ปฏิวัติฝรั่งเศส: ความรู้ฉบับพกพา’ (2564) ของ William Doyle แปลโดยปรีดี หงษ์สต้น ของสำนักพิมพ์ bookscape”

2.Prisoners of Geography: อ่านภูมิรัฐศาสตร์โลกจากอดีตสู่อนาคตผ่าน 10 แผนที่

ผู้เขียน : Tim Marshall

ผู้แปล : คุณากร วาณิชย์วิรุฬห์

สำนักพิมพ์ : Bookscape

“เป็นหนังสือด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่ดีและอ่านเพลิน เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป รวมไปถึงคนจบรัฐศาสตร์ที่อยากศึกษาด้านภูมิศาสตร์เพิ่มเติม

หนังสือเล่มนี้ทำให้ผมคิดว่าน่าจะบรรจุวิชาภูมิศาสตร์ไว้ในหลักสูตรปริญญาตรีของคณะรัฐศาสตร์ ตามคำนำของผู้แปลตอนหนึ่งที่เขียนว่า “ภูมิศาสตร์คือพันธนาการที่วางกรอบกำหนดชะตากรรมของประชาชาติทั่วโลกนั้น ยังคงทรงพลังและรังแต่จะยิ่งสำแดงพลานุภาพของมันให้เป็นที่ประจักษ์ชัดขึ้นเรื่อยๆ ในยุคที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง คาบสมุทรเกาหลี หรือทะเลจีนใต้ กลายเป็นประเด็นเด่นที่พร้อมจะสั่นคลอนชีวิตของเราท่านได้ทุกเมื่อ” (หน้า 34)

อนึ่งหนังสือ Prisoners of Geography ที่พิมพ์ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2015 ได้อธิบายเหตุผลและที่มาของความสุ่มเสี่ยงว่าจะเกิดสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนไว้ และสงครามนี้ก็ได้เกิดขึ้นจริงๆ ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2022 อันแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของภูมิรัฐศาสตร์ที่มีผลกระทบต่อประชาชนทุกคนในโลกนี้ไม่มากก็น้อย”

3.ว่าด้วยการถอดถอนระเบียบอำนาจแบบอาณานิคม : จากเขม่าปืนในแดนคนป่า สู่โซ่ตรวนทางปัญญาในสถาบันการศึกษา (On Decoloniality)

ผู้เขียน : ธเนศ วงศ์ยานนาวา

สำนักพิมพ์ : สมมติ

“เพิ่งอ่านหนังสือเล่มนี้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่ชอบมากจนอยากแนะนำ เป็นหนังสือที่กล่าวถึงสำนักคิดที่เรียกว่า Decoloniality ซึ่งเกิดขึ้นจากเหล่านักวิชาการในทวีปอเมริกาใต้ (หรือลาตินอเมริกา) ที่สำคัญคือ อนิบาล กียาโน (Aníbal Quijano,1928 –2018) นักสังคมวิทยาชาวเปรู ซึ่งเป็นผู้สร้างมโนทัศน์เรื่อง ‘coloniality of power’ และ ‘coloniality of knowledge’ และวอลเตอร์ มิโนโล (Walter Mignolo, 1941-ปัจจุบัน) นักอรรถศาสตร์ชาวอาร์เจนตินา

สำนัก Decoloniality มุ่งเน้นศึกษาความสัมพันธ์ของการถูกปกครอง (ทางความคิด) โดยเจ้าอาณานิคมผ่านการบังคับใช้ตรรกะสมัยใหม่แบบตะวันตก ในแง่นี้ Decoloniality จึงเป็นโครงการทางญาณวิทยา มากกว่าโครงการทางการเมือง กล่าวคือเป็นขบวนการทางความคิดและความรู้ สำนัก Decoloniality เน้นย้ำให้เราตัดขาดความคิดและตรรกะของเราออกจากโครงสร้างทางความรู้ (Structure of Knowledge) ที่ตะวันตกบังคับกำหนดให้เราใช้ เพื่อมุ่งหาวิธีคิด-ระบบความคิด (Mode of Thought) และวิธีแสวงหาความรู้ (Ways of Knowing) ที่ต่างออกไปจากของตะวันตก

หนังสือเล่มนี้อ่านง่าย แต่เนื่องจากบางส่วนถูกนำเสนอในการประชุมทางวิชาการฯ และบางส่วนก็เป็นคำบรรยายมาก่อน เมื่อนำมารวมกัน จึงมีเนื้อหาบางช่วงที่ไม่ต่อเนื่องอยู่บ้าง แต่ก็สามารถอ่านไปเรื่อยๆ จนจบเล่ม”

ภาคย์ มหิธิธรรมธร

สำนักพิมพ์ฮัมมิ่งบุ๊คส์

เล่มที่แนะนำ :

1.กลลวงซ่อนตาย (ฉบับแปลใหม่)

ผู้เขียน : Keigo Higashino

ผู้แปล: อิศเรศ ทองปัสโณว์

สำนักพิมพ์ : ไดฟุกุ

“เป็นผลงานที่ชอบที่สุดของฮิงาชิโนะ เคโงะ…สุดยอดนักเขียนแนวสืบสวนสอบสวนแห่งเอเชีย ที่นำกลับมาตีพิมพ์ใหม่และแปลใหม่อีกครั้ง ถึงจะเคยอ่านมาตั้งแต่ฉบับพิมพ์ครั้งแรกในไทยเมื่อสิบห้ากว่าปีที่แล้ว แต่ยังคงจดจำความประทับใจได้เป็นอย่างดี แม้จะเป็นนิยายที่ดำเนินเรื่องเรียบง่ายไม่หวือหวา ทว่าของเด็ดท้ายเล่มนั้นจะตราตรึงใจคนอ่านไปอีกนาน อยากให้แฟนนิยายสืบสวนสอบสวนได้อ่านนิยายเรื่องนี้สักครั้งในชีวิต!”

