“การเทขาย” ช่วง “หุ้นตกหนัก” ใช่จะปลอดภัย... “ทำให้ขาดทุน-กระทบผลตอบแทน” ของพอร์ตลงทุนที่วางไว้ !!!
Where2put Ur Money: “ตลาดหุ้น” ที่ร่วงลงอย่างหนัก เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา หรือที่ขนานนามว่าเป็น “Black Monday2024” เกิดขึ้นเพราะนักลงทุนกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจเข้าสู่ภาวะถดถอย หลังตัวเลขการจ้างงานและภาคการผลิตที่ออกมาต่ำกว่าคาดของสหรัฐฯ ความกังวลดังกล่าวได้ลามไปยังตลาดอื่นๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะญี่ปุ่นตลาดหุ้นร่วงลงอย่างหนัก และมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์เช่นกัน
“ครั้งสุดท้ายที่เราตลาดหุ้นร่วงหนักเช่นนี้ คือ ก่อนการล็อกดาวน์ทั่วโลกจากระบาดโควิด-19 จนตลาดหุ้นนิวยอร์กต้องระงับการซื้อขายหลายครั้งในช่วงที่ได้รับผลกระทบ”
ปัจจุบัน “ตลาดหุ้น” มีความไม่แน่นอนสูงด้วยปัจจัยที่ทำให้ตลาดผันผวนอยู่ตลอดเวลาทั้งใหม่และเก่า คำถามว่า “จะลงทุนอะไรให้ได้กำไรดี ?” เริ่มถูกแทนที่ด้วยโจทย์ใหม่ว่า “จะลงทุนยังไงไม่ให้ขาดทุนในภาวะผันผวน?”
หากพิจารณาดูพฤติกรรมการลงทุนตั้งแต่อดีตมาจนถึงวันนี้ เมื่อตลาดเกิด “ความกลัว” ด้วยปัจจัยอะไรก็ตาม นักลงทุนจะพากันเทขายแบบตื่นตระหนก นั่นทำให้เกิดการ “ขาดทุน” เพราะขายในราคาที่ต่ำ จากนั้นก็กลับมาซื้อในราคาที่สูงกว่าภายหลัง การทำเช่นนี้กระทบต่อผลตอบแทนของพอร์ตลงทุนที่เราวางไว้อย่างมาก
เราควรทำอย่างไร?
เมื่อ “ตลาดเกิดการเทขาย” ให้พิจารณาว่า ถ้าจะตัดสินใจขายเมื่อเกิดความกลัวสิ่งที่กำลังจะทำสอดคล้องกับกลยุทธ์และเป้าหมายการลงทุนในระยะยาวของเราหรือไม่ หาก “ไม่ใช่” การตัดสินใจดังกล่าวอาจเป็นเพียงการตอบสนองความความไม่แน่นอน (ความตกใจกลัว) ในระยะสั้นเท่านั้น
ข้อต่อมาคือ ให้พิจารณาว่า ภาวะตลาดที่เกิดขึ้นทำให้ปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจในตลาด เกิดความเสียหายหรือเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ หากการเติบโตของรายได้ยังมั่นคง มีการจ่ายเงินปันผลที่ดีต่อเนื่อง นั่นสะท้อนว่าบริษัทที่เราลงทุนยังมีคุณภาพ ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงจึงไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่ควรจะเป็น
ประการต่อมา ตรวจสอบพิจารณาข่าวสารต่างๆ อย่างละเอียดรอบคอบ เพราะการติดตามข่าวสารสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่ดีสำหรับการลงทุน แต่ข้อมูลเหล่านั้นต้องมาจากแหล่งที่ถูกต้องน่าเชื่อถือ จะช่วยให้เราไม่หลงเชื่อตามข่าวที่ไม่ถูกต้องจนนำมาซึ่งการตัดสินสินใจที่ผิด
“เมื่อราคาสินทรัพย์ผันผวนและปรับลงแรง นอกจากพิจารณาเหตุผลก่อนตัดสินใจขาย ในอีกด้านก็เป็น ‘โอกาสลงทุน’ สินทรัพย์ที่เราถืออยู่รวมถึงสินทรัพย์อื่น หากพิจารณาว่ามีคุณภาพ ราคาที่ปรับลงถือเป็นจังหวะที่เราควรซื้อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทน”
แต่เนื่องจากเราไม่สามารถคาดการณ์จุดเริ่มต้นของวิกฤตได้ว่าจะเกิดตอนไหน และ “จุดต่ำสุด”ของราคาสินทรัพย์จะอยู่จุดใด เราควรคว้าโอกาสลงทุนในสถานการณ์นี้ ด้วยวิธี “แบ่งเงินทยอยซื้อ” เพื่อเฉลี่ยต้นทุนของราคา นอกจากจะสร้างโอกาสรับผลตอบแทนแล้ว ยังจะสามารถช่วยรักษาผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุนในระยะยาวได้อีกด้วย
“แม้ตลาดหุ้นที่ตกอย่างรวดเร็วไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรับมือ แต่การตัดสินใจที่ไม่ถูกต้องจะทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น การขาดทุนในระยะสั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ทั้งหมด ดังนั้นวิธีการในการรับมือกับการขาดทุนจึงสำคัญกว่ามาก”
เมื่อเกิดสถานการณ์ที่ “ตลาดหุ้นตกหนัก” นักลงทุนอาจรู้สึกอยากถอนเงินลงทุนของคุณออกเพราะคิดว่าเงินของคุณจะปลอดภัยกว่าเมื่ออยู่นอกตลาดหุ้น แต่รู้ไหมว่ายิ่งเราถอนเงินออกมากเท่าไร เราจะยิ่งมีเงินลงทุนน้อยลง นั่นหมายถึงโอกาสที่จะได้รับผลประโยชน์จากการฟื้นตัวของตลาดก็น้อยลง “การรอให้ตลาดฟื้นตัว” จะทำให้การลงทุนของเรามีโอกาสฟื้นตัวและเติบโตอีกครั้ง