กทม. รอไฟเขียวขยาย BRT ถึงแยกวิทยุ-ตีเส้นวิ่งรถเฉพาะเวลาเร่งด่วน
รถโดยสาร BRT รุ่นใหม่ ใช้พลังงานไฟฟ้า เริ่มให้บริการแล้ว นั่งฟรี 2 เดือน รอทำระบบเก็บค่าโดยสาร รองผู้ว่าฯ กทม. เผยแผนขยายเส้นทางเดินรถ แยกสาทร-นราธิวาส ถึง แยกวิทยุ รอขนส่งทางบกไฟเขียวขยายเส้นทาง พร้อมเตรียมตีเส้นช่องทางวิ่งรถประจำทาง เฉพาะเวลาเร่งด่วน
หลังจากเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (บีทีเอสซี) ผู้ชนะการประมูลโครงการพัฒนาระบบการเดินรถด่วนพิเศษ (BRT) สายสาทร-ราชพฤกษ์ นำรถโดยสาร BRT รุ่นใหม่ซึ่งใช้พลังงานไฟฟ้า จำนวน 23 คัน ให้บริการทดแทนรถรูปแบบเดิมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ ที่สิ้นสุดการให้บริการเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2567 ที่ผ่านมา
สำหรับกรณีการขยายเส้นทางการเดินรถ BRT ซึ่งตามรายละเอียดโครงการ จะมีการขยายเส้นทางเดินรถต่อ จากแยกสาทร-นราธิวาสไปถึงแยกวิทยุ เพื่อเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า MRT สถานีลุมพินี นั้น
มติชน รายงานว่า นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ยังไม่อนุญาตให้ขยายเส้นทาง ต้องให้บริการเดินรถในเส้นทางตามใบอนุญาตเดิมไปก่อน โดยหลังจากนี้ กทม.จะยื่นขออนุญาตขยายเส้นทางไปอีกรอบ
ส่วนการปรับช่องทางเฉพาะรถโดยสารประจำทางในเวลาเร่งด่วน กทม.มีการหารือกับตำรวจจราจรแล้ว ซึ่งอาจจะมีการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยอำนวยความสะดวกในช่วงเวลาเร่งด่วน และเพิ่มการติดกล้อง AI เพื่อจับรถทั่วไปที่มาวิ่งช่องทางเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนเท่านั้น
นายวิศณุกล่าวว่า ในตอนนี้รถ BRT ยังให้บริการฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายไปอีก 2 เดือน ถึงเดือน ต.ค. 67 เพื่อทำระบบเก็บค่าโดยสารให้เรียบร้อย และต้องขออนุญาตกับทาง ขบ.ในการเก็บค่าโดยสารด้วย ซึ่งการเก็บค่าโดยสารจะใช้การแตะบัตรแรบบิท หรือเปิดคิวอาร์โค้ด Line Pay สแกนจ่ายบนรถโดยสารได้เลย จะไม่มีการแตะบัตรที่สถานีแล้ว
อีกทั้งมีการเพิ่มป้ายจุดจอดรถอีก 2 ฝั่งรวม 4 จุด คือ สถานีถนนจันทน์เหนือ (บริเวณแยกจันทน์-นราธิวาส) และสถานีถนนจันทน์ใต้ (บริเวณแยกรัชดา-นราธิวาส) เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ประชาชนในการเดินมาใช้บริการ
ทั้งนี้ สถานีของรถโดยสารด่วนพิเศษ BRT ตามสัญญาเดินรถใหม่นี้ มีทั้งหมด 14 สถานี คือ
- สถานี B1 : สาทร (เชื่อมต่อ BTS ช่องนนทรี)
- สถานี B2 : อาคารสงเคราะห์
- สถานี B3 : เทคนิคกรุงเทพ
- สถานี B3A : ถนนจันทน์เหนือ (สถานีใหม่)
- สถานี B4 : ถนนจันทน์
- สถานี B4A : ถนนจันทน์ใต้ (สถานีใหม่)
- สถานี B5 : นราราม 3
- สถานี B6 : วัดด่าน
- สถานี B7 : วัดปริวาส
- สถานี B8 : วัดดอกไม้
- สถานี B9 : สะพานพระราม 9
- สถานี B10 : เจริญราษฎร์
- สถานี B11 : สะพานพระราม 3
- สถานี B12 : ราชพฤกษ์ (เชื่อมต่อ BTS ตลาดพลู)