2.บันทึกญี่ปุ่นของสองตา

ผู้เขียน :อรุณี ชูบุญราษฎร์

จัดพิมพ์โดย : อรุณี ชูบุญราษฎร์

“หนังสือบันทึกการเดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่นในเมืองโตเกียวและเมืองใกล้ๆ โตเกียวที่ปกสีเหลืองสดเด่นสะดุดตามาก ผลงานของอดีตกองบรรณาธิการนิยายพลอยแกมเพชร สำนวนการเขียนอ่านง่ายและอ่านเพลินมาก หลายๆ สถานที่ก็เพิ่งได้รู้จักจากหนังสือเล่มนี้เป็นครั้งแรก เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับสายกินและสายอาร์ต หากมีโอกาสได้ไปเที่ยวโตเกียวครั้งหน้า คงต้องตามรอยหนังสือเล่มนี้เสียแล้ว”

3.HISTORY PALETTE ประวัติศาสตร์มีสี

ผู้เขียน : มนสิชา รุ่งชวาลนนท์

สำนักพิมพ์ : Salmon

“เป็นแฟนตัวยงของเพจ ‘พื้นที่ให้เล่า’ อยู่แล้ว พอรู้ว่าทางเพจออกหนังสือเล่มใหม่ก็ต้องไม่พลาดอย่างแน่นอน ด้วยความที่ชอบหนังสือที่มีความเป็น ‘ธีมๆ’ อยู่แล้ว ประกอบกับมีเนื้อหาเกี่ยวกับสีในประวัติศาสตร์โลกที่มีความน่าสนใจ ทำให้รู้สึกสนุกและตื่นเต้นไปกับเกร็ดความรู้อันน่าทึ่งที่ผู้เขียนย่อยมาแล้วเพื่อให้คนอ่านอ่านง่ายที่สุด เห็นได้ชัดว่าฝีมือการเขียนหนังสือเล่มนี้ของผู้เขียนนั้นไม่ธรรมดาเลย”

จีระวุฒิ เขียวมณี

สำนักพิมพ์ Biblio

เล่มที่แนะนำ :

1.YOU GHOST ME EVERY SADTURDAY NIGHT

ผู้เขียน : ธนชาติ ศิริภัทราชัย

สำนักพิมพ์ : Salmon

“ไม่ได้รู้สึกสนุกและตื่นเต้นกับเรื่องสั้นของนักเขียนไทยมานานแล้ว (เหมือนกับตอนที่ได้อ่าน ‘ความน่าจะเป็น’ ของ ปราบดา หยุ่น เมื่อ 24 ปีก่อน) อันที่จริงงานวรรณกรรมไทยก็ไม่จำเป็นต้องมีท่าทีซีเรียสหรือสะท้อนสังคมอย่างเข้มข้นเท่านั้น เราสามารถสื่อสารความ ‘ผิดปกติ’ ในสังคมด้วยน้ำเสียงตลกร้าย สนุกสนานก็ได้ ใครจะรู้ว่าพออ่านแล้วอาจรู้สึกบาดลึกและมีสิ่งที่ชวนคิดไม่จบได้เช่นกัน เหมือนที่ 15 เรื่องสั้นของธนชาติกล่าวเอาไว้ เรื่องผีไทยที่เราคุ้นเคยถูกนำมาเล่าโดยการตั้งคำถามถึงความสมเหตุสมผลในเรื่องเล่าของผีเหล่านั้น มันไม่ใช่การพิสูจน์ว่าผีมีจริงไหมในทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็นการยั่วล้อสังคมไทยว่าเราเติบโตและถูกทำให้เชื่องและเชื่อกับเรื่องเล่าเหนือธรรมชาตินี้มานานแค่ไหน และเอาเข้าจริง ‘สิ่งเหนือธรรมชาติ’ ที่ว่ามันอยู่ที่ ‘ผี’ หรือ ‘ผู้เล่า’ กันแน่ จนรู้ตัวอีกทีก็โดนผีแบบ ‘ไทยๆ’ หลอกเข้าเสียแล้ว”

2.The Secret Lives of Colour มหัศจรรย์แห่งสี

ผู้เขียน : Kassia ST Clair

ผู้แปล : พลอยแสง เอกญาติ

สำนักพิมพ์ : Openbooks

“ในการทำงานสิ่งพิมพ์ ‘สี’ เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ต่อวิธีคิดและหลายครั้งสีก็เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยเรากำหนดท่าทางของหนังสือที่ทำอยู่ด้วยเช่นกัน และ ‘มหัศจรรย์แห่งสี’ เล่มนี้ก็ช่วยตอกย้ำและช่วยให้เราสนุกสนานกับการใช้สีมากยิ่งขึ้น เราชอบที่หนังสือมันเริ่มต้นด้วยประเด็นแรกที่ว่า สีที่เรามองเห็นเป็นสีต่างๆ นั้นมีอยู่จริงไหม หรือเป็นแค่การตอบสนองของร่างกายมนุษย์ผ่านจอประสาทตากันแน่ ซึ่งนำไปสู่ความแตกต่างในการมองเห็นสีของผู้คน และยังมีเรื่องเกร็ดประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าถึงการมีอยู่ของสีเหล่านั้น ทั้งในความหมายเชิงวัฒนธรรมและอุตสาหกรรม (ใครจะรู้ว่าสีม่วง Magenta ผู้ที่ใช้กลุ่มแรกคือกองทัพหลายประเทศในยุโรป ใช้ในการย้อมเครื่องแบบทหาร) อีกทั้งสำนักพิมพ์โอเพ่นบุ๊คส์เองยังออกแบบรูปเล่มของหนังสือให้สีแต่ละสีร้อยเรียงไปในทุกหน้าที่กล่าวถึงสีต่างๆ นั้นอยู่ เป็นการทำให้หนังสือ สี และศิลปะ อยู่ร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์”

3.จอร์จทาวน์ เกาะปีนัง : จากเมืองท่าประวัติศาสตร์สู่เมืองมรดกโลก

ผู้เขียน : เกรียงไกร เกิดศิริ, ปัทม์ วงค์ประดิษฐ์, อิสรชัย บูรณะอรรจน์ และกิตติคุณ จันทร์แย้ม

สำนักพิมพ์ : มติชน

“จากที่เคยได้ยินชื่อผ่านหูบ่อยๆ ถึงเมืองจอร์จทาวน์ ที่เกาะปีนัง ประเทศมาเลเซีย ว่าถูกขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม แต่ก็ไม่ได้รู้รายละเอียดทางประวัติศาสตร์และช่วงเวลาที่ก่อสร้างเมืองนี้ขึ้นมา พอได้อ่านเล่มนี้แล้ว ทีมคณะผู้เขียนเหมือนพาเราเดินทางย้อนเวลาไปในยุคอาณานิคม ที่ปีนังเป็นเมืองท่าสำคัญทางคาบสมุทรมาเลย์ และได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากจีน อินเดีย และอังกฤษ ซึ่งเราก็เพิ่งรู้ว่าชื่อเมืองจอร์จทาวน์ ก็มาจากพระนามของพระเจ้าจอร์จที่สามแห่งสหราชอาณาจักร จนก่อเกิดสถาปัตยกรรมแองโกลอินเดียน ส่วนผสมระหว่างวัฒนธรรมของอังกฤษและอินเดียในอาคารบ้านเรือนต่างๆ และยังมีสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานอีกมากที่จอร์จทาวน์ซึ่งหลายสิ่งได้กลายเป็น iconic ของปีนังมาจนถึงทุกวันนี้ อ่านจบแล้วก็อยากไปเที่ยวตามรอยเลยจริงๆ ที่สำคัญต้องชื่นชมกองบรรณาธิการของมติชนด้วยที่ตั้งใจทำหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาให้คนรุ่นใหม่ได้อ่านกันอยู่”

