โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

รีวิว Vikings: Valhalla ปิดฉากศึกชิงบัลลังก์กษัตริย์ต้นตระกูลราชวงศ์สแกนดิเนเวีย จบอย่างไร ?

LSA Thailand

อัพเดต 30 ก.ค. 2567 เวลา 11.49 น. • เผยแพร่ 04 ส.ค. 2567 เวลา 09.48 น. • Lifestyle Asia Thailand
Vikings: Valhalla

ลงจากหลังมังกรใน House of the Dragon มาลงทะเลสแกนดิเนเวียกันหน่อยVikings: Valhalla (ไวกิ้ง: วัลฮัลลา) ซีซั่น 3 กลับมาแล้ว พร้อมนำเสนอการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่และน่าตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม ซีซั่นสุดท้ายนี้ยังคงติดตามเรื่องราวของ Leif Eriksson, Freydis Eiriksdottir และHarald Sigurdsson ขณะที่พวกเขากำลังเผชิญกับความท้าทาย เพื่อค้นพบดินแดนใหม่ๆ

ด้วยการต่อสู้ที่ดุเดือด ฉากแอ็คชั่นที่น่าทึ่ง และการพัฒนาตัวละครที่ลึกซึ้ง Vikings: Valhalla ซีซั่น 3 จึงมอบประสบการณ์การรับชมที่น่าดึงดูดใจสำหรับแฟนๆ ของซีรีส์และผู้ที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ในบทความรีวิวนี้ เราจะเจาะลึกเข้าไปในซีซั่นนี้ สำรวจจุดแข็ง จุดอ่อน และไปดูกันว่าซีซั่นนี้จะสามารถรักษาคุณภาพอันยอดเยี่ยมของซีซั่นก่อนๆ ได้หรือไม่ ?

Spoiler Alert!!! บทความนี้อาจมีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญบางส่วนจากในซีรีส์

Lifestyle Asia rating: 2/5

ประเภท: แอคชั่น ผจญภัย ประวัติศาสตร์ และดราม่า ติดตามเรื่องราวของวีรบุรุษชาวไวกิ้งในช่วงปลายยุค โดยเน้นไปที่ตัวละครในตำนานอย่าง Leif Eriksson, Freydis Eiriksdottir และ Harald Sigurdsson

นักแสดง:

  • Sam Corlett รับบทเป็น Leif Eriksson
  • Leo Suter รับบทเป็น Harald Sigurdsson
  • Frida Gustavsson รับบทเป็น Freydis Eriksdotter
  • Laura Berlin รับบทเป็น Emma of Normandy
  • David Oakes รับบทเป็น Earl Godwin
  • Christopher Rygh รับบทเป็น Agnarr
  • Bradley Freegard รับบทเป็น King Canute
  • Jóhannes Haukur Jóhannesson รับบทเป็น Olaf Haraldsson

ผู้กำกับ: Jeb Stuart

จำนวนตอนทั้งหมด: 8

ความยาวต่อตอน: 43 – 57 นาที

ดูได้ที่ไหน: Netflix

ดูได้เมื่อไหร่: 11 กรกฎาคม 2024

เราชอบอะไรในซีรีส์เรื่องนี้: หากใครเป็นแฟนของแฟรนไชส์ซีรีส์เรื่องนี้ ทั้งก่อนหน้าที่จะเข้ามาใน Netflix หรือ 2 ซีซันก่อนก็ตาม คงจะรอคอยบทสรุปของเรื่องการต่อสู้อันดิบ เถื่อนๆ เรียลๆ สไตล์ชาวไวกิ้งอยู่เป็นแน่ แน่นอนว่าเราชอบฉากแอคชั่นที่น่าตื่นเต้นและการต่อสู้ที่ดุเดือด การพัฒนาตัวละครที่ลึกซึ้งและน่าสนใจ การสำรวจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไวกิ้งที่ถูกต้องแม่นยำทำให้ดูสมจริงมากๆ รวมถึงการแสดงที่ยอดเยี่ยมของนักแสดงนำที่ทำให้ดูเชื่อสุดๆ ที่ขาดไม่ได้คือการถ่ายทำ ภาพมุมกล้อง งานโปรดักชั่นที่สวยงามละเอียดทุกซ็อต รวมถึงการออกแบบเครื่องแต่งกายที่ประณีตอลังการ

