เที่ยววาติกัน นครศักสิทธิ์ ประเทศที่เล็กที่สุดในโลกแห่งนี้ มีอะไรซ่อนอยู่ ?
LSA Thailand
อัพเดต 22 ส.ค. 2567 เวลา 08.24 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2567 เวลา 01.00 น. • Lifestyle Asia Thailandในดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของวาติกัน นครรัฐที่เล็กที่สุดในโลก แต่กลับเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ และจิตวิญญาณ รอคอยการมาเยือนของทุกคน สู่การเดินทาง เที่ยววาติกัน
เมื่อก้าวเข้าสู่ดินแดนแห่งนี้ เราจะได้พบกับจตุรัสเซนต์ปีเตอร์อันกว้างใหญ่ ที่ซึ่งผู้แสวงบุญนับล้านมารวมตัวกันเพื่อเฝ้ารับพรจากพระสันตะปาปา สำรวจมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์อันอลังการ ซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรมที่เต็มไปด้วยผลงานชิ้นเอกของศิลปะเรอเนซองส์
เดินตามรอยเท้าของพระสันตะปาปาที่พิพิธภัณฑ์วาติกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในที่เก็บสมบัติทางศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ชื่นชมผลงานชิ้นเอกของราฟาเอล ไมเคิลแองเจโล และศิลปินผู้ยิ่งใหญ่คนอื่นๆ
สัมผัสความเงียบสงบในสวนวาติกันอันเขียวขจี ซึ่งเป็นโอเอซิสแห่งความงามและความสงบใจกลางเมืองที่คึกคัก การเดินทางไปวาติกันไม่เพียงแค่เป็นการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นการแสวงบุญทางจิตวิญญาณและการสำรวจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันรุ่มรวย เตรียมตัวให้พร้อมที่จะออกเดินทางตามรอยแห่งความมหัศจรรย์และสร้างความทรงจำที่ไม่มีวันลืมนี้ไปด้วยกันกับ LSA Trip!
1 /7
Top 5 of Vatican
Photo Credit: https://www.vaticancityguide.org/saint-peters-square/
1. มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St. Peter’s Basilica)
มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ถือเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก สร้างขึ้นในสถาปัตยกรรมแบบเรเนสซองส์ โดยมีผลงานสำคัญเช่น รูปปั้น ปิเอตา ของไมเคิลแองเจโล และโดมที่สวยงามซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของนครวาติกัน
2. โบสถ์น้อยซิสทีน (Sistine Chapel)
โบสถ์น้อยซิสทีน เป็นที่รู้จักจากภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วาดโดยไมเคิลแองเจโล อย่าง การสร้างอดัม และ การพิพากษาครั้งสุดท้าย ที่มีรายละเอียดอันงดงาม นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่จัดการเลือกตั้งพระสันตปาปา
3. พิพิธภัณฑ์วาติกัน (Vatican Museums)
พิพิธภัณฑ์วาติกัน มีการจัดแสดงงานศิลปะที่สำคัญมากมาย รวมถึงผลงานของศิลปินชื่อดังอย่างราฟาเอลและเลโอนาร์โด ดา วินชี ภายในพิพิธภัณฑ์มีห้องจัดแสดงมากมาย เช่น ห้องราฟาเอล และห้องแผนที่
4. จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ (St. Peter’s Square)
จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ออกแบบโดยเบอร์นินี มีรูปปั้นของนักบุญเรียงรายและเสาโอเบลิสค์ที่ตั้งอยู่กลางจัตุรัส เป็นสถานที่ที่ผู้คนมาชุมนุมเพื่อรับฟังพระสันตปาปาและเข้าร่วมพิธีกรรมต่างๆ
5. สวนวาติกัน (Vatican Gardens)
สวนวาติกัน เป็นพื้นที่สีเขียวที่มีความงดงามและเงียบสงบ ภายในสวนประกอบด้วยสวนดอกไม้และประติมากรรมต่างๆ เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเดินเล่นและสัมผัสบรรยากาศที่สงบ