อรรถ บุนนาค

สำนักพิมพ์ J-Lit

เล่มที่แนะนำ :

1.อีฟลิน ฮิวโกกับสามีทั้งเจ็ด

ผู้เขียน : Taylor Jenkins Reid

ผู้แปล : วิกันดา จันทร์ทองสุข

สำนักพิมพ์ : words publishing

“นวนิยายสุดแซ่บที่อ่านแล้วยกให้เป็นที่หนึ่งในดวงใจของนวนิยายที่อ่านในปีนี้ (เลยครึ่งปีมาแล้วยังไม่มีเล่มไหนมาโค่นเล่มนี้ได้) เป็นเรื่องราวชีวิตชีวิตของดาราหญิง อีฟลิน ฮิวโก ดาวค้างฟ้า (เหมาะกับสำนวนโบราณแบบนี้มากๆ) ของฮอลลีวู้ด เซ็ตติ้งแสนคลีเช่เหมาะกับความเป็นฮอลลีวู้ดแกลมัวรัสมากถึงมากที่สุด ถ้าจะเอาคำคุณศัพท์ของยุครุ่งเรืองฮอลลีวู้ดมาโฮะรวมใส่ มีแต่ดาวประกายพร่างวิบวับระยิบระยับ เหมือนจำลองเอาชีวิตของดาวค้างฟ้าตัวจริงอย่างมารีลิน มอนโร หรืออลิซาเบธ เทย์เลอร์ มาเป็นต้นแบบ แต่อ่านไปอ่านมาก็มีเกรตา การ์โบ วิเวียน ลีห์ และอื่นๆ ที่เป็นดาราฮอลลีวู้ดยุคทองของจอเงิน อย่ามานิโคล คิดแมน แอน หัตถเวทย์ (แฮทเธอเวย์) กระทั่งเมอรีล สตรีฟก็ยังใหม่ไป

เรเฟอเรนซ์ของวรรณกรรมอเมริกันหรือภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดตลอดจนมิวสิคัลบรอดเวย์ก็เข้ามาเพียบ ตั้งแต่ Street car named desire, All about eve, Sunset boulevard ให้อารมณ์และบรรยากาศแบบนั้น

เรื่องราวการไต่เต้าเป็นดาราของดาราสาวอย่างอีฟลิน ฮิวโก และความรักของเธอรักๆ เลิกๆ จนมีผัวถึงเจ็ดคน เป็นข่าวฉาวทั่ววงการ แต่ก็เป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ตัวเธอไปด้วยในตัว ทำให้เธอเป็นดาวค้างฟ้า เมื่อแก่ตัวก็คิดจะเขียนหนังสืออัตชีวประวัติ เลยจ้างนักเขียนบทความแมกกาซีนสาวชื่อโมนิค แกรนท์มาเขียน เล่าเรื่องแซ่บๆ ในวัยสาว เปิดโปงชีวิตอย่างหมดเปลือกแต่เจาะจงให้โมนิคเป็นคนเขียนเท่านั้น ผูกเงื่อนปมปริศนาไปในพล็อตหลักอันแสนน้ำเน่า

เมื่ออ่านไปได้ความแซ่บจัดจ้านตามความคาดหวังตามปกหนังสือ ราวกับดูซีรีส์ยุค 1970-80 อย่าง Dynasty แต่อ่านไปอ่านมาพล็อตรองอย่างชีวิตของโมนิคก็น่าสนใจ แถมมาอย่างไม่ชิงซีนนางเอกอย่างอีฟลิน ทิ้งเงื่อนปมปริศนาให้มีอารมณ์เรื่องสืบสวนสอบสวนไปด้วยในตัว แถมความทวิสต์ในทวิสต์ที่หักมุมเรื่องถึงสองครั้ง ทำให้เรื่องราวนี้ต้องตามอ่านจนหน้าสุดท้ายอย่างไม่เบื่อ

ไม่แปลกใจที่หนังสือเล่มนี้จะเป็นเบสต์เซลเลอร์ อยู่ในโครงสร้างของการเขียนหนังสือเบสต์เซลเลอร์อย่างเต็มที่ แต่ก็มีความซัสเพนส์และให้แง่คิดในค่านิยมร่วมสมัยได้อย่างดีงาม สายนักอ่านนวนิยายพลาดเรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด”

2.พระจันทร์เดือนกันยา

ผู้เขียน : กันย์นรา พิชาพร

จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายโดย : แสงทิวา นราพิชญ์ และเกียรติภูมิ นราพิชญ์

“เป็นนวนิยายเรื่องแรกของนักเขียนที่เพิ่งเดบิวต์ในวัย 67 ปี เขียนเล่าเรื่อง…ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นอัตชีวประวัติของนักเขียนกลายๆ แต่เขียนออกมาเป็นเรื่องแต่ง พูดถึงชีวิตผู้หญิงไทยเชื้อสายจีนในบทบาทของลูกสาว ลูกสะใภ้ และแม่ ดูเหมือนเป็นกระแสเทรนด์…ระลอกที่เท่าไรก็ไม่รู้ทั้งในวงวรรณกรรมไทยและวงวรรณกรรมโลกที่จะเขียนเรื่องจีนพลัดถิ่น ยิ่งระยะหลังๆ จะเขียนเรื่องชีวิตผู้หญิงจีน ถ้าจะเห็นชัดๆ ในยุคก่อนหน้านี้ก็เป็นเอมี ตัน ฝั่งของไทยจากเรื่องที่ตัวละครจีนพลัดถิ่นของผู้หญิงที่ชัดเจนอย่างโบตั๋น ก็แหวกเหล่าเรื่องเล่าของจีนพลัดถิ่นผู้ชายตามขนบ ‘เสื่อผืนหมอนใบ’ ฝ่าฟันจนประสบความสำเร็จเป็นเจ้าสัวใหญ่ในวงการธุรกิจ…โดยที่ผู้หญิงมีเป็นเพียงสีสันของเรื่องราวในการตบตีแย่งชิงอำนาจภายในครัวเรือนตั้งแต่แม่ผัว-ลูกสะใภ้ เมียหลวง-เมียน้อย แต่น้อยเรื่องที่จะสะท้อนความคับข้องใจของผู้หญิงเชื้อสายจีนที่ถูกกดทับทั้งเรื่องเพศ เชื้อชาติ ชนชั้น

