โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร

5 ปีที่รอคอย! โฉมใหม่ 'ดุสิตธานี กรุงเทพ' การเปลี่ยนแปลงใหม่ ที่คงจิตวิญญาณระดับตำนาน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 06 ส.ค. 2567 เวลา 10.07 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2567 เวลา 10.04 น.

5 ปีที่รอคอย! โฉมใหม่ ‘ดุสิตธานี กรุงเทพ’ การเปลี่ยนแปลงใหม่ ที่คงจิตวิญญาณระดับตำนาน

สมการรอคอยถึง 5 ปี! ได้เวลากลับมาทวงบัลลังก์คืนกับโรงแรมไอคอนใจกลางกรุงเทพฯอย่าง ‘ดุสิตธานี กรุงเทพ’ (Dusit Thani Bangkok) โรงแรมห้าดาวที่ได้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองและนักท่องเที่ยวคนสำคัญมายาวนานถึง 50 ปี

โดยได้กลับมารีอิมเมจิน (Reimagined) ภาพลักษณ์ใหม่กลับมาในฐานะ ‘หมุดหมายกรุงเทพฯ’ ดุสิตธานี กรุงเทพ จะกลับมาสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง พร้อมแนวคิดใหม่เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า

ชนินทธ์ โทณวณิก รองประธานกรรมการและประธานคณะกรรมการบริหารดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวถึงเป้าหมายของดุสิตธานีใหม่ว่า สิ่งที่เราถูกสอนไว้และวางรากฐานของบริษัทไว้ตั้งแต่แรก คือจะทำอะไรเราต้องทำให้ดีที่สุด การออกแบบตึกมีความสำคัญที่เราจะต้องคิดว่าอีก 30 ปีจะเป็นยังไง คือไม่ใช่ออกแบบออกมาแล้วดีวันนี้ หรือดีพรุ่งนี้ แต่มันต้องได้อีก 30 ปี อีก 50 ปี สิ่งที่เราออกแบบและก่อสร้างไปอย่างดีและมีความหมาย อยากสร้างความรู้สึกให้คนกรุงเทพฯ ได้ภูมิใจในสถานที่ใหม่นี้ เหมือนที่เขาภูมิใจกับโรงแรมดุสิตธานีเก่า แล้วเป็นที่ที่ทุกคนรู้จัก ทุกคนรักที่จะมา ทุกคนมีความผูกพันที่ดี

“ความรู้สึกอย่างนั้นมันมียาก เราอยากจะอยู่นาน อยากจะอยู่ให้มีความหมาย เหมือนกับตอนที่คุณแม่สร้างตึกดุสิตเมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว ไม่ง่าย แต่เราพยายามจะทำ และคิดว่ามันจะเป็นเป้าหมายที่ไม่เหมือนคนอื่น” ชนินทธ์กล่าว

ทั้งนี้ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ได้จัดแถลงข่าวที่บ้านดุสิตธานีถึงความพร้อมที่ได้ฤกษ์ดี วันที่ 27 กันยายนนี้ แกรนด์โอเพนนิ่ง โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ โดยมี 2 ผู้บริหารศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) และ ณัฐภาณุ์ ศรียุกต์สิริ กรรมการผู้จัดการ ดุสิตเอสเตท และรองประธานฝ่ายกลยุทธ์การออกแบบและงานครีเอทีฟ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับสมเกียรติ โล่ห์จินดาพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด (A49) ร่วมเปิดเผยถึงเรื่องราวตลอดระยะเวลา 5 ปี ในการดำเนินโครงการ

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ กล่าวถึงความท้าทายในการปรับโฉมโรงแรมดุสิตธานี ภายใต้แนวคิด An Icon Reimagined ว่า เรามีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ได้มาตรฐานที่ดีขึ้น แต่ยังเก็บความเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรมไว้ โดยมีการเพิ่มอินโนเวชั่นเพิ่มเติมความนำสมัยเข้าไป เพื่อให้เป็นโรงแรมของคนไทยที่ดีที่สุดในทุกด้าน ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นสิ่งที่ทำให้ ‘ดุสิตธานี’ สามารถยืนหยัดอยู่ได้และครองใจผู้ใช้บริการตลอดมาเปรียบเสมือน งานฝีมืออันทรงคุณค่าของคนไทย

“ซึ่งการกลับมาของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ เป็นอีกหนึ่งความท้าทายของกลุ่มดุสิตธานี กับโจทย์ที่ต้องผสมผสานระหว่างความต้องการใหม่ๆ ของลูกค้าภายใต้บริบทที่เปลี่ยนแปลงไป กับการรักษาจิตวิญญาณและความเป็นตัวตนของกลุ่มดุสิตธานี ที่เคยสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าตลอดระยะเวลากว่า 75 ปีที่ผ่านมา”

“โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ จะปรากฏโฉมให้โลกได้เห็นถึงการเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่เป็น Iconic เป็นตำนานของโรงแรม และทำให้เห็นว่า อะไรที่ทำให้ ดุสิตธานีสามารถยืนหยัดอยู่ได้และครองใจผู้ใช้บริการมาได้อย่างยาวนาน นั่นเพราะเราใส่ใจและเก็บทุกรายละเอียดของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ แห่งเดิม เพื่อนำมาผสมผสานอย่างกลมกลืนกับโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ แห่งใหม่ ไม่ใช่เฉพาะรูปลักษณ์ การออกแบบ”

“แต่ยังหมายถึงการต้อนรับอย่างอบอุ่น และการให้บริการด้วยมาตรฐานดุสิตธานี ซึ่งเป็นแบรนด์ไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก เรามุ่งมั่นที่จะรักษาไว้ซึ่งเจตนารมณ์ของ ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้ก่อตั้ง และคุณชนินทธ์ โทณวณิก ที่ต้องการนำเสนอความเป็นไทย ทั้งศิลปะ วัฒนธรรมและเสน่ห์แบบไทย ที่สอดคล้องกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก และความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า พร้อมกับการตอบโจทย์ความยั่งยืนทางธุรกิจของกลุ่มดุสิตธานี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.ดุสิตธานีกล่าว

ด้าน ณัฐภาณุ์ ศรียุกต์สิริ กล่าวว่า การออกแบบในครั้งนี้ โจทย์คือต้องสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและความจริงใจ ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะการให้บริการ แต่ยังหมายถึงก้าวแรกที่สัมผัสได้ทันที เมื่อก้าวเข้ามาในโรงแรม ทำให้การออกแบบต้องใส่ใจทุกรายละเอียด ทั้งการเก็บชิ้นงานเก่าและการสร้างสรรค์ชิ้นงานใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากชิ้นงานเก่า

“การออกแบบโรงแรมดุสิตธานีในครั้งนี้ ยังได้นำเสนอเรื่องราวและประวัติศาสตร์ของดุสิตธานีที่ทุกคนคุ้นเคยผ่านมุมมองใหม่ๆ พร้อมนำเสนอความเป็นไทยในหลายรูปแบบ อาทิ การใช้โทนสีแบบไทย หรือ Thai Tone เพื่อส่งมอบความอบอุ่นสบายให้กับแขกและเน้นการใช้สีเขียว เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงจุดตั้งของโรงแรมที่อยู่ตรงข้ามสวนลุมพินีที่เป็นพื้นที่สีเขียวของกรุงเทพฯ”

“นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนผลงานของคนไทย ทั้งวัสดุที่ใช้จากชุมชนท้องถิ่นลวดลายและลายเส้นสายแพตเทิร์นชิ้นงานประดับหรือการตกแต่งผนังที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก เส้นสินเทา เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงสวรรค์บนดินให้สมกับชื่อดุสิตธานี ทางโรงแรมยังได้อนุรักษ์ชิ้นงานที่โดดเด่นของดุสิตเดิมกลับมาตกแต่งโรงแรมใหม่ในที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ต้นไม้ น้ำตก 9 ชั้น ยอดเสาทอง หรืองานจิตรกรรมเสาและกำแพง ซึ่งเป็นผลงานของ ท่านกูฏ ไพบูลย์ สุวรรณกูฏ และศิลปินไทยคนอื่นๆ อีกด้วย” ณัฐภาณุ์กล่าว

ทาง สมเกียรติ โล่ห์จินดาพงศ์ กล่าวว่า ดุสิตธานีในรูปแบบใหม่ออกแบบให้เชื่อมต่อโรงแรมเข้ากับบริบทเมืองหลวง แต่ยังคงกลิ่นอายของดั้งเดิมและจิตวิญญาณของดุสิตธานีเมื่อ 50 ปีก่อนเอาไว้

สำหรับแรงบันดาลใจจากโรงแรมดุสิตธานีเดิม มาสู่รูปโฉมใหม่ ที่จะปรากฏให้เห็นในส่วนต่างๆ ของโรงแรม แบ่งเป็น ดังนี้

RELOCATION ประกอบด้วย

‘ยอดเสาสีทอง’ สัญลักษณ์แห่งความทรงจํา ได้แรงบันดาลใจมาจาก ‘ยอดของพระปรางค์’ วัดอรุณราชวราราม ได้สร้างสรรค์ยอดเสาใหม่ที่มีลักษณะโปร่ง เพื่อยังคงมองเห็นยอดเสาสีทองเดิมด้านในอย่างชัดเจน,

