โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

Michelin Guide และ Michelin Star มีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ทำไมคุณถึงต้องรู้?

LSA Thailand

อัพเดต 28 ต.ค. 2567 เวลา 18.00 น. • เผยแพร่ 27 ต.ค. 2567 เวลา 01.00 น. • Lifestyle Asia Thailand
Michelin Guide

มิชลิน ไกด์ (Michelin Guide) ที่เป็นเหมือนเครื่องการันตีของร้านอาหารบนโลกใบนี้ที่จะช่วยทำให้คุณเป็นที่รู้จักมากขึ้น มีการให้ดาวตามมาตรฐานหรือMichelin Star ที่เป็นกฏเกณฑ์ว่าร้านแห่งนี้การันตีได้ว่าคุณจะได้สิ่งที่ต้องได้รับที่ร้านอาหารต้องมี เช่น การบริการ รสชาติของอาหาร บรรยากาศ และอื่น ๆ เพราะฉะนั้น คุณเคยสงสัยว่าดาวเหล่านี้ คุณต้องยอดเยี่ยมขนาดไหน ถึงจะได้ดาวมิชลิน มาประดับ

Related articles

ปักหมุดพิกัด ร้านอาหารฝรั่งเศส ในกรุงเทพฯ สำหรับค่ำคืนสุดพิเศษ

วิธีเดินทางไปตลาดน้อย พร้อมแพลน One Day Trip ชุมชนเก่าริมน้ำมีที่ไหนให้เราแวะไปเที่ยวบ้าง

จุดเริ่มต้น Michelin Guide

หนังสือมิชลิน ไกด์เกิดจากไอเดียเพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปตามถนนโดยใช้หนังสือแนะนำสีแดงเล็ก ๆ ให้ทุกคนได้รู้จักร้านเหล่านี้มากขึ้น โดยเริ่มต้นในปี 1900 บริษัทยางอย่าง Michelin จากประเทศฝรั่งเศส

กว่าผู้คนเริ่มจะรู้จักก็ต้อง ย้อนกลับไปในช่วงปี 1920-1929 เป็นครั้งแรกที่คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ บรรจุรายชื่อโรงแรมในกรุงปารีส รายชื่อร้านอาหารโดยจำแนกตามกลุ่มประเภท ทำให้พี่น้องมิชลิน เริ่มตระหนักว่าคู่มือของตัวเองเริ่มมีอิทธิพลมากขึ้น ทำให้มีการสรรหา “นักชิมลึกลับ” หรือที่เรียกกันในปัจจุบันว่า “ผู้ตรวจสอบร้านอาหาร” ขึ้นเพื่อทำหน้าที่สำรวจร้านอาหารโดยไม่เปิดเผยตัว

Photo Credit: มิชลิน ไกด์ via Website

การจัดอันดับร้านตามมาตรฐานและการมอบดาว Michelin Guide

รางวัลดาวมิชลินคือดาวที่เหล่าเชฟมากมายใฝ่ฝันที่จะประดับในร้านของตัวเอง ซึ่งมีการให้ 1-3 ดาว ถึงกระนั้นก็ยังมีรางวัลอื่น ๆ ที่ไม่ได้ให้ดาวด้วย โดยหลักเกณฑ์ที่มีการให้นั้นจะมี 5 อย่างดังต่อไปนี้

  • คุณภาพของวัตถุดิบที่ใช้ ที่มีความสดใหม่ไม่ว่าจะวัตถุดิบนำเข้าหรือประจำถิ่น
  • ความโดดเด่นของรสชาติและเทคนิคการรังสรรค์อาหาร ที่เชฟต้องมีความรู้ในการประกอบอาหารเสมอ
  • เอกลักษณ์เฉพาะตัวของเชฟที่นำเสนอผ่านมื้ออาหาร ที่เชฟต้องมีความรู้อย่างลึกซึ้ง
  • ความคุ้มค่าสมราคา กับราคาที่เหมาะสม
  • ความคงที่ของรสชาติอาหาร ที่ไม่ว่าจะกี่ปีรสชาติยังคุณภาพเสมอ

ในปี 1926 คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ได้เริ่มมอบรางวัลดาวมิชลินให้กับร้านอาหารรสเลิศ โดยในระยะแรกมีการให้ดาวเพียง 1 ดวงเท่านั้น ห้าปีต่อมาจึงมีการจัดลำดับดาวมิชลินออกเป็นร้านที่ไม่ได้รับดาวมิชลิน และร้านที่ได้รับดาวมิชลิน 1, 2 และ 3 ดวง จากนั้นในปี 1936 จึงมีการตีพิมพ์หลักเกณฑ์การจัดอันดับร้านที่ได้รับดาวมิชลินมาจนถึงทุกวันนี้

