ออริจิ้น แรงซื้อต่างชาติทะลัก 2.5 พันล้านบาท โต 253% เมียนมา ช้อปเพิ่ม 880%
ออริจิ้น ทุบสถิติ ครึ่งแรกปี 2567 กวาดยอดขายต่างชาติ 2,500 ล้าน โต 253% เมียนมาขยายตัว 880% จ่อเดินสายเปิดตลาดลูกค้าอาหรับ-ดูไบ-อินเดีย ตั้งเป้าทั้งปีปิดยอดขายต่างชาติทะลุ 5,000 ล้าน
วันที่ 6 สิงหาคม 2567 นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งแรกของปี 2567 (ม.ค.-มิ.ย.) บริษัทมียอดขายจากลูกค้าต่างชาติ 2,500 ล้านบาท เติบโต 253% (yoy) ทุบสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงหลัง COVID-19
สำหรับท็อป 3 สัญชาติที่เข้ามาซื้อที่อยู่อาศัยของออริจิ้น ได้แก่ “รัสเซีย” มียอดขายสูงเนื่องจากบริษัทเปิดโครงการใหม่ในภูเก็ต ซึ่งเป็นแถบที่ชาวรัสเซียให้ความสนใจหลายโครงการ “เมียนมา” ยอดขายเติบโตสูงถึง 880% และ “จีน”
ซึ่ง 3 สัญชาติรวมกันครองสัดส่วนยอดขายมากกว่า 64% ของยอดขาย 2,500 ล้านบาท ขณะที่ไต้หวันและฮ่องกง ครองอันดับ 4 และอันดับ 5
ส่วนโครงการที่มียอดขายจากต่างชาติในระดับท็อป ได้แก่
1.โซ ออริจิ้น บางเทา บีช (SO Origin Bangtao Beach) โครงการใหม่ในภูเก็ตที่เพิ่งเปิดตัวในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้
2.พาร์ค ออริจิ้น ทองหล่อ (Park Origin Thonglor)โครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีใจกลางเมือง
3.โซโห แบงค็อก รัชดา (SOHO Bangkok Ratchada) อีกหนึ่งโครงการในทำเลซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับชาวต่างชาติ
การที่ยอดขายต่างชาติขยายตัว สาเหตุหลักมาจากการเปิดตัว Origin Agent Club จับมือกับเอเจนท์รายใหม่ ๆ ส่งผลให้บริษัทสามารถโปรโมทโครงการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายขึ้นและกว้างขึ้น มีช่องทางการขายผ่านโซเชียลมีเดีย ทำให้ประสานงานการขายได้แบบ Real-time
ส่วนปัจจัยภายนอกหลายๆ ด้านในขณะนี้ ก็หนุนให้ชาวต่างชาติมองไทยในฐานะประเทศจุดหมายปลายทางของการเป็นบ้านพักตากอากาศและการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ระยะยาวมากยิ่งขึ้น เช่น
- ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ในเมียนมา ส่งผลให้ผู้ที่มีกำลังซื้อในเมียนมา หันมาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทยมากขึ้น
- ปัจจัยด้านราคาอสังหาริมทรัพย์ของประเทศในเอเชียหลายประเทศ เช่น ไต้หวัน ปรับตัวสูงขึ้น ก็ส่งผลให้คนหันมาสนใจประเทศไทยแทนเช่นกัน
สำหรับช่วงครึ่งปีหลังของปี 2567 (ก.ค.-ธ.ค.) บริษัทมีแผนเดินสายโรดโชว์เพื่อขยายตลาดลูกค้าต่างชาติไปสู่ตลาดใหม่ๆ เช่น อินเดีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ทั้งในดูไบ และอาบูดาบี เนื่องจาก อินเดียมีดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจเติบโตมากที่สุดในเอเชียในระดับที่อาจจะแซงจีน
ขณะที่ UAE เป็นประเทศปลอดภาษี จึงมีกลุ่มนักลงทุนที่มีกำลังซื้อสูงจากหลายสัญชาติรวมตัวอยู่จำนวนมาก
พร้อมกันนี้ บริษัทจะยังคงเดินหน้าทำงานร่วมกับ Key Agent เพื่อรักษาฐานการเติบโตของตลาดไต้หวัน ฮ่องกง และจีน ควบคู่กันไปด้วย