‘ฝ้าเพดานไม้สัก’ จากห้องอาหารเบญจรงค์ ซึ่งเป็นไฮไลต์ของห้องอาหารเบญจรงค์เดิมทุกชิ้นได้รับการเก็บรักษา และเคลื่อนย้ายมาติดตั้งยังห้องอาหารแห่งใหม่ โดยรูปแบบของเพดานแต่ละช่องออกแบบให้แตกต่างกันในรายละเอียดของความเป็นไทย รวมถึงปรับเปลี่ยนโทนสีของวัสดุเพื่อสร้างมิติความลึกของฝ้าเพดานให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

รวมถึง ‘ภาพวาดฝาผนัง’ บริเวณโถง Heritage Floor ที่ได้อนุรักษ์ภาพวาดดั้งเดิมของฝาผนังอันทรงคุณค่า ที่บอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตของคนไทยในอดีตที่ใกล้ชิดแนบแน่นกับธรรมชาติ ความอุดมสมบูรณ์ของผืนแผ่นดินไทย บริเวณทางเดินของห้องอาหารโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ แห่งเดิม ซึ่งของเดิมนั้นวาดลงบนผนังโดยตรง งานอนุรักษ์จึงจำเป็นต้องเก็บรักษาทั้งผนังตั้งแต่ขั้นตอนการรื้อถอน โดยภาพวาดทั้งหมดจะย้ายไปติดตั้งบริเวณโถงทางเข้าสู่ห้องจัดเลี้ยงในโรงแรมแห่งใหม่เช่นกัน

การกลับมาของ “สวนเมืองร้อน” ที่สร้างพื้นที่พักใจให้ผู้มาเยือน โดยทางโรงแรมได้รักษาต้นไม้เดิมของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ แห่งเดิมไว้ เช่น ลีลาวดี ที่อยู่บริเวณน้ำตก ซึ่งท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้ก่อตั้งเป็นผู้ปลูกไว้เมื่อแรกสร้างโรงแรม ได้รับการล้อมย้ายไปปลูกที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน และจะย้ายกลับมาปลูกที่เดิม

เมื่อโรงแรมเปิดให้บริการ การกลับมาครั้งใหม่ของ “น้ำตก 9 ชั้น” ที่เรียกขานกันว่า น้ำตกสวรรค์ชั้นดุสิต รายล้อมด้วยพรรณไม้นานาชนิดหนึ่งในซิกเนเจอร์ของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ที่สร้างความร่มรื่น และสดชื่นให้แก่แขกผู้มาเยือน

INSPIRATION ประกอบด้วย

‘กรอบอาคารมงคลสีทอง’ ที่สอดแทรกความหมายและความเป็นมงคลเอาไว้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะส่วนด้านหน้าของอาคาร หรือกรอบอาคารที่สร้างสรรค์ผ่านลวดลายกลีบดอกไม้ไทย หรือกลีบดอกบัว ผ่านการวางสมมาตรตามศาสตร์ฮวงจุ้ยเพื่อเสริมมงคล และ ‘รั้วกำแพงแก้ว’ ของโรงแรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายหกเหลี่ยมของรั้วกำแพงโรงแรมเดิมที่นำมาดัดแปลงออกแบบให้ร่วมสมัยขึ้น โดยคติความเชื่อของไทย รั้วกำแพงแก้ว มักพบเห็นได้ตามกำแพงวัดไทย เปรียบเสมือนเกราะป้องกันภัยอันตรายต่างๆ สื่อถึงการปกป้องดูแลแขกทุกคนให้ได้รับความอยู่เย็นเป็นสุข

‘Golden Photography frame’ กรอบหน้าต่างสีทองที่ออกแบบเสมือนกรอบภาพขนาดใหญ่ ที่แขกทุกท่านจะได้สัมผัสทัศนียภาพอันเขียวขจีของสวนลุมพินีและวิวเมืองอันงดงาม รวมทั้งชื่นชมเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพมหานครอย่างเต็มที่ในทุกห้อง เพื่อส่งมอบโมเมนต์แสนตรึงตาต่อแขกทุกท่านในการพักผ่อนแบบเหนือระดับ