‘พระจันทร์เดือนกันยา’ เล่าเรื่องราวเหล่านั้นผ่านด้วยน้ำเสียงสะอาดสะอ้านจนเหมือนอ่านเรื่องอัตชีวประวัติมากกว่านวนิยาย ไม่พร่ำเพ้อ ทั้งที่ในบางตอนชีวิตมันดรามาจนให้พร่ำเพ้อได้ ไม่ฟูมฟาย แต่เล่าเรื่องอย่างเที่ยงตรงก็เรียกน้ำตาให้ซึมได้ไม่รู้ตัว บอกเล่าด้วยสายตาของผู้เขียนซึ่งผ่านร้อนผ่านหนาวมาเกือบเจ็ดสิบปี จึงถ่ายทอดเรื่องราวให้เห็นสัจธรรมว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด และแก้ไขไปตามความสามารถ”

3.อักษรซ่อนรัก ไขรหัสจดหมายลับ มารี อองตัวแน็ต

ผู้เขียน : Issabelle Aristide Hastir

ผู้แปล : จิรศักดิ์ อัจฉริยยศ และชมนันท์ จันทร์ศรี

สำนักพิมพ์ : อะโวคาโด บุ๊กส์

“แค่อ่านย่อหน้าแรกของเล่มนี้ก็มอบหัวใจไปทั้งดวง นึกถึงความเพียรพยายามของคนที่จะเขียนเรื่องนี้ขึ้นว่าไม่ธรรมดา และในฐานะนักแปลด้วยแล้วก็คิดว่าเรื่องนี้น่าจะแปลกยากเรือหาย มันแตกต่างจากเรื่องของมารี อองตัวแน็ต ที่ผ่านๆ มา ไม่ใช่แค่ดรามาทางประวัติศาสตร์ในแง่ของมนุษยศาสตร์เท่านั้น แต่มีวิทยาศาสตร์เข้ามาพัวพันจนน่าทึ่ง

นอกจากเนื้อหาของรหัสลับเนื้อความในจดหมายแล้ว กระบวนการในการพิสูจน์หลักฐานก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน อ่านได้ทั้งอารมณ์หนังสือสารคดีวิทยาศาสตร์และหนังสือปกิณกะบันเทิงทางประวัติศาสตร์”

ปฏิกาล ภาคกาย, ธีรภัทร์ เจนใจ, ชนัดดา ตันนพรัตน์

สำนักพิมพ์ Salmon

เล่มที่แนะนำ :

1.หัวใจแห้งผาก (E Stato Cosi)

ผู้เขียน : Natalia Ginzburg

ผู้แปล : สิรีธร ถาวรปิยกุล

สำนักพิมพ์ : Library House

“ผลงานจากนักเขียนอิตาลีที่เพิ่งรู้จัก แต่ก็ตกหลุมรักทันทีที่อ่านจบ เพราะนอกจากลีลาการเล่าเรื่องจะชวนติดตาม (ติดตรึงตั้งแต่หน้าแรก) ประเด็นที่กินสเบิร์กหยิบมาเล่าอย่างความสัมพันธ์ในชีวิตคู่ เมื่อถูกถ่ายทอดผ่านตัวละครหลักกลับมีมุมมองที่น่าสนใจ เป็นน้ำเสียงที่เราอาจไม่ค่อยได้เห็น ไม่ค่อยได้ยิน แต่เมื่อได้รับรู้แล้ว ก็ยากจะลืมเลือน (ปฏิกาล)”

2.อันกามการุณย์ (Non fa niente)

ผู้เขียน : ลาดิด (LADYS)

สำนักพิมพ์ : ลาดิดและมูนสเคป

“ประทับใจกับสถานการณ์และบริบทว่าด้วยเรื่องเพศ ความสัมพันธ์ ครอบครัว และความเป็นแม่ในเรื่องนี้ที่อยู่บนความเทาๆ ไม่ขาว ไม่ดำ และไม่ตรงกับบรรทัดฐานที่สังคมกำหนดไว้ แม้บางมุมจะชวนให้รู้สึกว่าตัวละครเป็นผู้กระทำผิด แต่ด้วยภาษาและการถ่ายทอดความรู้สึกเจ็บปวดของตัวละครแล้วก็อดรู้สึกเห็นอกเห็นใจไม่ได้ (ธีรภัทร์)”

3.Skip and Loafer จังหวะวัยรุ่นว้าวุ่นหัวใจ

ผู้เขียน : Misaki Takamatsu (มิซากิ ทาคามัตสึ)

ผู้แปล : พลิกเมฆา

สำนักพิมพ์ : DEXpress Publishing

“การหยิบเรื่องแสนธรรมดาอย่างครอบครัว มิตรภาพ ความฝัน ความว้าวุ่น ความคาดหวังมาใส่ไว้ในนิสัยใจคอ ความรู้สึกนึกคิด และการเติบโตของตัวละครได้อย่างกลมกล่อมเข้ากับลายเส้นสบายตา ซึ่งจริงๆ ประเด็นและการเล่าราบเรียบมาก แต่กลับกระแทกใจเราจังๆ ทำให้กลับไปค้นและคุ้ยหาตัวเองในปัจจุบัน ไม่ว่าจะการตัดสินใจ การใช้ชีวิตง่ายๆ การยินดีกับสิ่งเล็กๆ ในแต่ละวัน มันเป็นเหมือนรุ่นน้องมาตบบ่าแล้วบอกว่าที่ผ่านมาก็เติบโตมาอย่างดีมากแล้วน่า หลังจากนี้ก็หัดซื่อตรงและใจดีกับตัวเองหน่อย (ชนัดดา)”

พรชัย วิริยะประภานนท์ (นรา)

นักเขียน นักอ่าน นักดูหนังและซีรีส์ และคอลัมนิสต์วิจารณ์ภาพยนตร์

เล่มที่แนะนำ :