การเยี่ยมชมสถานที่เหล่านี้ไม่เพียงแต่จะทำให้คุณได้เห็นความงดงามของศิลปะและสถาปัตยกรรม แต่ยังเป็นการสัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่มีความสำคัญต่อศาสนาคริสต์อีกด้วย
2 /7
Best Time
Photo Credit: https://seasonsyear.com/Vatican
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปเที่ยววาติกันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งสภาพอากาศ จำนวนผู้คน และกิจกรรมที่คุณต้องการทำ
1. ช่วงฤดู
-ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม): เดือนมีนาคมและเมษายนถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด เนื่องจากอากาศอบอุ่นและมีผู้คนไม่มากนัก ทำให้คุณสามารถสำรวจสถานที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย โดยเฉพาะในเดือนเมษายนที่มีการเฉลิมฉลองเทศกาลอีสเตอร์
-ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – ตุลาคม): เดือนตุลาคมก็เป็นช่วงที่ดีเช่นกัน อากาศยังคงอบอุ่นและมีผู้คนไม่หนาแน่นมากนัก ทำให้การเที่ยวชมวาติกันเป็นไปอย่างราบรื่น
-ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม): ช่วงนี้เป็นฤดูท่องเที่ยวสูงสุด ผู้คนจะมากมายและอาจต้องรอนานในแถวเข้าชมสถานที่ต่างๆ หากคุณไม่ชอบความแออัด ควรหลีกเลี่ยงช่วงนี้
-ฤดูหนาว (พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์): เป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวน้อยที่สุด แต่อาจมีอากาศหนาวและฝนตก แต่คุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่เงียบสงบและมีเวลามากขึ้นในการชมศิลปะและสถาปัตยกรรม
2. วันและเวลาในการเยี่ยมชม
วัน: ควรหลีกเลี่ยงการไปใน วันเสาร์ อาทิตย์ เนื่องจากจะมีผู้คนมากมาย แนะนำให้ไปใน วันจันทร์ วันอังคาร หรือวันธรรมดาอื่นๆ ซึ่งมีผู้เข้าชมน้อยกว่า
เวลา: เวลาที่ดีที่สุดในการไปเยี่ยมชมคือช่วงบ่าย ประมาณ 15:00 น. เป็นต้นไป เพราะผู้คนจะเริ่มออกไปทานอาหารกลางวัน ทำให้คุณสามารถเข้าชมได้โดยไม่ต้องรอนาน
3. กิจกรรมพิเศษ
หากคุณสนใจเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษ เช่น การฟังพระสันตปาปาในวันพุธ ควรเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่เช้า และอาจจะวางแผนให้มีการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ในวันอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงความเหนื่อยล้า การวางแผนการเดินทางในช่วงเวลาที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับความงดงามของวาติกันได้อย่างเต็มที่
3 /7
Day 1: จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ (St. Peter's Square) - มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St. Peter's Basilica) - พิพิธภัณฑ์วาติกัน (Vatican Museums) - สวนวาติกัน (Vatican Gardens)
Photo Credit: https://www.britannica.com/topic/Saint-Peters-Basilica
