โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

พ่อแม่ใจสลาย ร้อง กระบะเมาแล้วขับ ชนลูกชาย 6 ขวบเสียชีวิต ซ้ำไม่มาเหลียวแล

MATICHON ONLINE

อัพเดต 10 ต.ค. 2567 เวลา 11.09 น. • เผยแพร่ 10 ต.ค. 2567 เวลา 10.57 น.

พ่อแม่ใจสลาย ร้อง กระบะเมาแล้วขับ ชนลูกชาย 6 ขวบเสียชีวิต ซ้ำไม่มาเหลียวแล

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 10 ตุลาคม 2567 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายณัฐวุธ อายุ 26 ปี ช่างเฟอร์นิเจอร์ และภรรยา น.ส.บุษกร อายุ 29 ปี เซลส์บริษัทขายนม ว่าถูกคู่กรณีขับรถกระบะชนท้ายรถจักรยานยนต์จนลูกชายวัย 6 ขวบ แขนซ้ายขาดและเสียชีวิต เหตุเกิดบนสะพานต่างระดับวัดโบสถ์ดอนพรหม ถนนบางศรีเมือง วัดโบสถ์ดอนพรหม ต.บางกร่าง อ.เมืองนนทบุรี เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม เวลา 21.00 น. หลังเกิดเหตุไร้คู่กรณีแสดงความรับผิดชอบ หรือแม้แต่จะมาพูดขอโทษ

นายณัฐวุธกล่าวว่า วันเกิดเหตุตนได้ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีดำแดง ทะเบียน 1 ขฒ 1168 กรุงเทพมหานคร เพื่อจะไปเที่ยวงานวัดโบสถ์ดอนพรหม โดยมี น.ส.บุษกร ภรรยา ซ้อยท้ายอุ้มลูกสาววัย 1 ขวบ ลูกชายวัย 12 ขวบนั่งกลาง และ ด.ช.ณัฎฐกิตติ์ อายุ 6 ขวบ น้องซอฟ เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 3 นั่งด้านหน้า รวม 5 คน พอขับรถมาถึงกลางสะพานต่างระดับห่างจากงานวัดเพียงแค่ 200 เมตร จะถึงงานแล้ว ปรากฏว่าได้มีรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีขาว ขับมาพุ่งชนท้ายรถของตนที่กำลังขับอยู่อย่างแรงโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้ตน ภรรยาและลูกกระเด็นไปคนละทิศละทางพอตั้งสติได้ ตนมองไปที่ลูกชายนอนแน่นิ่งอยู่และพบว่าแขนลูกชายข้างซ้ายขาด ตนจึงรีบเข้าไปอุ้มลูกชายและเก็บแขนมากอดไว้ ส่วนภรรยาได้อุ้มลูกสาวไว้

หลังเกิดเหตุคนขับรถกระบะได้พยายามขับรถหลบหนีไปได้ประมาณ 200 เมตร แต่ไปต่อไม่ได้เพราะรถจักรยานยนต์ติดอยู่ใต้ท้องรถกระบะ แล้วมีพลเมืองดีที่ขับรถผ่านมาช่วยจับตัวคนขับรถกระบะไว้ได้ ก่อนจะมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยเหลือนำครอบครัวตนส่ง รพ.พระนั่งเกล้า ก่อนลูกชายไปเสียชีวิตที่ รพ.

น.ส.บุษกรกล่าวว่า หลังเกิดเหตุมีพลเมืองดีพยายามวิ่งไปจับตัวคนขับรถที่ชนเรา หลังจากนั้นตนก็ไม่เห็นแล้ว เพราะคนขับกระบะหนีไปประมาณ 200 เมตร เขาขับไปจนถึงตีนสะพาน แต่รถจักรยานยนต์ไปติดอยู่ใต้ท้องรถกระบะเลยทำให้ไม่สามารถไปต่อได้ ไปจอดอยู่ที่ตีนสะพานหน้าวัดโบสถ์ และมีพลเมืองดีขี่รถไปล็อกตัวไว้และตำรวจมาพอดีจับตัวไป แต่หลังจากนั้นตนไม่เห็นเหตุการณ์ เพราะตนต้องพาลูกขึ้นรถกู้ภัยไปโรงพยาบาล

พอมาถึงโรงพยาบาลหมอช่วยปั๊มหัวใจประมาณ 30 นาทีแต่ไม่ขึ้น หมอบอกว่าไม่มีชีพตั้งแต่มาแล้ว คาดว่าน้องน่าจะเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ แต่ตนจะช่วยชีวิตน้องก็เลยรีบพามาก่อน สาเหตุเบื้องต้นหลังส่งน้องไปชันสูตรที่นิติเวช พบว่าเกิดจากการกระแทกอย่างรุนแรงที่ช่องอกและสูญเสียโลหิตจากแขนซ้ายขาดและคอหัก เพราะตอนที่พ่อเขาอุ้มตัวน้องเขาห้อยไปหมดแล้ว

น.ส.บุษกรกล่าวว่า อยากให้คู่กรณีได้รับโทษ ตนไม่ได้อยากได้เงินเยียวยา แต่ว่าอยากให้เห็นว่าพวกตนก็ลำบากและต้องสูญเสียจากการเมาแล้วขับ รถกระบะคันที่ขับชนก็เป็นรถใช้งานของบริษัท เขารู้เหตุการณ์ก็ควรติดต่อตนมาบ้าง แต่เขาก็ไม่มาให้ปากคำ เขาหายไปเลย ตนก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง ทราบว่ารถของเขา พ.ร.บ.ก็ขาด แต่ยังปล่อยให้ออกมาใช้ทำงานอยู่ อยากให้เขาติดต่อกลับมาพูดคุยบ้าง เพราะตนก็ไม่มีเงินจะซื้อยารักษาไปโรงพยาบาลยังไม่ได้รับสิทธิฉุกเฉิน พวกตนต้องจ่ายเงินเองทุกวัน

ส่วนงานศพลูกชายได้ตั้งสวดทำพิธีทางศาสนา 3 วัน และฌาปนกิจไปเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2567 ค่าใช้จ่ายยังโชคดีที่ทางวัดได้เมตตาช่วยเหลือและจากทางบริษัทของตนและสามีก็ช่วยเหลือ ตนได้สอบถามไปทางพนักงานสอบสวนเพื่อสอบถามว่าเขาเมาหรือเปล่า ทางพนักงานสอบสวนบอกว่าได้ตรวจวัดแอลกอฮอล์คนขับกระบะได้ 260 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

เรื่องที่เกิดขึ้นตนเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมกับครอบครัว จึงนำเรื่องมาร้องกับสื่อเพื่อให้ช่วยเหลือครอบครัวของตน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พ่อแม่ใจสลาย ร้อง กระบะเมาแล้วขับ ชนลูกชาย 6 ขวบเสียชีวิต ซ้ำไม่มาเหลียวแล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...