1.MIYAZAKIWORLD มิยาซากิเวิลด์: ใดๆ ในโลกล้วนจิบลิ

ผู้เขียน : Susan Napier

ผู้แปล : โสภณา เชาววิวัฒน์กุล

สำนักพิมพ์ : storyard

“งานเขียนศึกษาวิเคราะห์แอนิเมชันของฮายาโอะ มิยาซากิ อย่างละเอียดลงลึกรอบด้าน และครอบคลุมชิ้นงานครบถ้วนตั้งแต่ระยะแรกเริ่มจนกระทั่งถึงปัจจุบัน อ่านเพลิน สนุกชวนติดตาม เต็มไปด้วยข้อมูลเบื้องลึก และประเด็นแง่คิดที่น่าสนใจ

เป็นหนังสือในฝันสำหรับคนชอบดูหนังโดยแท้”

2.คดีฆาตกรรมเมื่อดอกไม้ร่วงโรยในคืนจันทร์เต็มดวง (Killers of the Flowers Moon: The Osage Murders and the Birth of the FBI)

ผู้เขียน : David Grann

ผู้แปล : นรา สุภัคโรจน์

สำนักพิมพ์ : words

“งานเขียนประเภทสารคดี ซึ่งได้รับการดัดแปลงเป็นหนังชื่อเดียวกันโดยมาร์ติน สกอร์เซซี ผมได้ดูหนังก่อน แล้วจึงอ่านหนังสือทีหลัง

ทั้งหนังและหนังสือเล่าเหตุการณ์เดียวกัน ด้วยวิธีที่แตกต่างกันมาก งานเขียนของแกรนน์ เด่นตั้งแต่การค้นคว้าหาข้อมูลอย่างขันแข็ง การร้อยเรียงเหตุการณ์อย่างมีระเบียบเป็นลำดับขั้น และนำไปสู่การสะท้อนภาพรวมกว้างใหญ่กว่าฉบับภาพยนตร์ มีเข้มข้นชวนติดตามในลักษณะเดียวกับนิยายสืบสวนสอบสวนชั้นดี

เหนือสิ่งอื่นใดคือ การตีแผ่เปิดเผยเรื่องราวที่ร้ายกาจจนน่าตกตะลึง กระทั่งว่า ต่อให้เคยผ่านตาดูหนังมาก่อนแล้ว เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้ ผมก็ยังช็อกกับเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น”

3.ห้าเดือนกลางซากอิฐปูนที่อยุธยา

ผู้เขียน : น. ณ ปากน้ำ

สำนักพิมพ์ : เมืองโบราณ

“งานเขียนคลาสสิก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 เพิ่งตีพิมพ์ใหม่อีกครั้งสดๆ ร้อนๆ

เนื้อหาหลักๆ เป็นการเดินทางสำรวจโบราณสถานในอยุธยาโดยอาจารย์ น. ณ ปากน้ำและคณะ อย่างละเอียดถี่ถ้วนเมื่อปี 2509 และนำเสนอในลักษณะของการเขียนบันทึก ที่มีชีวิตชีวา ชวนอ่าน

คุณูปการของหนังสือเล่มนี้ก็คือ การเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงสำหรับนักประวัติศาสตร์ศิลปะรุ่นหลังถัดมา สืบเนื่องจนถึงปัจจุบัน และโดยกาลเวลาอันยาวนาน การบุกเบิกสำรวจของอาจารย์ น. ณ ปากน้ำในครั้งนั้น กลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการบันทึกภาพอยุธยาเมื่อห้าสิบกว่าปีก่อน ซึ่งปัจจุบันได้เกิดการเปลี่ยนแปลงมหาศาลจนแทบไม่หลงเหลือเค้าเดิม”

ขจรฤทธิ์ รักษา

สำนักพิมพ์บ้านหนังสือ

เล่มที่แนะนำ :

1.เจ้าทรัพย์ บทวิพากษ์เศรษฐกิจการเมืองไทยร่วมสมัย

ผู้เขียน : ปวงชน อุนจะนำ

สำนักพิมพ์ : สมมติ

“เป็นหนังสือที่เขียนให้ให้ข้อมูลอย่างละเอียดว่า ใครคือคนที่รวยที่สุด มีอำนาจมากที่สุด หาเงินง่ายที่สุด และใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยที่สุด เป็นหนังสือที่ดี แต่รีวิวยาก นอกจากจะบอกว่า ลองซื้อไปอ่านกันดู”

2.กีซ็อต บุรุษบ้าและมายาสมัย

ผู้เขียน : Salman Rushdie

แปลโดย : วรางคณา เหมศุกล

สำนักพิมพ์ : มติชน

“ผมอ่านงานของซัลมาล รัชดี ที่แปลมาเป็นภาษาไทยทุกเล่ม ตั้งแต่ทารกเที่ยงคืน บ้านโกลเด้น สองปีแปดเดือนกับยี่สิบแปดคืน ส่วนเล่มนี้ เป็นงานแปลเล่มล่าสุดของเขาที่ออกสู่ตลาดหนังสือเมืองไทย เป็นเรื่องราวที่เสียดสียุคสมัย นำเอาเค้าโครงเรื่องดอนกิโฆเต้มาดัดแปลงให้เข้ากับปัจจุบัน เมื่อชายชราเชื้อสายอินเดียที่เข้ามาตั้งรกรากในอเมริกาออกเดินทางด้วยรถเชฟโรเล็ตครูชคู่ใจไปยังเมืองต่างๆ ทั่วสหรัฐอเมริกา เพื่อให้ได้พบและพิชิตใจหญิงยอดรักที่ชายชราหลงรักผ่านหน้าจอโทรทัศน์ เป็นหนังสือที่อ่านสนุกมากที่สุดเล่มหนึ่ง”

3.เยลโลว์เฟซ วรรณกรรมสลับหน้า

ผู้เขียน : R. F. Kuang

ผู้แปล : ทศพล ศรีพุ่ม

สำนักพิมพ์ : Beat

“เป็นนิยายที่คว้ารางวัลเบสฟิกชั่นจาก Goodread Choice Awards ปี 2023 เรื่องราวของนักเขียนสองคนที่พยายามเขียนหนังสือให้โด่งดัง คนที่มีคนอ่านมากกว่ากลับเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ อีกคนที่มีชีวิตอยู่ก็ไปฉกเอาผลงานของผู้ตายมาเขียนแต่งเติมให้เป็นของตัวเอง จนกระทั่งหนังสือได้ตีพิมพ์ และมีคนเริ่มจับผิดว่า แท้จริงแล้วผลงานชิ้นนี้ไม่ใช่เธอเป็นคนเขียน เป็นการเล่าเรื่องอย่างเสียดสีและมีอารมณ์ขัน อ่านสนุกตั้งแต่บทแรกจนกระทั่งถึงตอนจบ”