เราไม่ชอบตรงไหน: และแล้วอาถรรพ์ซีซัน 3 ตอนจบที่สุดจะไม่ประทับใจก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เช่นเดียวกับ Vikings: Valhalla ที่อุตสาห์รอมานานหลายปี จนบางคนอาจจะลืมไปด้วยซ้ำมาเคยดูมาแล้ว อุตสาห์กลับมาให้หายคิดถึงแต่ก็ทำให้เราผิดหวังมากๆ ปัญหาใหญ่ๆ คือบท ทั้งจังหวะการเล่าเรื่องที่ช้าในตอนต้น แต่มาเร่งสปีดในช่วงท้าย การเบี่ยงเบนจากเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์บางอย่าง ทำให้เราไม่เข้าใจการกระทำ การตัดสินใจบางอย่างของตัวละคร การใช้ CGI ที่มากเกินไปในบางฉากทำให้หมด Magic ที่ขายความเรียล และที่สำคัญการจบเรื่องราวที่รู้สึกไม่น่าพอใจ ควรจะมีซีซัน 4 เล่าขยายความต่อในหลายประเด็น

เนื้อเรื่องย่อ: ยังคงนำเสนอเรื่องราวของวีรบุรุษชาวไวกิ้งในช่วงต้นศตวรรษที่ 11 โดยเนื้อเรื่องจะดำเนินต่อจากเหตุการณ์ในซีซันก่อนหน้า โดยมีการกระโดดไปข้างหน้า 7 ปีหลังจากเหตุการณ์สุดท้ายในซีซัน 2 เริ่มต้นด้วยการที่ Leif Eriksson, Freydís Eiríksdóttir และHarald Sigurdsson ต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ ในการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดและการค้นหาสถานที่ใหม่ ๆ ในโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งระหว่างชาวไวกิ้งและชาวอังกฤษ รวมถึงการต่อสู้กับความเชื่อที่แตกต่างกันระหว่างศาสนาคริสต์และความเชื่อแบบนอร์ส

Photo Credit: IMDb

ไวกิ้ง…ไวไปไหม ?

ก่อนอื่นเลยเราจะสังเกตเห็นมากระแสเงียบๆ ตั้งแต่ก่อนหน้าจะมาลงสตรีมมิ่งแล้ว ซึ่งความเป็นจริงตั้งแต่ซีซัน 2 แล้ว ทุกอย่างก็ส่อแววจะลงเหว และก็เกิดขึ้นจริงในซีซันจบนี้ จนทำให้แฟนๆ เหล่าวีรบุรุษแห่งสแกนดิเนเวียร้องไห้หนักมาก ประกอบกับความหงุดหงิดที่เสียเวลาอดทนรอตั้งแต่โควิด เป็นการแอบย่องมาเงียบๆ และตัดจบไปแบบเร็วๆ โดยที่เรายังไม่ทันตั้งตัว