เช้า: เยี่ยมชม จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ (St. Peter’s Square) เริ่มต้นวันด้วยการเยี่ยมชมจัตุรัสที่มีความสำคัญทางศาสนาและประวัติศาสตร์ เป็นจัตุรัสขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่หน้ามหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ได้รับการออกแบบโดยจัน โลเรนโซ แบร์นินี ในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 17 และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สำคัญที่สุดในนครรัฐวาติกัน มีรูปร่างเป็นวงรีที่มีความยาว 340 เมตรและกว้าง 240 เมตร สามารถรองรับผู้คนได้ถึง 300,000 คน ล้อมรอบด้วยเสาหินจำนวน 284 ต้นและรูปปั้นนักบุญจำนวน 140 องค์
จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ เป็นสถานที่ที่สำคัญสำหรับพิธีกรรมทางศาสนาของนครรัฐวาติกัน รวมถึงพิธีมิสซาและการประกาศพระสันตะปาปาองค์ใหม่ และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม โดยมีนักท่องเที่ยวหลายล้านคนมาเยี่ยมชมทุกปี
ต่อด้วยมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St. Peter’s Basilica) เข้าชมมหาวิหารที่มีสถาปัตยกรรมที่งดงาม และไม่ควรพลาดการดู รูปปั้น ปิเอตา ของไมเคิลแองเจโล นับเป็นมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ฝังศพของนักบุญปีเตอร์ อัครสาวกของพระเยซูคริสต์ เริ่มสร้างในปี ค.ศ. 1506 และแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1626 มหาวิหารแห่งนี้เป็นผลงานการออกแบบของสถาปนิกหลายคน รวมถึง Donato Bramante, Michelangelo, และ Carlo Maderno มีขนาดความยาว 211.5 เมตร กว้าง 119 เมตร และสูง 136.57 เมตร สามารถรองรับผู้คนได้ถึง 60,000 คน
• บ่าย: สำรวจ พิพิธภัณฑ์วาติกัน (Vatican Museums) ชมผลงานชิ้นเอกทางศิลปะจากยุคต่างๆ มากมาย เช่น ห้องราฟาเอลและหอภาพวาดแผนที่ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1503 โดยสมเด็จพระสันตะปาปาจูเลียสที่ 2 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดให้สาธารณชนเข้าชมในปี ค.ศ. 1771 มีพื้นที่กว่า 54,000 ตารางเมตร และมีห้องจัดแสดงมากกว่า 50 ห้อง คอลเลกชันของพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็นหลายแผนก ได้แก่
• แผนกประติมากรรม: แผนกนี้มีประติมากรรมโบราณจากกรีก โรมัน และอียิปต์
• แผนกภาพวาด: แผนกนี้มีภาพวาดจากยุคต่างๆ ตั้งแต่ยุคกลางจนถึงยุคปัจจุบัน
• แผนกแผนที่: แผนกนี้มีแผนที่และแผนภูมิทางภูมิศาสตร์ที่หายากและมีค่า
• แผนกโบราณวัตถุคริสเตียน: แผนกนี้มีโบราณวัตถุจากยุคคริสเตียนยุคแรก
• แผนกชาติพันธุ์วิทยา: แผนกนี้มีวัตถุทางชาติพันธุ์วิทยาจากทั่วโลก
ผลงานชิ้นเอกบางส่วน ได้แก่
• รูปปั้น Laocoön and His Sons
• รูปปั้น Apollo Belvedere
• ภาพวาด The School of Athens โดย Raphael
• ภาพวาด The Creation of Adam โดย Michelangelo
• ภาพวาด The Last Judgment โดย Michelangelo
• เย็น: เดินเล่นในสวนวาติกัน (Vatican Gardens) สัมผัสความเงียบสงบและความงามตามธรรมชาติ เป็นสวนที่มีกำแพงล้อมรอบขนาดใหญ่ มีพื้นที่กว่า 230 เอเคอร์ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 โดยสมเด็จพระสันตะปาปานิโคลัสที่ 3 สวนแห่งนี้ได้รับการออกแบบใหม่และขยายหลายครั้งตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา มีพืชพรรณหลากหลายชนิด ทั้งต้นไม้ ดอกไม้ และพุ่มไม้ น้ำพุ และรูปปั้นมากมาย โดยจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวให้เข้าชมในแต่ละวัน และต้องลงทะเบียนซื้อตั๋วล่วงหน้าก่อน
4 /7
Day 2: พิพิธภัณฑ์ปิโอ-เคลเมนติโน (Pio-Clementine Museum) - หอสมุดวาติกัน (Vatican Library) - ชมการเปลี่ยนเวรยามของ Swiss Guard