ณัฏฐพรรณ เรืองศิรินุสรณ์

สำนักพิมพ์ Bookscape

เล่มที่แนะนำ :

1.2475 นักเขียนผีแห่งสยาม

ผู้เขียน : สะอาด และพชรกฤษณ์ โตอิ้ม

สำนักพิมพ์ : ด้วงคอมิกส์

“ในโลกคู่ขนานที่ตัวเอกในเรื่องอย่างนิภาฝันถึง หนังสือเล่มนี้คงได้บรรจุเป็นหนังสืออ่านนอกเวลา ให้เยาวชนได้รับรู้เหตุการณ์สำคัญครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยผ่านเรื่องเล่าที่สนุกตื่นเต้นกินใจราวกับชมภาพยนตร์ชั้นดี

แต่นี่ไม่ใช่โลกใบนั้น เราจึงได้แต่อ่านเรื่องราวในเล่มนี้ด้วยความขุ่นข้องสะท้อนใจ เพราะนี่คือประวัติศาสตร์ที่ยังไม่สิ้นสุด เป็นการต่อสู้ที่ไม่สุดสิ้น หลายฉากหลายตอนคล้ายถูกย้อนเล่นใหม่ซ้ำๆ ในต่างวาระเวลา อย่างสิทธิเสรีภาพที่ถูกปิดกั้น การขีดเขียนกฎเกณฑ์ตามใจผู้มีอำนาจ หรือความเหลื่อมล้ำที่ยังไม่จางหายจากสังคม

ชื่นชมสะอาดและทีมผู้จัดทำอย่างยิ่งที่ต่อสู้ด้วยปากกาของตนผ่านหนังสือเล่มนี้ ถ้าจะมีสักเล่มที่ ‘น่าจะอ่าน’ ที่สุดในปีที่ผ่านมา เราขอยกให้เล่มนี้”

2.สู่โลกใบใหญ่ นอกเปลือกไข่ของเธอ

ผู้เขียน : Fumie Kondo

ผู้แปล : กนกวรรณ เกตุชัยมาศ

สำนักพิมพ์ : Sunday Afternoon

““อ่านเล่มนี้สิ ได้มุมคิดเรื่องการทำงาน” พี่ที่สนิทคนหนึ่งแนะนำมาแบบนี้ ทีแรกก็แปลกใจนิดหน่อยเพราะหนังสือเล่มนี้พูดเรื่องไกด์สาวมือใหม่กับภารกิจพาลูกทัวร์ไปออกทริปต่างประเทศ ยังนึกไม่ค่อยออกว่าอ่านแล้วจะเชื่อมโยงกับการทำงานของตัวเองสักแค่ไหน

แต่ฟูมิเอะ คนโด ยังคงเก่งกาจในการชวนเราไปท่องโลกกว้างพร้อมกับสำรวจโลกใกล้ คำถามที่ไกด์สาวพูดคุยกับตัวเอง ปัญหาคิดไม่ตกระหว่างงานที่รักกับภาระที่ต้องแลก รวมถึงเรื่องราวของลูกทัวร์สารพัดแบบให้รับมือ กลายเป็นประสบการณ์การอ่านที่ติดตรึงใจราวกับการเดินทางที่ประทับอยู่ในความทรงจำ”

3.ติดบ้าน (DAHEIM)

เขียน : Judith Hermann

แปล : นันทนา อนันต์โกศล

สำนักพิมพ์ : Library House

“แนะนำเรื่องราวท่องโลกแล้ว ขอวกกลับมาปักหลักติดบ้านบ้าง งานเขียนเยอรมันรสชาติแปลกแปร่ง เรื่องเริ่มจากแรงงานสาวที่เกือบมีโอกาสได้ข้ามน้ำข้ามทะเลไปเป็นผู้ช่วยนักมายากล แต่เรื่องราวที่คล้ายจะเริ่มอย่างหวือหวากลับพาเราวกกลับมาวนเวียนอยู่ในเมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยผู้คนติดบ้าน บ้านที่อาจจะไม่ใช่ ‘ราก’ เสมอไป และใจยังอดเตร่ไปสู่ห้วงอดีตหรืออนาคตอยู่เป็นพักๆ

ตลอดเวลาที่อ่าน เรารู้สึกถึงกลิ่นอาย magical realism อยู่ในที ทั้งที่ไม่ได้มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อะไรมากไปกว่าพฤติกรรมพิลึกพิลั่นของบางคน อ่านไปก็งุนงงเหมือนอยู่ในห้วงฝัน แต่ก็แสนจะเรียบง่ายจริงแท้ไปพร้อมกัน เป็นมวลความรู้สึกที่ประหลาด หน่วงๆ แปร่งๆ แต่น่าจดจำ”

สะอาด (ธนิสร์ วีระศักดิ์วงศ์)

สำนักพิมพ์ Kai3

เล่มที่แนะนำ :

1.Sunny

ผู้เขียน : Taiyo Matsumoto

สำนักพิมพ์ : siam inter comics

“ส่วนตัวยกให้เป็นหนึ่งในงานชิ้นเอกของโลกได้เลย ผู้เขียนเขียนทิวทัศน์ ต้นไม้ สายลม ตัวละครทุกตัวอย่างมีชีวิต อย่างละเอียดลึกซึ้ง อยากจะอวยว่าการอ่าน Sunny งดงามราวอ่านบทกวี แต่แท้จริง Sunny มีความงามในตัวมันเองในฐานะคอมิกเรื่องหนึ่ง”

2.รถไฟขนเด็ก (Il treno dei bambini)

ผู้แต่ง : Viola Ardone

ผู้แปล : นันธวรรณ์ ชาญประเสริฐ

สำนักพิมพ์ : อ่านอิตาลี

“เรื่องเล่าความสัมพันธ์ครอบครัวที่สะท้อนภาพใหญ่ของการเมืองอิตาลีและผลพวงนโยบายรัฐ ถ่ายทอดความสุขความเศร้าออกมาได้น่ารัก กินใจ”

3.คู่มือท่องกาแล็กซีฉบับนักโบก

ผู้เขียน : Douglas Adams

ผู้แปล : แทนไท ประเสริฐกุล

สำนักพิมพ์ : Bookscape

“บรรเจิดเพริศแพร้ว อ่านอร่อยมาก น่าทึ่งมากเลยที่งานเขียนแนวตลกไซไฟเมื่อหลายสิบปีก่อนยังร่วมสมัยได้ถึงทุกวันนี้”

