เจาะเหตุผล “ทุนจีน” รุกธุรกิจ “ร้านอาหาร-เครื่องดื่ม” ในไทย
อุตสาหกรรมร้านอาหาร-เครื่องดื่มไทย เนื้อหอม โต 4-5% คาดกวาดรายได้ 3 แสนล้านบาท/ปี ทำ “ทุนจีน” หันทุ่มตลาด แบรนด์ดัง MIXUE-WEDRINK- Zhendxin Chicken บุกหนัก ชูราคาเริ่มต้นหลักสิบ-เร่งขยายแฟรนไชส์ เพิ่มได้เปรียบต้นทุน ทำรายย่อยไทยแข่งยาก
ที่ผ่านมา “ทุนจีน” ได้เริ่มขยายการลงทุนหลายธุรกิจในไทย โดยข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ณ วันที่ 31 ก.ค. 67) พบว่า การลงทุนจัดตั้งนิติบุคคลของทุนต่างชาติในไทย มีจำนวน 131,504 ราย คิดเป็นมูลค่า 9.94 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.25% (YoY) โดย“สัญชาติจีน” มีมูลค่าการลงทุนเป็นอันดับ 3 ที่จำนวน382,061 ล้านบาท คิดเป็น 9.48% ของมูลค่าการลงทุนของนิติบุคคลต่างชาติ
สำหรับธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมเนื้อหอมที่“จีน” เข้ามารุกคืบเจาะตลาด อาทิ ร้านไอศกรีมและเครื่องดื่มเจ้าดังอย่าง MIXUE ที่เข้ามาบุกตั้งแต่ปี 2565 และWEDRINK ที่เริ่มเปิดกิจการในไทยปี 2567 ตลอดจนร้านไก่ทอดเจิ้งซิน Zhendxin Chicken น้องใหม่ที่ประกาศบุกเต็มกำลัง
จีนชูราคาถูก-ขยายไว เข้าถึงลูกค้าง่าย
ด้วยแบรนด์จีนเหล่านี้มีกลยุทธ์ด้านราคาประมาณ 15-50 บาท เน้นเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย เช่น Zhendxin Chicken ไก่ทอดราคาเริ่มต้น 15 บาท/ชิ้น เฟรนฟรายด์ เริ่มต้น 20 บาท/ชุด, MIXUE ไอศกรีมเริ่มต้น 15 บาท/โคน น้ำมะนาวแช่เย็น เริ่มต้น 20 บาท/แก้ว
ซึ่งปัจจัย “ราคาย่อมเยา” เป็นกุญแจสำคัญให้ผู้บริโภคเปิดใจให้กับแบรนด์ และเมื่อเทียบราคากับร้านอาหารประเภทเดียวกันจะพบว่า ร้านอาหารจากจีนมีราคาที่ดีกว่า
ขณะเดียวกันการขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ราคาไม่ถึงหลักล้านบาท ได้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่แบรนด์จีน ซึ่งที่ผ่านมาแต่ละแบรนด์ขยายสาขาที่ไทยอัตราเร่ง ดังนี้
- MIXUE จำนวน 200 สาขา
- WEDRINK จำนวน 47 สาขา
- Cotti Coffee จำนวน 8 สาขา (เพิ่งเข้าไทย) ปัจจุบันมี 7,000 สาขาทั่วโลก
“การขยายสาขาอย่างรวดเร็ว ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าในวงกว้าง และต้นทุนการผลิตดีขึ้นจาก Economy of Scale ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะรายย่อยแข่งขันราคาได้ยาก แต่ข้อดีจะตกมาสู่ผู้บริโภคที่มีทางเลือกร้านอาหารและเครื่องดื่มมากขึ้น”
ตลาดร้านอาหาร-เครื่องดื่มไทยเนื้อหอม
อย่างไรก็ดี การที่ทุนจีนบุกธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มในไทย หลัก ๆ คาดว่ามาจากการเติบโตของธุรกิจร้านอาหารในไทย โดยข้อมูลจากศูนย์วิจัยกรุงศรี ระบุ แนวโน้มธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม ปี 2567-2569 คาดขยายตัว 4-5% ต่อปี และทำรายได้รวมระดับ 2.75-3 แสนล้านบาท จากเหตุผล ดังนี้
1.พฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมารับประทานอาหารนอกบ้านขึ้น ตั้งแต่หลังช่วงโควิด โดยมีปัจจัยเร่ง คือ การขยายตัวของเมือง ตลอดจนสื่อโซเชียลมีเดียที่มีการแนะนำร้านอาหารใหม่ ๆ
2.การฟื้นตัวของ GDP ในประเทศ ภายในปี 2568-2569
3.จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติขยายตัว โดยเฉพาะกลุ่มสัญชาติจีน มาเลเซีย และเกาหลีใต้
จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นว่า ตลาดร้านอาหารและเครื่องดื่มไทยโตต่อเนื่อง สะท้อนภาพการเป็นตลาดศักยภาพสูง การทำร้านอาหารหรือเครื่องดื่มในไทย ไม่ใช่เพียงได้เฉพาะตลาดในประเทศ แต่ยังสามารถดึงกำลังซื้อจากกลุ่มนักท่องเที่ยวได้อีกด้วย