“ประชาชาติธุรกิจ” เคยนำเสนอข้อมูล อ้างอิงร่างเอกสารประกวดราคาของ กทม. พบข้อมูลเส้นทางการให้บริการ รถโดยสาร BRT ตามสัญญาใหม่ ระบุว่า รถโดยสารด่วนพิเศษ BRT มีเส้นทางการให้บริการ 2 เส้นทาง สถานีโดยสารทั้งหมด 14 สถานี (12 สถานีเดิม และ 2 ปัายรถโดยสารใหม่) และจุดรับ-ส่งผู้โดยสารบริเวณป้ายรถโดยสารประจำทาง ตลอดแนวเส้นทางการเตินรถโดยสาร โดยมีรายละเอียดแนวเส้นทางการให้บริการและสถานีโดยสาร ดังนี้
เส้นทางที่ 1 การเดินรถช่วง สถานีสาทร (B1) ถึงสถานีราชพฤกษ์ (B12)
เส้นทางที่ 2 การเดินรถช่วง แยกทางด่วนสาธุประดิษฐ์ ถึง แยกนราธิวาสราชนครินทร์-รัชดาภิเษก ถึงสถานี
สาทร (81) ถึงรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีลุมพินี (เพิ่มเส้นทางไป สถานีนราราม 3 ในชั่วโมงเร่งด่วน)
โดยการเดินรถ BRT เส้นทางที่ 2 มีแผนที่จะขยายการเดินรถ จากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีลุมพินี ต่อขยายไปทางถนนวิทยุ ถึงรถไฟฟ้าสายสีเขียว (สุขุมวิท) สถานีเพลินจิต ซึ่งจะขยายการเดินรถในอนาคต
ขณะที่เวลาการให้บริการรถ BRT ยังคงเป็นไปตามเดิม คือ เวลา 06.00-22.00 น. และมีความถี่การให้บริการในช่วงเวลาปกติอยู่ที่ 15 นาที และช่วงเวลาเร่งด่วนอยู่ที่ 10 นาที
ขณะที่คุณสมบัติหลักของรถโดยสาร BRT รุ่นใหม่ที่กำหนดไว้ มีดังนี้
รถโดยสารปรับอากาศขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV) ให้เพียงพอกับการให้บริการจำนวนไม่น้อยกว่า 23 คัน
มีระบบการชาร์จ/เครื่องชาร์จไฟที่มีการใช้งานกันแพร่หลาย
แบตเตอรี่มีขนาดความจุไม่น้อยกว่า 150 kWh ชนิด Lithium Iron Phosphate หรือเทียบเท่าหรือดีกว่า
โครงสร้างตัวถังชุบเคลือบผิวด้วยระบบไฟฟ้า (EDP)
ขนาดความยาวรถโดยสาร 10-12 เมตร รัศมีวงเลี้ยวไม่เกิน 12.5 เมตร
จำนวนที่นั่งผู้โดยสารไม่น้อยกว่า 24 ที่นั่ง สามารถปรับเปลี่ยนขนาดรถโดยสาร โดยจะต้องคงความสามารถในการให้บริการตามจำนวนคนต่อชั่วโมงต่อทิศทาง (PPHPD) ได้ตามที่กำหนดไว้
มีพื้นที่รองรับรถเข็นผู้พิการ (Wheelchair)
พื้นที่ทางเข้า-ออก และตัวรถโดยสารเป็นรูปแบบชานต่ำ (Low Floor) (ความสูง 25-30 เซนติเมตร จากระดับพื้นถนน)
มีประตูทางเข้า-ออกทั้งทางด้านฝั่งซ้ายและขวาของตัวรถโดยสาร ประตูทางเข้า-ออกหลักความกว้าง 1.4 เมตร (สามารถปรับลดขนาดได้แต่ไม่น้อยกว่า 1.2 เมตร)
ติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยตามมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก และระบบกล้องวงจรปิด CCTV อย่างน้อย 5 ตัว (กล้อง CCTV อย่างน้อย 2 ตัว จับภาพบริเวณเครื่องจัดเก็บค่าโดยสาร)
ติดตั้งระบบ GPS และระบบตรวจสอบข้อมูลตำแหน่งรถโดยสาร (ส่งสัญญาณข้อมูลทุก ๆ 15 วินาทีหรือน้อยกว่า) พร้อมระบบการทำงานเป็นไปตามประกาศกรมการขนส่งทางบกกำหนด
เป็นไปตามมาตรฐานกันน้ำและฝุ่น IP67 และสามารถเดินรถได้หากมีน้ำท่วมขังที่ระดับความสูงไม่เกิน 30 เซนติเมตร
ป้ายแสดงข้อมูลหมายเลข และเส้นทางเดินรถด้านหน้ารถโดยสาร (ชนิดปรับเปลี่ยนได้)
ระบบปรับอากาศมีขนาด 100,000-130,000 BTU
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กทม. รอไฟเขียวขยาย BRT ถึงแยกวิทยุ-ตีเส้นวิ่งรถเฉพาะเวลาเร่งด่วน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net