โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กทม. รอไฟเขียวขยาย BRT ถึงแยกวิทยุ-ตีเส้นวิ่งรถเฉพาะเวลาเร่งด่วน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ก.ย 2567 เวลา 09.27 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2567 เวลา 08.55 น.
ภาพจาก มติชน

รถโดยสาร BRT รุ่นใหม่ ใช้พลังงานไฟฟ้า เริ่มให้บริการแล้ว นั่งฟรี 2 เดือน รอทำระบบเก็บค่าโดยสาร รองผู้ว่าฯ กทม. เผยแผนขยายเส้นทางเดินรถ แยกสาทร-นราธิวาส ถึง แยกวิทยุ รอขนส่งทางบกไฟเขียวขยายเส้นทาง พร้อมเตรียมตีเส้นช่องทางวิ่งรถประจำทาง เฉพาะเวลาเร่งด่วน

หลังจากเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (บีทีเอสซี) ผู้ชนะการประมูลโครงการพัฒนาระบบการเดินรถด่วนพิเศษ (BRT) สายสาทร-ราชพฤกษ์ นำรถโดยสาร BRT รุ่นใหม่ซึ่งใช้พลังงานไฟฟ้า จำนวน 23 คัน ให้บริการทดแทนรถรูปแบบเดิมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ ที่สิ้นสุดการให้บริการเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2567 ที่ผ่านมา

สำหรับกรณีการขยายเส้นทางการเดินรถ BRT ซึ่งตามรายละเอียดโครงการ จะมีการขยายเส้นทางเดินรถต่อ จากแยกสาทร-นราธิวาสไปถึงแยกวิทยุ เพื่อเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า MRT สถานีลุมพินี นั้น

มติชน รายงานว่า นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ยังไม่อนุญาตให้ขยายเส้นทาง ต้องให้บริการเดินรถในเส้นทางตามใบอนุญาตเดิมไปก่อน โดยหลังจากนี้ กทม.จะยื่นขออนุญาตขยายเส้นทางไปอีกรอบ

ส่วนการปรับช่องทางเฉพาะรถโดยสารประจำทางในเวลาเร่งด่วน กทม.มีการหารือกับตำรวจจราจรแล้ว ซึ่งอาจจะมีการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยอำนวยความสะดวกในช่วงเวลาเร่งด่วน และเพิ่มการติดกล้อง AI เพื่อจับรถทั่วไปที่มาวิ่งช่องทางเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนเท่านั้น

นายวิศณุกล่าวว่า ในตอนนี้รถ BRT ยังให้บริการฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายไปอีก 2 เดือน ถึงเดือน ต.ค. 67 เพื่อทำระบบเก็บค่าโดยสารให้เรียบร้อย และต้องขออนุญาตกับทาง ขบ.ในการเก็บค่าโดยสารด้วย ซึ่งการเก็บค่าโดยสารจะใช้การแตะบัตรแรบบิท หรือเปิดคิวอาร์โค้ด Line Pay สแกนจ่ายบนรถโดยสารได้เลย จะไม่มีการแตะบัตรที่สถานีแล้ว

อีกทั้งมีการเพิ่มป้ายจุดจอดรถอีก 2 ฝั่งรวม 4 จุด คือ สถานีถนนจันทน์เหนือ (บริเวณแยกจันทน์-นราธิวาส) และสถานีถนนจันทน์ใต้ (บริเวณแยกรัชดา-นราธิวาส) เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ประชาชนในการเดินมาใช้บริการ

ทั้งนี้ สถานีของรถโดยสารด่วนพิเศษ BRT ตามสัญญาเดินรถใหม่นี้ มีทั้งหมด 14 สถานี คือ

  • สถานี B1 : สาทร (เชื่อมต่อ BTS ช่องนนทรี)
  • สถานี B2 : อาคารสงเคราะห์
  • สถานี B3 : เทคนิคกรุงเทพ
  • สถานี B3A : ถนนจันทน์เหนือ (สถานีใหม่)
  • สถานี B4 : ถนนจันทน์
  • สถานี B4A : ถนนจันทน์ใต้ (สถานีใหม่)
  • สถานี B5 : นราราม 3
  • สถานี B6 : วัดด่าน
  • สถานี B7 : วัดปริวาส
  • สถานี B8 : วัดดอกไม้
  • สถานี B9 : สะพานพระราม 9
  • สถานี B10 : เจริญราษฎร์
  • สถานี B11 : สะพานพระราม 3
  • สถานี B12 : ราชพฤกษ์ (เชื่อมต่อ BTS ตลาดพลู)

