โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เกาะติดคดี The iCon Group อาจคืนเงินผู้เสียหายมากกว่า 700 ล้านบาท

ทันข่าว Today

เผยแพร่ 15 ต.ค. 2567 เวลา 08.27 น. • ทันข่าว Today

คดี ดิไอคอน กรุ๊ป อาจคืนเงินผู้เสียหายมากกว่า 700 ล้านบาท ยังไม่ฟันธงเป็นแชร์ลูกโซ่ ตำรวจรวบรวมหลักฐานเตรียมส่งดีเอสไอ เป็นคดีพิเศษ
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผยความคืบหน้ากรณีทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ทำหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในเครือบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป พบว่า
บริษัทอาจจะมีการฝ่าฝืนมาตรา 40 และ 41 ในเรื่องการโฆษณาและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้องรวม 5 คดี ส่วนการดำเนินการฝ่าฝืน พ.ร.บ. อาหารปี 2552 ซึ่งโทษปรับ เป็นการปรับไปหมดแล้วเป็นที่เรียบร้อย
สำหรับโทษอาญามีอยู่อีก 1 คดี โดยขณะนี้อยู่ในชั้นศาล พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาในเรื่องของตัวสินค้า จะมีปัญหาเรื่องฉลากสินค้าที่ “เขียนเกินความจริง” ซึ่งทุกอย่างดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยไปหมดแล้ว
ทั้งนี้ มองว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทดังกล่าวไม่ได้มีปัญหา แต่มีปัญหาในเรื่อง“การหาสมาชิก” มีการจ่ายเงินค่าสมาชิก ซึ่งอาจจะเข้าข่าย“ลักษณะแชร์ลูกโซ่” โดยจะเกี่ยวข้องกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เนื่องจากมีผู้เสียหายเกิน 300 คนขึ้นไป และมูลค่าความเสียหายเกินกว่า 100 ล้านบาท
ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยังไม่ฟันธงว่า ดีเอสไอ จะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ โดยขณะนี้ตำรวจดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงประชาชน แต่ยังไม่ได้กระทำความผิด ตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงิน หรือแชร์ลูกโซ่
โดยคดีฉ้อโกงประชาชนเป็นอำนาจหน้าที่ของตำรวจดำเนินการได้ แต่ถ้าหากเป็นคดีแชร์ลูกโซ่ก็จะมีเกณฑ์ที่แตกต่างออกไป
“ต้องขอชื่นชมตำรวจที่ทำคดีได้เร็ว แต่เป็นห่วงเรื่องการสอบสวน ซึ่งสามารถที่จะนำมาเป็นคดีพิเศษได้ แต่ขอให้ตำรวจได้ทำงาน เพราะทราบว่าขณะนี้ใช้พนักงานสืบสวนในการทำคดีนี้กว่า 50 นาย ซึ่งถือว่ามีประสิทธิภาพพอ
แต่ในคดีลักษณะนี้เราจะเอาทรัพย์สินมาคืนให้ผู้เสียหาย โดยทางดีเอสไอได้สั่งการให้ดูเกี่ยวกับเรื่องการฟอกเงินด้วย หากจำนวนเงินเกินกว่า 800 ล้านบาทจะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน”, พ.ต.อ.ทวี ระบุ
นอกจากนี้ถ้าหากหลักฐานเป็นประโยชน์ก็จะส่งให้เป็นคดีพิเศษ โดยที่อัยการมาร่วมสอบสวน ซึ่งจะเข้าถึงข้อมูลได้ แต่ขณะนี้ต้องการช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินการทางแพ่ง โดยฟ้องคดีเป็นกลุ่ม หรือคดีคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อติดตามทรัพย์สินมาคืนผู้เสียหาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...