จรัญ หอมเทียนทอง

สำนักพิมพ์แสงดาว

เล่มที่แนะนำ :

1.เจ้าทรัพย์: บทวิพากษ์เศรษฐกิจการเมืองไทยร่วมสมัย

ผู้เขียน : ปวงชน อุนจะนำ

สำนักพิมพ์ : สมมติ

“หนังสือเล่มนี้คือการศึกษาสถาบันกษัตริย์อย่างจริงจังผ่านกรอบความคิดในทางวิชาการและทฤษฎีในเชิงวิพากษ์นั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปได้

“ประเทศไทยในความเป็นจริง ช่างห่างไกลจากภาพอุดมคติที่ได้รับการเสนอข่าว แท้จริงแล้วมันคือราชอาณาจักรแห่งความขัดแย้ง ความเหลื่อมล้ำ และการกดขี่ขูดรีด”

เป็นหนังสือที่รีวิวได้ไม่ง่ายนัก แต่อยากให้หามาอ่าน ก่อนจะไม่มีให้อ่าน”

2.วรรณาคดี: อัตชีวประวัติของวรรณา ทรรปนานนท์

ผู้เขียน : ศรีดาวเรือง

สำนักพิมพ์ : อ่าน

“เรื่องจริงของนักเขียนที่งดงามทั้งงานเขียนและส่วนตัว

เป็นงานอัตชีวประวัติของตนเองที่กล้าหาญมาก เปิดเผย จริงใจ เศร้า บอกความจริงของตนเอง ขนาดคนอ่านที่ไม่เคยรู้มาก่อน

ตกตะลึงอย่างมาก ศรีดาวเรือง คือชีวิตของกรรมกรที่ยากจน มีครอบครัวที่ยากจน มีลูกแต่ไม่ได้เลี้ยงลูกถึงขนาดทิ้งลูก

นำชีวิตตัวเองมาเขียนหนังสือ ที่น่าทึ่งที่สุดคือสามารถแปลหนังสือภาษาอังกฤษได้ โดยการอ่านดิกชันนารี่เท่านั้น และแปลไปหลายเล่ม

ขอเคารพในจิตใจคนเขียนที่เล่าเรื่องตัวเอง สนุก หดหู่ เห็นภาพชีวิต สังคม คนรอบข้าง จากอดีตมาสู่ปัจจุบัน

ศรีดาวเรือง คือนักเขียนที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเป็น ‘ศิลปินแห่งชาติ’”

3.กษัตริย์อโยธยา

ผู้เขียน : เริงวุฒิ มิตรสุริยะ

สำนักพิมพ์ : ดินแดนบุ๊ค

“หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยประวัติศาสตร์ไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา เน้นที่อยุธยาตอนต้น ผู้เขียนยกหลักฐานมายืนยันว่า แท้แล้ว ก่อนการสถาปนาราชวงศ์สุโขทัยที่นำโดยสมเด็จพระมหาธรรมราชา หลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1 ให้แก่พม่า ภายใต้การนำของ ‘บุเรงนอง’ นั้น หลักฐานที่มีอยู่ต่างเรียกชื่อเมืองแห่งนี้ว่า ‘อโยธยา’ แทบทั้งสิ้น

สิ่งที่โดดเด่นของหนังสือเล่มนี้ คือผู้เขียนใช้ภาษาในการบอกเล่า มากกว่าที่จะใช้ภาษาแบบวิชาการที่อ่านแล้วทำให้ผู้ที่ไม่ได้สนใจประวัติศาสตร์อาจต้องมานั่งแปลกันอีกชั้นหนึ่ง แต่ในเล่มนี้ อ่านแล้วเราเข้าใจทันใด ที่น่าพูดถึงไปกว่านั้น คือผู้เขียนยังมีการอ้างอิงหลักฐานเท่าที่มีอยู่มายืนยันข้อสมมุติฐานในหลายๆ เรื่องได้อย่างน่าเชื่อถือและมีหลักการ ไม่แตกต่างไปจากงานวิชาการ

หนังสือเล่มนี้ถือเป็นหนังสือวิชาการว่าด้วยอยุธยาแบบนอกรั้วมหาวิทยาลัย หรือจะเรียกว่าเป็นตำราทางวิชาการเกี่ยวกับอยุธยาชั้นดีก็ได้ เพียงแต่เขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับรูปแบบการเขียนเหมือนที่เราเห็นในหนังสือวิชาการทั่วไป เขาเอาวิธีการเขียนแปลงมาให้เป็นเรื่องเล่า เป็นเรื่องเล่าที่ชวนให้ผู้อ่านได้ทบทวน และขบคิดอยู่ตลอดเวลา

ถ้าอยากเป็นนักเขียนวิชาการประวัติศาสตร์แบบนอกรั้ว เล่มนี้น่าเรียนรู้ยิ่ง”

ปนิธิตา เกียรติ์สุพิมล

สำนักพิมพ์ P.S.

เล่มที่แนะนำ :

1.ติดบ้าน (Daheim)

ผู้เขียน : Judith Hermann

ผู้แปล : นันทนา อนันต์โกศล

สำนักพิมพ์ : Library House

“วรรณกรรมเยอรมันร่วมสมัย เล่าเรื่องหญิงสาวผู้ผ่านชีวิตแต่งงานและกลับมาอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ เงียบสงบ ในเมืองริมทะเล และมีความสัมพันธ์ใหม่ เล่าถึงชีวิตช่วงวัยรุ่นของเธอซึ่งทำให้เราจดจ่ออยู่กับการอยู่ในกล่องมายากล เล่าถึงความสัมพันธ์ของเธอกับอดีตสามี และลูกสาว ในบรรยากาศอึมครึม โดดเดี่ยวและต้องการเสียงเล่าค่อนข้างราบเรียบ หากก็เย็นชาและเจือจางไปด้วยความหม่นเศร้า ถ้าอ่านตอนอายุน้อยกว่านี้คงจะไม่ชอบหนังสือมากขนาดนี้ เพราะรู้สึกว่าเรื่องราวมันธรรมดาและไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น แต่พออ่านในวันวัยที่ผ่านเรื่องหวือหวา เคยอ่อนไหวปลิดปลิว ร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลัง เคยโกรธและเกลียดชัง เคยผิดพลาด และต้องยอมรับตัวเองเพื่อให้อยู่กับตัวเองให้ได้ในอนาคต การได้อ่านและมองเรื่องราวของตัวละครด้วยวุฒิภาวะเท่าที่ประสบการณ์ชีวิตจะขัดเกลา ทำให้เราได้รู้สึกทั้งว่างเปล่าและเติมเต็ม ได้ทบทวนและเป็นมิตรกับตัวเองในอดีตได้อย่างไม่เจ็บปวด มองเห็นความเป็นมาและความจะเป็นไปของตัวเอง หลายครั้งที่คิดถึงเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้หลังจากที่อ่านจบ เราจะหยุดมองท้องฟ้า ค่อยๆ หายใจ และคิดถึงวิถีชีวิตที่อยากมีในอนาคต ในช่วงเวลาที่เหลือของชีวิต”