Photo Credit: https://www.britannica.com/topic/Swiss-Guards
เช้า: ชมการเปลี่ยนเวรยามของ Swiss Guard เป็นธรรมเนียมที่จัดขึ้นทุกวันหน้าพระราชวังวาติกัน ซึ่งเป็นกองกำลังรักษาความปลอดภัยของพระสันตะปาปา การเปลี่ยนเวรยามจะเริ่มต้นเวลา 11.00 น. ของทุกวัน โดย Swiss Guard สองกลุ่มจะเดินขบวนมาจากค่ายทหารของตนเองและมาพบกันที่ลานหน้าพระราชวังวาติกัน
Swiss Guard กลุ่มหนึ่งจะสวมเครื่องแบบสีน้ำเงินและเหลือง ส่วนอีกกลุ่มจะสวมเครื่องแบบสีแดงและส้ม Swiss Guard ทั้งสองกลุ่มจะเดินขบวนไปรอบๆ ลานหน้าพระราชวังวาติกันพร้อมกับเคาะกลองและเป่าแตร
หลังจากเดินขบวนไปรอบๆ ลานแล้ว Swiss Guard ทั้งสองกลุ่มจะหยุดที่หน้าประตูพระราชวังวาติกัน Swiss Guard กลุ่มหนึ่งจะเข้าไปในพระราชวังเพื่อรับหน้าที่รักษาความปลอดภัย ส่วนอีกกลุ่มจะเดินกลับไปยังค่ายทหารของตนเอง ธรรมเนียมการเปลี่ยนเวรยามของ Swiss Guard เป็นที่น่าประทับใจและเป็นโอกาสที่ดีในการชม Swiss Guard ในเครื่องแบบเต็มยศ
บ่าย: เยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ปิโอ-เคลเมนติโน (Pio-Clementine Museum) ชมประติมากรรมโบราณที่น่าทึ่ง คอลเลกชันประติมากรรมโบราณจากกรีกและโรมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1771 โดยสมเด็จพระสันตะปาปาเคลเมนต์ที่ 14 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งชื่อตามสมเด็จพระสันตะปาปาเคลเมนต์ที่ 14 และสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 6 ผู้ซึ่งขยายคอลเลกชันของพิพิธภัณฑ์
มีประติมากรรมโบราณกว่า 500 ชิ้น แบ่งออกเป็นหลายห้อง ได้แก่
• ห้องสัตว์: ห้องนี้มีประติมากรรมสัตว์ต่างๆ เช่น สิงโต เสือดาว และม้า
• ห้องอพอลโล: ห้องนี้มีประติมากรรมของเทพเจ้าอพอลโล เช่น รูปปั้น Apollo Belvedere ที่มีชื่อเสียง
• ห้อง Laocoön: ห้องนี้มีรูปปั้น Laocoön and His Sons อันโด่งดัง
• ห้อง Torso: ห้องนี้มีรูปปั้น Torso Belvedere
• ห้องโรมัน: ห้องนี้มีประติมากรรมจากสมัยโรมัน อาทิ รูปปั้นจักรพรรดิออกัสตัส
เย็น: สำรวจหอสมุดวาติกัน (Vatican Library) หนึ่งในห้องสมุดที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีหนังสือและต้นฉบับมากกว่า 75,000 เล่ม ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1475 โดยสมเด็จพระสันตะปาปานิโคลัสที่ 5 หอสมุดแห่งนี้เปิดให้สาธารณชนเข้าชมในปี ค.ศ. 1588 มีพื้นที่กว่า 85,000 ตารางเมตร และมีห้องสมุดมากกว่า 150 ห้อง คอลเลกชันของหอสมุดแบ่งออกเป็นหลายแผนก ได้แก่
• แผนกหนังสือพิมพ์: แผนกนี้มีหนังสือพิมพ์และวารสารจากทั่วโลก
• แผนกต้นฉบับ: แผนกนี้มีต้นฉบับโบราณและหายากกว่า 80,000 ฉบับ
• แผนกแผนที่: แผนกนี้มีแผนที่และแผนภูมิทางภูมิศาสตร์ที่หายากและมีค่า
• แผนกเหรียญ: แผนกนี้มีเหรียญและเหรียญตราจากทั่วโลก
• แผนกภาพถ่าย: แผนกนี้มีภาพถ่ายและภาพพิมพ์มากกว่า 300,000 ภาพ
5 /7
Day 3: โบสถ์น้อยซิสติน (Sistine Chapel) - พระราชวังวาติกัน (Vatican Palace) - ย่าน Borgo Pio
Photo Credit: https://en.wikipedia.org/wiki/The_Creation_of_Adam
