โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เจาะเหตุผล “ทุนจีน” รุกธุรกิจ “ร้านอาหาร-เครื่องดื่ม” ในไทย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 ส.ค. 2567 เวลา 14.51 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2567 เวลา 07.51 น.

อุตสาหกรรมร้านอาหาร-เครื่องดื่มไทย เนื้อหอม โต 4-5% คาดกวาดรายได้ 3 แสนล้านบาท/ปี ทำ “ทุนจีน” หันทุ่มตลาด แบรนด์ดัง MIXUE-WEDRINK- Zhendxin Chicken บุกหนัก ชูราคาเริ่มต้นหลักสิบ-เร่งขยายแฟรนไชส์ เพิ่มได้เปรียบต้นทุน ทำรายย่อยไทยแข่งยาก

ที่ผ่านมา “ทุนจีน” ได้เริ่มขยายการลงทุนหลายธุรกิจในไทย โดยข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ณ วันที่ 31 ก.ค. 67) พบว่า การลงทุนจัดตั้งนิติบุคคลของทุนต่างชาติในไทย มีจำนวน 131,504 ราย คิดเป็นมูลค่า 9.94 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.25% (YoY) โดย“สัญชาติจีน” มีมูลค่าการลงทุนเป็นอันดับ 3 ที่จำนวน382,061 ล้านบาท คิดเป็น 9.48% ของมูลค่าการลงทุนของนิติบุคคลต่างชาติ

สำหรับธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมเนื้อหอมที่“จีน” เข้ามารุกคืบเจาะตลาด อาทิ ร้านไอศกรีมและเครื่องดื่มเจ้าดังอย่าง MIXUE ที่เข้ามาบุกตั้งแต่ปี 2565 และWEDRINK ที่เริ่มเปิดกิจการในไทยปี 2567 ตลอดจนร้านไก่ทอดเจิ้งซิน Zhendxin Chicken น้องใหม่ที่ประกาศบุกเต็มกำลัง

จีนชูราคาถูก-ขยายไว เข้าถึงลูกค้าง่าย

ด้วยแบรนด์จีนเหล่านี้มีกลยุทธ์ด้านราคาประมาณ 15-50 บาท เน้นเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย เช่น Zhendxin Chicken ไก่ทอดราคาเริ่มต้น 15 บาท/ชิ้น เฟรนฟรายด์ เริ่มต้น 20 บาท/ชุด, MIXUE ไอศกรีมเริ่มต้น 15 บาท/โคน น้ำมะนาวแช่เย็น เริ่มต้น 20 บาท/แก้ว

ซึ่งปัจจัย “ราคาย่อมเยา” เป็นกุญแจสำคัญให้ผู้บริโภคเปิดใจให้กับแบรนด์ และเมื่อเทียบราคากับร้านอาหารประเภทเดียวกันจะพบว่า ร้านอาหารจากจีนมีราคาที่ดีกว่า

ขณะเดียวกันการขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ราคาไม่ถึงหลักล้านบาท ได้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่แบรนด์จีน ซึ่งที่ผ่านมาแต่ละแบรนด์ขยายสาขาที่ไทยอัตราเร่ง ดังนี้

  • MIXUE จำนวน 200 สาขา
    • WEDRINK จำนวน 47 สาขา
    • Cotti Coffee จำนวน 8 สาขา (เพิ่งเข้าไทย) ปัจจุบันมี 7,000 สาขาทั่วโลก

“การขยายสาขาอย่างรวดเร็ว ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าในวงกว้าง และต้นทุนการผลิตดีขึ้นจาก Economy of Scale ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะรายย่อยแข่งขันราคาได้ยาก แต่ข้อดีจะตกมาสู่ผู้บริโภคที่มีทางเลือกร้านอาหารและเครื่องดื่มมากขึ้น”

ตลาดร้านอาหาร-เครื่องดื่มไทยเนื้อหอม

อย่างไรก็ดี การที่ทุนจีนบุกธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มในไทย หลัก ๆ คาดว่ามาจากการเติบโตของธุรกิจร้านอาหารในไทย โดยข้อมูลจากศูนย์วิจัยกรุงศรี ระบุ แนวโน้มธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม ปี 2567-2569 คาดขยายตัว 4-5% ต่อปี และทำรายได้รวมระดับ 2.75-3 แสนล้านบาท จากเหตุผล ดังนี้

1.พฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมารับประทานอาหารนอกบ้านขึ้น ตั้งแต่หลังช่วงโควิด โดยมีปัจจัยเร่ง คือ การขยายตัวของเมือง ตลอดจนสื่อโซเชียลมีเดียที่มีการแนะนำร้านอาหารใหม่ ๆ

2.การฟื้นตัวของ GDP ในประเทศ ภายในปี 2568-2569

3.จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติขยายตัว โดยเฉพาะกลุ่มสัญชาติจีน มาเลเซีย และเกาหลีใต้

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นว่า ตลาดร้านอาหารและเครื่องดื่มไทยโตต่อเนื่อง สะท้อนภาพการเป็นตลาดศักยภาพสูง การทำร้านอาหารหรือเครื่องดื่มในไทย ไม่ใช่เพียงได้เฉพาะตลาดในประเทศ แต่ยังสามารถดึงกำลังซื้อจากกลุ่มนักท่องเที่ยวได้อีกด้วย

📌 อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...