Photo Credit: มิชลิน ไกด์ via Website

ส่วนระดับของดาวที่มีการแบ่ง 1-3 ดาว มีความหมายดังนี้

  • 1 ดาว หมายถึง ร้านอาหารที่คัดสรร และเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง ปรุงรสชาติออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งถือเป็นร้านอาหารที่ควรค่าต่อการชิม
  • 2 ดาว หมายถึง ร้านอาหารที่มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร โดยเชฟประจำร้านมีความเชี่ยวชาญในการรังสรรค์เมนูอาหาร ซึ่งถือเป็นร้านอาหารที่ควรค่าต่อการออกนอกเส้นทางเพื่อแวะชิม
  • 3 ดาว หมายถึง ร้านอาหารที่มีเชฟที่ชำนาญ เชี่ยวชาญ และอยู่ในจุดจุดสูงสุดของอาชีพการทำอาหาร เป็นร้านที่สามารถยกระดับศิลปะการทำอาหารขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งถือเป็นร้านอาหารที่ควรค่าต่อการเดินทางไกลเพื่อไปชิมสักครั้งในชีวิต แบบว่ายังไงคุณก็ต้องไป

ทั้งนี้ รางวัลมิชลินจะไม่ได้พิจารณาถึงการตกแต่งร้าน การจัดโต๊ะ หรือการบริการ ทั้ง 3 หัวข้อนี้จะเรียกรวมเป็น “ระดับความความสะดวกสบาย” แทน โดยใช้สัญลักษณ์ช้อนส้อมไขว้กัน

รางวัลบิบ กูร์มองด์ (Bib Gourmand) และมิชลิน เพลท (MICHELIN Plates)

นอกจากการให้ดาวแล้ว มิชลิน ไกด์ ยังมีรางวัลอื่น ๆ ที่ไม่ติดดาว นั้นก็คือ รางวัลบิบ กูร์มองด์ (Bib Gourmand) และ มิชลิน เพลท (MICHELIN Plates) ที่มาจากมาสคอตของมิชลินกรุ๊ปอย่างเจ้าบีเบนดั้ม (Bibendum) หรือที่หลายคนรู้จักในนามมิชลิน แมน รางวัลนี้จะมอบให้ร้านที่นำเสนออาหารรสชาติดีในราคาไม่แพง น่าลองไม่แพ้ร้านติดดาว

ขณะเดียวกันทางมิชลินออกเสาะหา และตรวจสอบร้านอาหารทั่วโลก พวกเขาไม่ได้ให้ความสำคัญแค่กับร้านหรู แต่ยังมองหาร้านที่นำเสนออาหารคุณภาพดีในราคามิตรภาพ เมื่อรายชื่อร้านเหล่านี้เพิ่มขึ้น รางวัลบิบ กูร์มองด์จึงถือกำเนิด โดยในช่วงแรก มิชลิน ไกด์ จะใช้อักษร R สีแดงเพื่อบ่งบอกถึง “ร้านอาหารอร่อยในราคาย่อมเยา” ถ้าสั่งอาหารครบทุกคอร์ส ตั้งแต่ของทานเล่น จากหลัก และของหวานแล้ว ราคารวมจะใกล้เคียงกับร้านระดับเดียวกัน (ราคาโดยประมาณอยู่ที่ 36 Euro ในยุโรป 40 US Dollar ในอเมริกา 30 Hong Kong Dollar ในฮ่องกง หรือ 5,000 Yen ในญี่ปุ่น)

Photo Credit: มิชลิน ไกด์ via Website

ทั้งนี้ ใน ค.ศ.1997 มิชลิน ไกด์เปิดตัวสัญลักษณ์ร้านรางวัลบิบ กูร์มองด์เป็นครั้งแรก เป็นรูปมิชลิน แมนเลียริมฝีปาก ตั้งแต่นั้นมา นักชิมที่มองหาความคุ้มค่าต่างหลงรักตุ๊กตาตัวนี้ นอกจากนี้ รางวัลบิบ กูร์มองด์ ยังช่วยผลักดันให้เจ้าของร้านอาหารต่าง ๆ หันมาใส่ใจนำเสนอรสชาติท้องถิ่นผ่านอาหารคุณภาพ ในราคาที่จับต้องได้ ภายใต้บรรยากาศเป็นกันเองจนคาดไม่ถึง มากกว่านั้น ปี 2016 ได้มีการเพิ่มรางวัลมิชลิน เพลท หรือ L’Assiette เพื่อบ่งบอกถึงร้านที่ “เสิร์ฟอาหารดีมีคุณภาพ”

ซึ่งบทความนี้น่าจะช่วยตอบโจทย์ให้ทุกคนได้เห็นภาพว่าทำไมที่มาที่ไปของดาวมิชลินเป็นอย่างดี ว่าทำไมถึงได้โด่งดังและได้รับการยอมรับมาจนถึงทุกวันนี้

Main, Hero and Featured images: มิชลิน ไกด์ via Website

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟสไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia

References:

https://guide.michelin.com/th/th/history-of-the-michelin-guide-th
https://www.cordonbleu.edu/news/michelin-guide-vs-michelin-stars/thNote : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...