โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ชุมชน กทม.ไม่ขวางรัฐจัดระเบียบริมราง สร้างรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน แต่ขอไม่ทิ้งคนจนไว้ข้างหลัง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 11 ส.ค. 2567 เวลา 04.37 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. 2567 เวลา 04.13 น.

ชุมชน กทม.ไม่ขวางรัฐจัดระเบียบริมราง สร้างรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน วอนพัฒนาโดยไม่ทิ้งคนจนไว้ข้างหลัง

จากกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนินโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบราง จำนวน 35 จังหวัด 300 ชุมชน 27,084 ครัวเรือน โดยดำเนินการในระยะเวลา 5 ปี (ปี 2566-2570) ทั้ง 5 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคใต้ กรุงเทพฯ ปริมณฑล และตะวันออก ภาคกลาง และตะวันตก โดยขณะนี้ทาง พอช.ลงพื้นที่ทำความเข้าใจชาวบ้านและสำรวจข้อมูลกลุ่มเป้าหมายรายครัวเรือนผู้ได้รับผลกระทบร่วมกับเครือข่ายองค์กรชุมชน เพื่อนำส่งรายชื่อชุมชนที่มีความประสงค์ขอเช่าที่ดินกับทางการรถไฟแห่งประเทศไทยไปแล้วจำนวน 13,190 ครัวเรือน และคาดว่าภายในปี 2567 นี้จะสามารถสรุปข้อมูลรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบจากระบบรางครบตามเป้าหมายรวม 27,084 ครัวเรือนนั้น

นายเชาว์ เกิดอารีย์ ผู้นำชุมชนบุญร่มไทร แขวงพญาไท เขตราชเทวี กทม. หนึ่งในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เปิดเผยว่า ชาวบ้านไม่ได้ขัดขวางการพัฒนาของรัฐ แต่เราต้องการให้เล็งเห็นว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต้องทำควบคู่ไปกับยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน โดยเปิดให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมกับโครงการที่มีผลกระทบต่อชุมชน ขณะนี้ชุมชนบุญร่มไทรมีชาวบ้านอาศัยกว่า 100 ครัวเรือน ทุกคนได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เพื่อให้เกิดการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคม จึงต้องขอคืนพื้นที่จากประชาชนที่รุกล้ำสร้างบ้านอาศัยอยู่กันมานานกว่า 60 ปีแล้ว ซึ่งคนเหล่านี้เป็นคนต่างจังหวัดเข้ามาหาโอกาสทำงานในเมืองที่มีความหลากหลายด้านอาชีพด้วยกัน เช่น ค้าขาย รับจ้างทั่วไป รับจ้างตัดเย็บเสื้อผ้า ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

“ชาวบ้านไม่ได้ต้องการเมืองอัจฉริยะ วันนี้เราต้องการเมืองที่เป็นธรรม เพื่อให้คนทุกชนชั้นอยู่ร่วมกันได้ เพราะพวกเรามักถูกตราหน้าเป็นผู้บุกรุก แต่ผมอยากให้มองพวกเราว่าเป็น ‘คนแบกเมือง’ ที่มีอาชีพหาเช้ากินค่ำ ตั้งแต่ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รับจ้างทั่วไป แม่ค้าขายกาแฟน้ำดื่ม ขายลูกชิ้นปิ้ง ข้าวแกง อาชีพเราตอบโจทย์คนทำงานในเมืองใหญ่ช่วยลดค่าครองชีพให้เขาซื้อของดีราคาถูกได้” นายเชาว์กล่าว

ทั้งนี้ ชาวบ้านได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อกระทรวงคมนาคม รฟท.ไปแล้ว ว่าเราอยากอยู่อย่างถูกกฎหมาย ขอแบ่งพื้นที่ 10% จาก รฟท.ย่านบึงมักกะสัน ที่มีอยู่เกือบ 500 ไร่ มาให้ชาวบ้านเช่าอยู่ในราคาไม่แพงและสร้างที่อยู่อาศัย รวมถึงการให้ รฟท.แถลงชี้แจงศาลเพื่อหยุดหมายศาลไม่ให้ชาวบ้านบางรายตกเป็นผู้บุกรุก โดยข้อเรียกร้องดังกล่าวได้รับการตอบสนองจากรัฐเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม เรายังจำเป็นต้องติดตามข้อเรียกร้องเป็นระยะจนกว่าชาวบ้านทุกคนมีบ้านใหม่ มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน

ด้านนางจิราภรณ์ พุ่มปัญญา ประธานชุมชนริมทางรถไฟหลัง รพ.เดชา ย่านพญาไท กล่าวว่า ชุมชนริมทางรถไฟหลัง รพ.เดชา มีชาวบ้านอยู่อาศัยกว่า 87 ครัวเรือน เป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์ของโครงการดังกล่าว 57 ครัวเรือน แต่ภายหลังมีสมาชิกขอลาออกบางส่วน เพราะมีคนไม่เห็นด้วยกับโครงการฯ ชุมชนต้องการรอค่ารื้อถอนจาก รฟท.ก่อน ส่วนคนที่เห็นด้วยเพราะดูแล้วโครงการฯมีประโชน์ต่อชาวบ้านจริงๆ ช่วยให้ชาวบ้านริมทางรถไฟมีที่อยู่อาศัยที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีที่ทำมาหากิน ค้าขายเลี้ยงครอบครัว วันนี้ชาวบ้านได้เห็นแบบบ้านแล้ว ได้เช่าที่ดินจาก รฟท.แล้ว ซึ่งถูกจัดสรรให้อยู่ในย่านบึงมักกะสัน คาดว่าในปี 2567 นี้จะได้สร้างบ้านใหม่บนที่ดินดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ถ้าพวกเราไม่มี พอช. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์คอยเป็นหน่วยงานกลางประสานความช่วยเหลือเราคงไม่มีบ้านที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้

“ถ้าพวกเราได้ไปอยู่ในที่ดินเช่าริมบึงมักกะสัน ที่แห่งใหม่ เราอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการจัดตั้งเป็นชุมชน เพราะการได้จัดตั้งเป็นชุมชนนั้นจะทำให้ชาวบ้านได้สิทธิความช่วยเหลือจากหน่วยงานมากมายไม่ว่า จะเป็น กทม. หรือจากรัฐบาล“ นางจิราภรณ์ระบุ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชุมชน กทม.ไม่ขวางรัฐจัดระเบียบริมราง สร้างรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน แต่ขอไม่ทิ้งคนจนไว้ข้างหลัง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...