โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“การเทขาย” ช่วง “หุ้นตกหนัก” ใช่จะปลอดภัย... “ทำให้ขาดทุน-กระทบผลตอบแทน” ของพอร์ตลงทุนที่วางไว้ !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2567 เวลา 02.28 น. • นิสารัตน์ ชมภูพงษ์

Where2put Ur Money: “ตลาดหุ้น” ที่ร่วงลงอย่างหนัก เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา หรือที่ขนานนามว่าเป็น Black Monday2024” เกิดขึ้นเพราะนักลงทุนกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจเข้าสู่ภาวะถดถอย หลังตัวเลขการจ้างงานและภาคการผลิตที่ออกมาต่ำกว่าคาดของสหรัฐฯ ความกังวลดังกล่าวได้ลามไปยังตลาดอื่นๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะญี่ปุ่นตลาดหุ้นร่วงลงอย่างหนัก และมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์เช่นกัน
“ครั้งสุดท้ายที่เราตลาดหุ้นร่วงหนักเช่นนี้ คือ ก่อนการล็อกดาวน์ทั่วโลกจากระบาดโควิด-19 จนตลาดหุ้นนิวยอร์กต้องระงับการซื้อขายหลายครั้งในช่วงที่ได้รับผลกระทบ”
ปัจจุบัน “ตลาดหุ้น” มีความไม่แน่นอนสูงด้วยปัจจัยที่ทำให้ตลาดผันผวนอยู่ตลอดเวลาทั้งใหม่และเก่า คำถามว่า “จะลงทุนอะไรให้ได้กำไรดี ?” เริ่มถูกแทนที่ด้วยโจทย์ใหม่ว่า “จะลงทุนยังไงไม่ให้ขาดทุนในภาวะผันผวน?”
หากพิจารณาดูพฤติกรรมการลงทุนตั้งแต่อดีตมาจนถึงวันนี้ เมื่อตลาดเกิด “ความกลัว” ด้วยปัจจัยอะไรก็ตาม นักลงทุนจะพากันเทขายแบบตื่นตระหนก นั่นทำให้เกิดการ “ขาดทุน” เพราะขายในราคาที่ต่ำ จากนั้นก็กลับมาซื้อในราคาที่สูงกว่าภายหลัง การทำเช่นนี้กระทบต่อผลตอบแทนของพอร์ตลงทุนที่เราวางไว้อย่างมาก

เราควรทำอย่างไร?

เมื่อ “ตลาดเกิดการเทขาย” ให้พิจารณาว่า ถ้าจะตัดสินใจขายเมื่อเกิดความกลัวสิ่งที่กำลังจะทำสอดคล้องกับกลยุทธ์และเป้าหมายการลงทุนในระยะยาวของเราหรือไม่ หาก “ไม่ใช่” การตัดสินใจดังกล่าวอาจเป็นเพียงการตอบสนองความความไม่แน่นอน (ความตกใจกลัว) ในระยะสั้นเท่านั้น

ข้อต่อมาคือ ให้พิจารณาว่า ภาวะตลาดที่เกิดขึ้นทำให้ปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจในตลาด เกิดความเสียหายหรือเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ หากการเติบโตของรายได้ยังมั่นคง มีการจ่ายเงินปันผลที่ดีต่อเนื่อง นั่นสะท้อนว่าบริษัทที่เราลงทุนยังมีคุณภาพ ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงจึงไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่ควรจะเป็น
ประการต่อมา ตรวจสอบพิจารณาข่าวสารต่างๆ อย่างละเอียดรอบคอบ เพราะการติดตามข่าวสารสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่ดีสำหรับการลงทุน แต่ข้อมูลเหล่านั้นต้องมาจากแหล่งที่ถูกต้องน่าเชื่อถือ จะช่วยให้เราไม่หลงเชื่อตามข่าวที่ไม่ถูกต้องจนนำมาซึ่งการตัดสินสินใจที่ผิด
“เมื่อราคาสินทรัพย์ผันผวนและปรับลงแรง นอกจากพิจารณาเหตุผลก่อนตัดสินใจขาย ในอีกด้านก็เป็น ‘โอกาสลงทุน’ สินทรัพย์ที่เราถืออยู่รวมถึงสินทรัพย์อื่น หากพิจารณาว่ามีคุณภาพ ราคาที่ปรับลงถือเป็นจังหวะที่เราควรซื้อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทน”
แต่เนื่องจากเราไม่สามารถคาดการณ์จุดเริ่มต้นของวิกฤตได้ว่าจะเกิดตอนไหน และ “จุดต่ำสุด”ของราคาสินทรัพย์จะอยู่จุดใด เราควรคว้าโอกาสลงทุนในสถานการณ์นี้ ด้วยวิธี “แบ่งเงินทยอยซื้อ” เพื่อเฉลี่ยต้นทุนของราคา นอกจากจะสร้างโอกาสรับผลตอบแทนแล้ว ยังจะสามารถช่วยรักษาผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุนในระยะยาวได้อีกด้วย
“แม้ตลาดหุ้นที่ตกอย่างรวดเร็วไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรับมือ แต่การตัดสินใจที่ไม่ถูกต้องจะทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น การขาดทุนในระยะสั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ทั้งหมด ดังนั้นวิธีการในการรับมือกับการขาดทุนจึงสำคัญกว่ามาก”
เมื่อเกิดสถานการณ์ที่ “ตลาดหุ้นตกหนัก” นักลงทุนอาจรู้สึกอยากถอนเงินลงทุนของคุณออกเพราะคิดว่าเงินของคุณจะปลอดภัยกว่าเมื่ออยู่นอกตลาดหุ้น แต่รู้ไหมว่ายิ่งเราถอนเงินออกมากเท่าไร เราจะยิ่งมีเงินลงทุนน้อยลง นั่นหมายถึงโอกาสที่จะได้รับผลประโยชน์จากการฟื้นตัวของตลาดก็น้อยลง “การรอให้ตลาดฟื้นตัว” จะทำให้การลงทุนของเรามีโอกาสฟื้นตัวและเติบโตอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...