โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดชนวนเหตุ ผัวเก่าบุกยิงอดีตเมีย-แม่ยาย ดับยกครัว 4 ศพ เพื่อนบ้านเล่ายิงสนั่น 8 นัด

Khaosod

อัพเดต 21 ก.ย 2567 เวลา 08.30 น. • เผยแพร่ 21 ก.ย 2567 เวลา 08.30 น.
เปิดชนวนเหตุ ผัวเก่าบุกยิงอดีตเมีย-แม่ยาย ดับยกครัว 4 ศพ เพื่อนบ้านเล่าปืนยิงสนั่น 8 นัด

เปิดชนวนเหตุ ผัวเก่าบุกยิงอดีตเมีย-แม่ยาย ดับยกครัว 4 ศพ เพื่อนบ้านเล่ายิงสนั่น 8 นัด เห็นมือปืนขับรถมาจอดหน้าบ้าน ไม่คิดจะลงมือสลด

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 21 ก.ย. 67 ร.ต.อ.พงษ์พิชิต ธนาพันธุ์ภักดี รอง สว.(สอบสวน) สภ.มัญจาคีรี รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า เกิดเหตุคนยิงกันตาย ภายในบ้านพัก ต.โพนเพ็ก อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ. พิชัย นาขันดี ผกก.สภ.มัญจาคีรี , เจ้าหน้าที่ ศพฐ.4 ขอนแก่นและแพทย์เวร รพ.มัญจาคีรี

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว มี 2 ห้องนอน โดยเจ้าหน้าที่พบรถยนต๋เก๋งโตโยต้า จอดอยู่หน้าบ้าน และจากการตรวจสอบภายในบ้านพบศพนางจรวยพร อายุ 50 ปี ถูกยิงที่ลำตัว 2 นัด นอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงนอน ในสภาพสวมเสื้อยืดสีม่วง นุ่งกางเกงขาสั้นลายสีแดงนอนอยู่บนที่นอน ใกล้กันพบศพ น.ส.คลิตา อายุ 28 ปี หรือหมิว เสียชีวิตอยู่ข้างที่นอนในสภาพศพถูกยิงที่ศีรษะ 2 นัด และพบศพนายนพดล อายุ 40 ปี อดีตสามีของหมิวถูกยิงที่ปาก นอนเสียชีวิต อยู่บนที่นอน

นอกจากนี้ยังพบศพ นายพลพิพัฒน์ อายุ 18 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ในห้องน้ำ สภาพศพถูกยิงที่บริเวณศีรษะ 2 นัด นอนขดอยู่ข้างชักโครก ขณะเดียวกันก็มีเด็กหญิง วัย 2 ขวบ ทราบต่อมาว่าเป็นบุตรของนายนพดล และน้องหมิว นั่งตัวสั่นด้วยความตกใจ อยู่ข้างศพมารดา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวออกมาจากบ้านเพื่อสงบสติอารมณ์

นางอร อายุ 68 ปี ย่าของ น.ส.หมิว กล่าวว่า เปิดเผยว่า บ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านของนางเยาวลักษณ์ แม่ของนายพลพิพัฒน์ แต่เจ้าตัวไม่อยู่บ้าน เพราะไปค้าขายกับสามี ที่กรุงเทพฯ จึงให้นายพลพลิพัฒน์ เฝ้าบ้านคนเดียวเนื่องจากเรียนหนังสืออยู่ชั้น ม.6 ส่วน น.ส.หมิวเป็นน้องสาวของนางเยาวลักษณ์ และมีสามีชื่อนายนพดล ชาว จ.หนองคาย มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน คือเด็กหญิงวัย 2 ขวบที่รอดชีวิต ขณะที่สาเหตุของการเกิดเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ ทราบเพียงว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.หมิว เคยมีสามีมาแล้ว โดยมีลูกด้วยกัน 2 คน แต่เลิกกันไปนานแล้ว จนมาได้สามีใหม่คือนายนพดล

"ทราบว่าน้องหมิว ถูกสามีทำร้ายร่างกายเป็นประจำ ต้องหนีกลับมาอยู่กับพ่อแม่ที่บ้าน โดยที่สามีเคยตามมาง้อก็กลับไปอยู่ด้วยกันอีก และเป็นแบบนี้มา 3-4 ครั้งแล้ว ล่าสุดเมื่อประมาณ 10 วันที่ผ่านมา น้องหมิวก็หอบลูกสาวกลับมาอยู่กับพ่อแม่อีก และบอกญาติๆ ว่าเลิกกับสามีแล้ว และพาลูกสาวมาอยู่ที่บ้านพี่สาว มาอยู่กับนายพลพิพัฒน์ที่เป็นหลานชาย ก่อนที่นายนพดลจะตามมาง้อขอคืนดี จึงเชื่อว่าอาจจะทะเลาะกัน นางจรวยพรซึ่งเป็นแม่ยาย เข้าห้ามปราม จึงถูกยิงตายก่อนคนแรก จากนั้นน่าจะยิงน้องหมิวเป็นศพที่ 2 และยิงนายพลพิพัฒน์ ตายในห้องน้ำเป็นศพที่ 3 จากนั้นก็ฆ่าตัวตายตาม เพื่อหนีความผิด"

ขณะที่เพื่อนบ้าน กล่าวว่า ในช่วงเกิดเหตุได้ยินเสียงปืนดังขึ้นประมาณ 8 นัด แต่ไม่ได้รัวทีเดียว โดยค่อยๆ ยิงทีละนัด ก่อนที่จะหยุดไป ห่างกันประมาณ 10 นาที ก็ได้ยินอีก 2 นัด ซึ่งตอนนั้นก็ไม่ได้สนใจไม่ได้เอะใจว่าทำอะไรกัน และไม่คิดว่าจะเป็นเสียงปืน แต่ลูกชายบอกว่าเป็นเสียงปืน ในใจคิดว่าไม่ใช่เขายิงกันตายแล้วเหรอ จึงรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้าน จนกระทั่งฝ่ายปกครองและตำรวจมาตรวจสอบก็พบว่ามีการยิงกันตาย 4 ศพ เหลือเพียงลูกสาวของคนยิงที่ยังมีชีวิตอยู่

พ.ต.อ.พิชัย นาขันดี ผกก.สภ.มัญจาคีรี กล่าวว่า จากการสอบถามพยานแวดล้อมและชาวบ้านในพื้นที่ ทราบว่า นายนพดล เป็นอดีตสามีน้องหมิว ซึ่งเลิกรากันไปประมาณ 1 ปีแล้ว โดยที่ฝ่ายชายได้ตามมาง้อขอคืนดีบ่อยครั้ง และการก่อเหตุครั้งนี้ จากการสืบสวนมูลเหตุในเบื้องต้นทราบว่า นายนพดล ทราบว่า น้องหมิวอดีตภรรยา มีสามีใหม่ จึงเกิดความหึงหวง เมื่อง้อขอคืนดีไม่สำเร็จ จึงใช้อาวุธปืนยิงแม่ยาย ภรรยา และหลาน จนถึงแก่ความตาย ก่อนจะใช้อาวุธปืน ยิงตัวเองตายตาม ดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะมีการสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดชนวนเหตุ ผัวเก่าบุกยิงอดีตเมีย-แม่ยาย ดับยกครัว 4 ศพ เพื่อนบ้านเล่ายิงสนั่น 8 นัด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...