เช้า: เยี่ยมชม โบสถ์น้อยซิสติน (Sistine Chapel) ชมภาพวาดบนเพดานอันโด่งดังของ Michelangelo เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องจิตรกรรมฝาผนังบนเพดานและผนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพ “การสร้างอาดัม” ซึ่งเป็นหนึ่งในภาพวาดที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก โบสถ์น้อยซิสตินยังเป็นสถานที่จัดพิธีเลือกตั้งพระสันตะปาปาด้วย
บ่าย: สำรวจ พระราชวังวาติกัน (Vatican Palace) ชมห้องต่างๆ ที่ใช้ในพิธีกรรมทางศาสนาและการประชุม เป็นพระราชวังและที่ประทับของสมเด็จพระสันตะปาปาแห่งนครรัฐวาติกัน มีพื้นที่กว่า 44 เอเคอร์ (18 เฮกตาร์) และมีห้องมากกว่า 1,400 ห้อง
เย็น: เดินเล่นใน ย่าน Borgo Pio ตั้งอยู่ทางตะวันตกของนครรัฐวาติกัน เป็นย่านที่มีเสน่ห์และมีชีวิตชีวาซึ่งมีร้านค้า ร้านอาหาร และบาร์มากมาย นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของ Castel Sant’Angelo ป้อมปราการโบราณที่ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ เหมาะสำหรับการเดินเล่น สำรวจ และเพลิดเพลินกับบรรยากาศของกรุงโรม สามารถหาของที่ระลึก ทานอาหารที่ร้านอาหารท้องถิ่น หรือเพียงแค่ผ่อนคลายและชมผู้คนผ่านไปมาได้ก็อยู่ได้เป็นชั่วโมงแล้ว
6 /7
Unseen
Photo Credit: https://visitvatican.info/vatican-necropolis/
นี่คือ 5 สถานที่ท่องเที่ยวลับ ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักในนครวาติกัน ซึ่งเป็นจุดที่น่าสนใจและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศิลปะ
1. วาติกันเนโครโพลิส (Vatican Necropolis)
วาติกันเนโครโพลิส เป็นสุสานโรมันที่ตั้งอยู่ใต้มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ซึ่งมีการขุดค้นพบในช่วงปี 1940-1949 เพื่อหาที่ฝังศพของนักบุญปีเตอร์ คุณจะได้เดินผ่านทางเดินที่มีหลุมศพและอนุสาวรีย์ที่สวยงาม ซึ่งบ่งบอกถึงสถานะทางสังคมของผู้ที่ถูกฝังที่นี่
2. ห้องราฟาเอล (Raphael’s Rooms)
ห้องราฟาเอล เป็นห้องที่ตั้งอยู่ในพระราชวังของพระสันตปาปา ซึ่งมีภาพจิตรกรรมที่งดงามโดยราฟาเอลและศิลปินอื่นๆ ห้องเหล่านี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศิลปะ แต่ไม่ค่อยมีคนรู้จักเมื่อเทียบกับสถานที่อื่นๆ ในวาติกัน
3. สวนวาติกัน (Vatican Gardens)
สวนวาติกัน เป็นพื้นที่สีเขียวที่มีความงดงามและเงียบสงบ ซึ่งมีการจัดสวนอย่างประณีตและมีประติมากรรมที่น่าสนใจ การเข้าชมสวนนี้ต้องมีการจองล่วงหน้า แต่จะทำให้คุณได้สัมผัสกับบรรยากาศที่แตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอื่นๆ
4. ห้องเก็บแผนที่ (Gallery of Maps)
ห้องเก็บแผนที่ เป็นห้องที่มีแผนที่อิตาลีที่วาดโดย Ignazio Danti ในปี 1583 ซึ่งมีความละเอียดและความแม่นยำสูง เป็นหนึ่งในห้องที่สวยงามและน่าสนใจในพิพิธภัณฑ์วาติกัน แต่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวที่รู้จักมากนัก
5. Sala Rotunda (ห้องกลม)
Sala Rotunda หรือห้องกลม ตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑ์ Pio Clementino มีการออกแบบที่โดดเด่นและมีบ่อพอร์ฟีรีขนาดใหญ่ที่เคยเป็นของจักรพรรดิเนโร ห้องนี้มีความน่าสนใจทั้งในด้านศิลปะและสถาปัตยกรรม แต่ไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนักในหมู่นักท่องเที่ยว
การเยี่ยมชมสถานที่เหล่านี้จะทำให้คุณได้สัมผัสกับความงดงามและประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ในนครวาติกันอย่างแท้จริง
7 /7
Did You Know ?