ขอย้ำอีกครั้งว่าปัญหาหลักๆ ของ Vikings: Valhalla ซีซัน 3 ที่ทางทีมผู้สร้างต้องการให้เป็นภาคจบนี้ คือ ตัวบท! ที่ในช่วง EP แรกๆ ตามแบบฉบับซีรีส์แนวประวัติศาสตร์ย้อนยุค ก็ต้องมีการปูเนื้อเรื่องกันบ้าง อีกอย่างต้องมีการรีแคป 2 ภาคก่อนหน้าที่คนดูอาจจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำ แต่เปิดมาคือคุณน้าเล่น ก้าวกระโดดไปอีก 7 ปี ข้างหน้า จากตอนจบของซีซัน 2 ใครที่ไม่ใช่ติ่งก็คงแอบงง แต่ก็ไม่หนักเท่า EP ท้ายๆ ที่อยู่ดีๆ บทอยากจะเร่งก็เหยียบมิดไมล์ไปเลย ทำให้เนื้อเรื่องเร่งเล่า รีบไป จนเราตามไม่ทัน ส่งผลให้เป็นตอนจบที่ค้างคามากมาย ความจริงก็ควรจะขยายต่อไปอีกสัก 10 ตอน ก็น่าจะพอดีให้เรื่องราวลงเอยได้อย่างสวยงาม มีแต่คำถามในหัวว่าทำไม ทำไม และ ทำไม… เอ็มม่า สรุปจะไปยังไงต่อ ?, เลฟกับเฟรย์ดิส กลับไปกรีนแลนด์ ก่อนไปดินแดนใหม่ แต่พ่อตัวเองยอมแล้วใช่ไหม ? กลายเป็นเรื่องที่ผู้ชมออกมาบ่นกันเต็มฟีด

Photo Credit: IMDb

เรื่องจะเล่าข้ามเวลาไปอีก 7 ปี จากตอนแรกของซีซั่น 3 จะเห็นได้ชัดเจนว่า Vikings: Valhalla มีเรื่องราวมากเกินไป และไม่มีเวลาเพียงพอที่จะทุ่มเทให้กับทุกอย่าง นอกเหนือจากสามตัวละครหลักของเราแล้ว 8 ตอนนี้ยังใช้เวลาอันมีค่าไปกับการจัดการอาณาจักรทะเลเหนือของกษัตริย์ แคนูต (แบรดลีย์ ฟรีการ์ด) ภารกิจของ แม็กนัส (เซต เชอสแทรนด์) เพื่อแก้แค้นการตายของพ่อเขาจากน้ำมือของ เฟรย์ดิส เอิร์ล ก็อดวิน (เดวิด โอ๊คส์) และแผนการทางการเมืองที่ไม่รู้จบของเขา และความทะเยอทะยานของ ฮาราลด์ แฮร์ฟุต (รูเบน ลอลเลส) เรื่องราวของแคนูตและฮาราลด์เท่านั้นที่มีโครงเรื่องและการแก้ปัญหาที่เหมาะสม แม้ว่าเรื่องราวของฮาราลด์จะซับซ้อนและคาดเดาได้ เนื่องจากการเดินทางกลับจากคอนสแตนติโนเปิลของฮาราลด์ที่ล่าช้าอยู่เสมอและการแข่งขันกับผู้บัญชาการคนอื่น

สิ่งที่ดีที่สุดของซีซั่นสุดท้ายนี้คือการหยิบยกประวัติศาสตร์ของความขัดแย้งทางศาสนามาเล่า ซึ่งเป็นธีมที่เป็นแกนหลักของแฟรนไชส์มาโดยตลอด ซีซั่นที่ 3 จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความเกลียดชัง ความรุนแรง และความโง่เขลาของการปะทะกันทางศาสนา เราจะเห็นสิ่งนี้ได้ชัดเจนที่สุดผ่านคานูตและความพยายามของเขาในการทำให้จักรวรรดิของเขาได้รับการยอมรับในสายตาของพระสันตปาปาและคริสตจักรคาธอลิก