‘PATTERNS’ อาทิ ฉากตกแต่งด้านหลังของล็อบบี้ ได้รับการพัฒนาและออกแบบโดย Projectt Studio และ Dong Sculpture ดีไซเนอร์ออกแบบให้ลวดลายของฉากหลังที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก เส้นสินเทาž ในภาพจิตรกรรมฝาผนังไทย ด้วยลายเส้นที่สะบัดเป็นริ้วโค้งหรือช่องสามเหลี่ยม รวมถึงแบ่งเรื่องราวแต่ละภาพตามรูปแบบในงานจิตรกรรมฝาผนังไทย โดยออกแบบให้มีรูปทรงเหมือนก้อนเมฆ เพื่อสะท้อนถึงสวรรค์ชั้นดุสิตตามชื่อของโรงแรม

นอกจากนี้ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ แห่งใหม่นั้นเป็น ‘อาคารสีทอง’ อันสวยงามที่อยู่ตรงกลางระหว่าง ‘ตึกออฟฟิศสีเงิน’ และ ‘เรสซิเด้นสีโรสโกลด์’ ซึ่งเปรียบเสมือน 3 กษัตริย์ คือ ทอง เงิน และนาก โรงแรมใหม่ มีความสูงถึง 39 ชั้น รวมทั้งมีห้องพักสุดหรูถึง 257 ห้อง มีตั้งแต่ห้องดีลักช์ จนถึงห้องสวีต และมีพื้นที่ในห้องพักถึง 50 ตร.ม.ขึ้นไป

โดยทุกห้องพักจะเห็นทัศนียภาพอันงดงามของสวนลุมพินี เส้นขอบฟ้า และสีสันของกรุงเทพฯ ให้ความรู้สึกราวกับกรอบความทรงจำอันล้ำค่า หรือ Golden Frames of Memories หรือกล่องสีทองที่สามารถดูวิวผ่านกรอบหน้าต่างกระจกเต็มชิ้นขนาดใหญ่สีทอง มีความยาวถึง 4-5 เมตร ในห้องยังมี Mini bar ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความเป็นไทยอย่างตู้กับข้าวไทยของโรงแรมเดิม และยังใส่ความเป็นดุสิต อย่างลายเส้นของเก้าอี้และรูปโรงแรมดุสิตธานี ที่วางไว้เป็น art piece ในห้องอีกด้วย

ในส่วนของ ‘ห้องประชุม’ ที่ใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองอย่าง ‘ห้องนภาลัย’ ซึ่งจะกลับมาในรูปแบบใหม่ที่เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น แต่ยังมีกลิ่นอายของห้องนภาลัยอันเดิมที่ซ่อนอยู่ ในพื้นที่ทั้งหมดกว่า 5,000 ตร.ม. ที่มีกระจกบานใหญ่ที่มีความสูงถึง 8 เมตร ที่มีแสงธรรมชาติเข้ามาทำให้เห็นสวนลุมพินีอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีแชนเดอเรียขนาดใหญ่อันสวยงามที่ประดับเพื่อเพิ่มความหรูหราให้กับห้องประชุมอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีรูฟ พาร์ค (Roof Park) โอเอซิสสีเขียวขนาดใหญ่ในรูปแบบสวนสาธารณะลอยฟ้าขนาด 7 ไร่ ที่สามารถตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิตของคนเมืองที่ต้องการใกล้ชิดกับธรรมชาติ เชื่อมต่อกับ MRT

สวนสาธารณะแห่งนี้ยังให้ความสำคัญกับการรักธรรมชาติและฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง พอเข้ามาแล้วจะได้สัมผัสกับอุณหภูมิที่เย็นกว่าข้างนอกถึง 1-2 องศาเซลเซียส แถมยังปลูกต้นไม้ที่มีใบที่หนา และมีขนเพื่อดักฝุ่นและกรองฝุ่นโดยธรรมชาติก่อนเข้ามาในอาคารอีกด้วย แถมต้นไม้ยังเรียกแมลงหายากในเมือง อย่าง ผีเสื้อ แมลงปอ และเต่าทอง อีกทั้งยังเป็น Pet friendly ที่สามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมี ‘ห้างสรรพสินค้า’ ที่ดีไซน์ให้เข้ากับ urban living lifestyle เพื่อให้ใช้ชีวิตใจกลางเมือง แต่ยังได้สัมผัสกับธรรมชาติอันงดงาม

เตรียมพบกับโฉมใหม่ของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ วันที่ 27 กันยายน 2567 ที่จะเป็นหมุดหมายกรุงเทพฯและดุสิตธานีจะกลับมาเป็น Iconic ของไทยอีกครั้ง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 5 ปีที่รอคอย! โฉมใหม่ ‘ดุสิตธานี กรุงเทพ’ การเปลี่ยนแปลงใหม่ ที่คงจิตวิญญาณระดับตำนาน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...