2.จำจากจร

ผู้เขียน : Alice Munro

ผู้แปล : อรจิรา โกลากุล

สำนักพิมพ์ : บทจร

“ช่วงหลังเรามักรีเลทกับเรื่องเล่าของนักเขียนซึ่งผ่านชีวิตมามาก มันมีความคมคายและช่วยให้เราตั้งคำถามกับชีวิต เป็นคำถามง่ายๆ ไม่ฉูดฉาด แต่หาคำตอบยาก กว่าจะยืนยันที่จะเลือกหนังสือเล่มนี้ให้ติดลิสต์ความน่าจะอ่านของปีนี้ก็ต้องทะเลาะกับตัวเองหนักมาก ตบตีทางความคิดว่ามันควรหรือไม่ควร ดีหรือไม่ดี แอลิซ มันโรถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังจากที่มันโรเสียชีวิตและมีกระแสแบนหนังสือของเธอ จากกรณีที่ลูกสาวออกมาแถลงว่ามันโรปกปิดและเข้าข้างพ่อเลี้ยงที่ล่วงละเมิดเธอ ไม่เกี่ยวกับการเลือกข้าง หรือหลับตาไม่รู้ไม่เห็น แต่เราแค่อยากซื่อสัตย์ต่อความรู้สึก อยากจะตรงไปตรงมาว่าตอนอ่านเราชอบเรื่องสั้นและตัวละคร ตราตรึง ไม่อาจเอาเรื่องที่อ่านออกจากหัวได้ โดยเฉพาะเรื่องสั้นที่ชื่อ ‘ปรารถนา’ ซึ่งพาเราสำรวจตัวละครไปพร้อมๆ การขับรถไปตามถนนหนทางที่เหมือนจะไร้จุดหมายก่อนที่จะเฉลยปลายทางในตอนจบของเรื่อง

งานของมันโรมักโคจรรอบหญิงสาวผู้แหวกขนบ เผยความขัดแย้ง บาดแผลในอดีต และความทรงจำ ค่อนไปทางขมขื่นด้วยภาษาสุขุมนุ่มลึก ควานควักความรู้สึกเร้นลับของพวกเธอ โดยไม่ได้บอกเล่าตรงๆ แต่ทำให้เราค่อยๆ เข้าใจทีละนิด ผ่านความสัมพันธ์ที่พวกเธอมีต่อคนอื่น ผ่านการกระทำเล็กๆ น้อยๆ หรือแม้กระทั่งการบรรยายถึงถนนหนทาง บ้านช่องห้องหับ เล่าอย่างเรียบง่าย ไล่รายละเอียด แล้วทิ้งความรู้สึกซับซ้อน ทึมเทา ไม่ขาวไม่ดำ ในแบบที่เราต้องจัดการอารมณ์ตัวเองหลังปิดหนังสืออยู่เสมอ ดังนั้นหากเราลดสายตาของความชื่นชมลง หนังสือของแอลิซ มันโร คงกลายเป็นหนังสือที่อ่านเพื่อเป็นกรณีศึกษา เป็นร่อยรอยของชีวิตซึ่งผลักประเด็นศีลธรรมให้เป็นที่ถกเถียงทั้งของตัวละครและผู้เขียน”

3.KNOW MY NAME นามไม่สมมติ

ผู้เขียน : Chanel Miller

ผู้แปล : นัทธมน เปรมสำราญ

สำนักพิมพ์ : Salmon

“ฉันแข็งแกร่ง ฉันมีเสียง ฉันพูดความจริง”

“Know My Name ในชื่อภาษาไทยคือ นามไม่สมมติ เป็นบันทึกความทรงจำและความบอบช้ำทางใจของชาแนล มิลเลอร์ หญิงสาววัย 22 ปี ซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ เลวร้ายกว่านั้นเมื่อต้องจ้องตาความบิดเบี้ยวในกระบวนการยุติธรรมอย่างยาวนาน เหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด หลังปาร์ตี้ที่เธอไปร่วมงานพร้อมน้องสาว และตื่นมาข้างถังขยะโดยมีผู้ชายคนหนึ่งคร่อมร่างของเธอไว้ อ่านไปก็โกรธไป หัวร้อนปะทุเป็นไฟ

หนังสือทำงานกับหัวใจเราผ่านการที่เธอต้องเล่าถึงเหตุการณ์เลวร้ายนั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก อีกทั้งยังถูกตัดสินด้วยสายตาที่ดูหมิ่นจากสังคมชายเป็นใหญ่ ไม่รู้ว่าเธอต้องร้องไห้ แตกสลายและซ่อมแซมตัวเองขนาดไหนถึงผ่านมันมาได้ ชอบความเพื่อนหญิงพลังหญิง ความทรงพลังของเรื่องเล่าที่อธิบายความรู้สึกเจ็บปวดเปราะบาง โอบกอด กอบกู้ตัวเองกลับมาได้อย่างเข้มแข็ง นับถือนักเขียนที่กล้าหาญส่งเสียงของเธอออกมา เพื่อต่อสู้และยืนหยัดว่าการถูกล่วงละเมิดไม่ใช่สิ่งที่ต้องอับอาย ไม่ใช่เรื่องน่าสมเพช ไม่ต้องปกปิดชื่อ และเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ ไม่ควรถูกปล่อยผ่านหรือเงียบเฉย และผู้ถูกกระทำไม่จำเป็นต้องใช้นามสมมติ แบบที่เรามักได้ยินเสมอในการนำเสนอข่าว เพราะไม่ใช่เรื่องเสื่อมเสียเกียรติและศักดิ์ศรี เป็นหนังสือที่ถูกพูดถึงในวงกว้างจากนักอ่านทั่วโลก แต่เสียดายที่ไม่ค่อยมีใครป้ายยา หรือเห็นกระแสของหนังสือเล่มนี้เท่าที่ควร”

ติดตามรายชื่อหนังสือ The Finalist ตอนที่ 2 ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...