Photo Credit: IMDb

เขาถูกเยาะเย้ยว่าเป็นสัตว์เดรัจฉานที่สร้างจักรวรรดิของเขาด้วยเลือด ซึ่งช่างน่าขันเมื่อพิจารณาจากวิธีการสร้างอาณาจักรอื่นๆ ในยุโรป หรือวิธีที่ครึ่งซีซั่นเน้นไปที่ความโหดร้ายที่จักรวรรดิไบแซนไทน์คริสเตียน กระทำในสงครามกับซีราคิวส์ที่ปกครองโดยมุสลิม หากการไม่มีจุดจบของวัลฮัลลามีข้อดีอยู่บ้าง นั่นก็คือการแสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งและความคิดที่ไม่มีวันสิ้นสุดเหล่านี้ แม้ว่าสงครามระหว่างคริสเตียนกับไวกิ้งเพแกนจะจบลงแล้ว การข่มเหงผู้ที่ถือว่าเป็น “คนอื่น” ก็จะไม่สิ้นสุด และการสูญเสียผู้คน ความรู้ และวัฒนธรรมก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจเอาชนะได้

ในส่วนฉากต่อสู้ในซีซัน 3 ก็ดูสนุกไม่แพ้กัน โดยเฉพาะฉากสำคัญที่แสดงถึงการปิดล้อมเมืองซีราคิวส์ ถือเป็นฉากที่ยิ่งใหญ่อลังการ มีการเคลื่อนไหวหลายส่วน มีนักแสดงหลายสิบคน และมีฉากผาดโผนที่น่าประทับใจ นอกจากนี้ยังมีฉากต่อสู้เดี่ยวๆ มากมายที่มีการเคลื่อนไหวของกล้องที่มีไดนามิก

Photo Credit: IMDb

อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องยากที่จะมองข้ามข้อเท็จจริงง่ายๆ ที่ว่าตัวละครอย่าง Freydís และ Leif รวมถึงตัวละครประกอบอื่นๆ ต่างก็ถูกทิ้งไว้ให้ค้างคาก่อนที่เรื่องราวของพวกเขาจะจบลง โดยที่ Leif เป็นตัวละครที่น่าสนใจมากกว่า Canute และ Harald Harefoot มาก และ Sam Corlett ก็ทำหน้าที่นักสำรวจชื่อดังในฐานะนักเดินทางรอบโลกอันมีคลังความรู้ที่น่าสนใจ เช่น กรณีความขัดแย้งภายในของเขาเกี่ยวกับการใช้สิ่งประดิษฐ์ เพื่อทำสงครามนั้นซับซ้อน เนื่องจากเขาคือชาวไวกิ้งที่เริ่มต้นอาชีพด้วยการช่วยทำลายสะพานลอนดอนและสังหารผู้คนนับไม่ถ้วน เป็นต้น เราคาดหวังว่า Vikings: Valhalla จะแสดงให้เราเห็นจุดจบของยุคไวกิ้ง แต่โชคไม่ดีที่ ซีซัน 3 นี้ไม่สามารถทำให้เป็นจริงได้

Photo Credit: IMDb

Vikings: Valhalla มาถึงตอนจบของเรื่องราวด้วยซีซันสุดท้ายที่เร่งรีบจนทำให้ตัวละครหลายตัวมีโครงเรื่องที่ไม่ชัดเจน และทำไมมันถึงไม่เป็นเช่นนั้น ? ก็รู้คำตอบเมื่อพิจารณาจากเวลาที่ใช้น้อยเกินไปกับตัวละครหลักทั้งสามคนอย่าง Leif Erikson, Freydís Eiríksdóttir และ Harald Sigurdsson แม้ว่ามันจะมีฉากแอ็กชั่นและการเมืองที่น่าสนใจพอที่จะทำให้ดูได้ตลอดทั้งเรื่อง แต่นี่เป็นตอนจบที่น่าผิดหวังของเรื่องราวที่เริ่มต้นเมื่อกว่าทศวรรษก่อนด้วยกลุ่มวีรบุรุษ วีรสตรี แห่งไวกิ้งที่เรารัก

อ่านบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์ ซีรีส์ และเรื่องบันเทิงสนุก ๆ ได้ ที่นี่ เลย

Main, Hero and Featured images: IMDb

Reference:
www.ign.com/articles/
www.thewrap.com/

The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...