“ประชาชาติธุรกิจ” เคยนำเสนอข้อมูล อ้างอิงร่างเอกสารประกวดราคาของ กทม. พบข้อมูลเส้นทางการให้บริการ รถโดยสาร BRT ตามสัญญาใหม่ ระบุว่า รถโดยสารด่วนพิเศษ BRT มีเส้นทางการให้บริการ 2 เส้นทาง สถานีโดยสารทั้งหมด 14 สถานี (12 สถานีเดิม และ 2 ปัายรถโดยสารใหม่) และจุดรับ-ส่งผู้โดยสารบริเวณป้ายรถโดยสารประจำทาง ตลอดแนวเส้นทางการเตินรถโดยสาร โดยมีรายละเอียดแนวเส้นทางการให้บริการและสถานีโดยสาร ดังนี้

เส้นทางที่ 1 การเดินรถช่วง สถานีสาทร (B1) ถึงสถานีราชพฤกษ์ (B12)

เส้นทางที่ 2 การเดินรถช่วง แยกทางด่วนสาธุประดิษฐ์ ถึง แยกนราธิวาสราชนครินทร์-รัชดาภิเษก ถึงสถานี
สาทร (81) ถึงรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีลุมพินี (เพิ่มเส้นทางไป สถานีนราราม 3 ในชั่วโมงเร่งด่วน)

โดยการเดินรถ BRT เส้นทางที่ 2 มีแผนที่จะขยายการเดินรถ จากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีลุมพินี ต่อขยายไปทางถนนวิทยุ ถึงรถไฟฟ้าสายสีเขียว (สุขุมวิท) สถานีเพลินจิต ซึ่งจะขยายการเดินรถในอนาคต

ขณะที่เวลาการให้บริการรถ BRT ยังคงเป็นไปตามเดิม คือ เวลา 06.00-22.00 น. และมีความถี่การให้บริการในช่วงเวลาปกติอยู่ที่ 15 นาที และช่วงเวลาเร่งด่วนอยู่ที่ 10 นาที

ขณะที่คุณสมบัติหลักของรถโดยสาร BRT รุ่นใหม่ที่กำหนดไว้ มีดังนี้

  • รถโดยสารปรับอากาศขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV) ให้เพียงพอกับการให้บริการจำนวนไม่น้อยกว่า 23 คัน

  • มีระบบการชาร์จ/เครื่องชาร์จไฟที่มีการใช้งานกันแพร่หลาย

  • แบตเตอรี่มีขนาดความจุไม่น้อยกว่า 150 kWh ชนิด Lithium Iron Phosphate หรือเทียบเท่าหรือดีกว่า

  • โครงสร้างตัวถังชุบเคลือบผิวด้วยระบบไฟฟ้า (EDP)

  • ขนาดความยาวรถโดยสาร 10-12 เมตร รัศมีวงเลี้ยวไม่เกิน 12.5 เมตร

  • จำนวนที่นั่งผู้โดยสารไม่น้อยกว่า 24 ที่นั่ง สามารถปรับเปลี่ยนขนาดรถโดยสาร โดยจะต้องคงความสามารถในการให้บริการตามจำนวนคนต่อชั่วโมงต่อทิศทาง (PPHPD) ได้ตามที่กำหนดไว้

  • มีพื้นที่รองรับรถเข็นผู้พิการ (Wheelchair)

  • พื้นที่ทางเข้า-ออก และตัวรถโดยสารเป็นรูปแบบชานต่ำ (Low Floor) (ความสูง 25-30 เซนติเมตร จากระดับพื้นถนน)

  • มีประตูทางเข้า-ออกทั้งทางด้านฝั่งซ้ายและขวาของตัวรถโดยสาร ประตูทางเข้า-ออกหลักความกว้าง 1.4 เมตร (สามารถปรับลดขนาดได้แต่ไม่น้อยกว่า 1.2 เมตร)

  • ติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยตามมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก และระบบกล้องวงจรปิด CCTV อย่างน้อย 5 ตัว (กล้อง CCTV อย่างน้อย 2 ตัว จับภาพบริเวณเครื่องจัดเก็บค่าโดยสาร)

  • ติดตั้งระบบ GPS และระบบตรวจสอบข้อมูลตำแหน่งรถโดยสาร (ส่งสัญญาณข้อมูลทุก ๆ 15 วินาทีหรือน้อยกว่า) พร้อมระบบการทำงานเป็นไปตามประกาศกรมการขนส่งทางบกกำหนด

  • เป็นไปตามมาตรฐานกันน้ำและฝุ่น IP67 และสามารถเดินรถได้หากมีน้ำท่วมขังที่ระดับความสูงไม่เกิน 30 เซนติเมตร

  • ป้ายแสดงข้อมูลหมายเลข และเส้นทางเดินรถด้านหน้ารถโดยสาร (ชนิดปรับเปลี่ยนได้)

  • ระบบปรับอากาศมีขนาด 100,000-130,000 BTU

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กทม. รอไฟเขียวขยาย BRT ถึงแยกวิทยุ-ตีเส้นวิ่งรถเฉพาะเวลาเร่งด่วน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...