Photo Credit: https://www.thetablet.co.uk/other/pope-francis-election
1. ประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก
นครวาติกันเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก โดยมีพื้นที่เพียง 0.44 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรประมาณ 1,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบาทหลวงและเจ้าหน้าที่ของวาติกัน
2. ภาษาและเงินสกุล
นครวาติกันใช้ภาษาละตินและภาษาอิตาเลียนเป็นภาษาราชการ และใช้เงินสกุลยูโรในการทำธุรกรรมทางการเงิน
3. การเลือกตั้งพระสันตปาปา
พิธีการเลือกตั้งพระสันตปาปาเป็นกระบวนการที่ลึกลับและศักดิ์สิทธิ์ โดยพระคาร์ดินัลจากทั่วโลกจะมาประชุมกันที่โบสถ์น้อยซิสทีน และใช้วิธีการลงคะแนนเสียงเพื่อเลือกพระสันตปาปาองค์ใหม่ หากเลือกได้จะมีการปล่อยควันสีขาวจากปล่องควันเพื่อบอกให้ประชาชนทราบ
4. ทหารสวิตเซอร์แลนด์
ทหารสวิตเซอร์แลนด์เป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยของนครวาติกัน ซึ่งมีการก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ทหารเหล่านี้ต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ เช่น เป็นชายชาวสวิตเซอร์แลนด์ รูปร่างหน้าตาดี อายุไม่เกิน 30 ปี และต้องมีความสูงไม่น้อยกว่า 174 เซนติเมตร
5. วาติกันมีสถานะเป็นรัฐเอกราช
ในปี 1929 นครวาติกันได้ลงนามในสนธิสัญญาลาเตรันกับอิตาลี ซึ่งทำให้วาติกันมีสถานะเป็นรัฐเอกราช มีอำนาจอธิปไตยของตัวเอง และได้รับการยอมรับในฐานะรัฐที่ต้องได้รับการปกป้องในสถานการณ์ความขัดแย้งทางอาวุธ
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจถึงความสำคัญและความน่าสนใจของนครวาติกันในมุมมองที่แตกต่างออกไป
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia Main, Hero and Featured images: https://www.britannica.com/ Reference: www.vaticancityguide.org/saint-peters-square/ www.headout.com/blog/vatican-city-attractions/ www.thevaticantickets.com/things-to-do-in-vatican-city/ www.thepassport.travel/world/7-tourist-attractions-of-vatican/ www.planetware.com/tourist-attractions-/vatican-city-scv-scv-rvc.htm แจกทริปไอเดีย เที่ยวบัลแกเรีย 3 วัน 3 เมือง ครบทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ ความเก่าแก่แห่งยุโรปใต้ มีที่ไหนบ้าง? เที่ยวยุโรป กับ 5 เมืองสุดคึกคัก ที่ขึ้นชื่อเรื่องสโมสรฟุตบอลอันโด่งดัง มีที่ไหนบ้าง? 5 ทริปสุดหรู บนรางเหล็ก รถไฟในยุโรป ที่น่าไป มีเส้นทางไหนบ้าง? เที่ยวมอลตา หมู่เกาะเล็กๆ สุด Unseen ดินแดนสวรรค์ของยุโรปใต้ ใจกลางเมดิเตอร์เรเนียน เที่ยวโปแลนด์ เสน่ห์ยุโรปกลาง ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์และธรรมชาติอันงดงาม The information in this article is accurate as of the date of publication.