Candice Swanepoel เมื่อบางครั้ง ‘นางฟ้า Victoria's Secret’ ก็ยังไปไม่ถึงมาตรฐานความงามอันเหนือจริง
สัปดาห์ที่ผ่านมาน่าจะเป็นหนึ่งในสัปดาห์ที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับสายแฟชั่น เมื่อเวที Victoria's Secret Fashion Show หวนกลับมาอีกหนหลังห่างหายไปร่วมหกปีเต็ม หลังประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก ประกอบกับการให้สัมภาษณ์ของ เอ็ด ราเซ็ค (Edward Razek) หัวหน้าฝ่ายการตลาดของแบรนด์ให้สัมภาษณ์นิตยสาร Vogue เมื่อปี 2018 ว่าแบรนด์ตั้งใจให้รันเวย์นี้เป็นพื้นที่ของแฟนตาซี จึงมักเลือกนางแบบผิวขาวและรูปร่างผอมบางมาร่วมงาน ทั้งการคัดเลือกนางแบบผิวดำหรือผิวสีอื่นๆ ก็เต็มไปด้วยความเข้มงวด ตลอดจนมีท่าทีไม่รับนางแบบพลัสไซส์และนางแบบข้ามเพศเข้ามาร่วมเดินแบบ คำตอบนี้ของราเซ็คส่งผลต่อความนิยมของแบรนด์ Victoria's Secret อย่างไม่ต้องสงสัย หลายคนพิจารณาว่ากระแสในแง่ลบจากการให้สัมภาษณ์ทำให้แบรนด์จำต้องหยุดพักเวทีเดินแบบแสนอลังการที่จัดขึ้นรายปีไปก่อน (ขณะที่ตัวรายการเดินแบบเอง ก็ทำเรตติ้งได้น้อยลงอย่างน่าใจหายทุกปี) บวกกับระยะหลัง ตัวแบรนด์ทำรายได้ไม่ค่อยเข้าเป้า นอกจากการปิดหน้าร้านตามเมืองต่างๆ การระงับเวทีแฟชั่นโชว์ที่ใช้ทรัพยากรสูงลิ่วก็ถือเป็นทางออกที่จำเป็นสำหรับ Victoria's Secret ในเวลานั้น
และเมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา Victoria's Secret ก็หวนกลับมาจัดเวทีเดินแบบอีกครั้ง พร้อมนางแบบทั้งขาประจำและหน้าใหม่ รวมทั้งนางแบบพลัสไซส์ เช่น พาโลมา เอลเซสเซอร์ (Paloma Elsesser), แอชลีย์ กราแฮม (Ashley Graham) ตลอดจนนางแบบวัย 50 กว่าอย่าง คลารา บรูนี (Carla Bruni), เอวา แฮร์ซิโกวา (Eva Herzigová) และนางแบบข้ามเพศคือ วาเลนตินา แซมเปียโอ (Valentina Sampaio) กับ อเล็กซ์ คอนซานี (Alex Consani)อย่างไรก็ดี ถ้าพูดถึงนางแบบของ Victoria's Secret แล้ว การไม่เอ่ยถึง แคนดิซ สแวนโพเอล (Candice Swanepoel) คงเป็นไปไม่ได้ เธอคือนางแบบชาวแอฟริกาใต้ที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็น ‘ใบหน้า’ ของแบรนด์ เธอถูกชักชวนให้มาเป็นนางแบบตั้งแต่อายุ 15 ปีหลังมีเอเยนต์จากอุตสาหกรรมแฟชั่นเจอเธอระหว่างเดินตลาดสดกับแม่ในเมืองเดอร์บัน, แอฟริกาใต้ และเริ่มเดินแบบให้เวทีเล็กๆ ตลอดจนรับงานถ่ายแบบลงนิตยสารต่างๆ
กว่าสแวนโพเอลจะถูกชักชวนให้มาร่วมถ่ายแบบให้แบรนด์ Victoria's Secret ก็ในอีกหลายปีให้หลัง เมื่อเธอในวัย 19 ถ่ายแบบให้แบรนด์ชั้นในและเซ็นสัญญาเป็น ‘นางฟ้า’ หรือนางแบบประจำของแบรนด์ในอีกสามปีต่อมา แถมอีกไม่นาน เธอยังได้สวม ‘แฟนตาซีบรา’ หรือชั้นในที่ประดับด้วยเครื่องเพชรมูลค่านับล้านเหรียญฯ ในการเดินแบบเมื่อปี 2013 ด้วยการปรากฏตัวอย่างชวนตื่นตะลึงด้วยบราราคาแพงระยับ, ชั้นในสีแดงกับปลอกแขนสีขาวที่ยิ่งขับให้เครื่องเพชรที่เธอสวมโดดเด่นกว่าเดิม
สแวนโพเอลไม่เพียงขึ้นชื่อเรื่องความเซ็กซี่และรูปร่างชวนมอง แต่ในแง่การเดินแบบแล้ว เธอยังถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในนางแบบที่เดินดีติดอันดับต้นๆ เธอจึงเป็นนางแบบแถวหน้าที่ปรากฏตัวในแบรนด์ใหญ่ยักษ์ทั้ง Chanel, Tommy Hilfiger, Oscar de la Renta, Christian Dior ฯลฯ กระนั้น ภาพจำที่หลายคนมีต่อเธอก็ยังคงเป็น ‘นางฟ้า’ ขาประจำของ Victoria's Secret ที่ไม่ว่าแบรนด์จะออกแคมเปญไหน จัดเดินแบบเมื่อไหร่ ก็ต้องมีสแวนโพเอลเป็นหนึ่งในนางแบบที่ร่วมทัพไปด้วย
สแวนโพเอลหวนกลับมาเดินแบบให้แบรนด์อีกครั้ง และทำหลายๆ คนตาค้างกับความสวยเซ็กซี่จนกลายเป็นพาดหัวของสื่อหลายๆ แห่ง ถึงวิธีการดูแลตัวเองฉบับสแวนโพเอลที่เวลานี้มีลูกแล้วสองคน ทั้งยังทำงานถ่ายแบบ, เดินแบบและทำแบรนด์ชุดว่ายน้ำของตัวเอง “ฉันก็ทำสวยมาบ้าง เพราะฉันว่ามันไม่มีวิธีปาฏิหาริย์อะไรหรอก แต่ส่วนตัวแล้วฉันคิดว่าการใช้เลเซอร์นั้นให้ผลดีต่อผิวในการป้องกันริ้วรอยมากๆ” เธอตอบอย่างไม่ปิดบัง “ฉันเป็นคนผิวมันน่ะ ก็เลยต้องไปเข้าดูแลผิวหน้า ผลัดเซลล์ผิว และหลีกเลี่ยงการเผชิญแดดตรงๆ ซึ่งก็ทำได้ยากมากเลยนะ” อย่างไรก็ดี ต่อคำถามที่หลายๆ คนอยากรู้ว่าเธอดูแลรูปร่างอย่างไรนั้น สแวนโพเอลตอบว่า “ฉันไม่มีกฎเข้มงวดอะไรเลย และกินเท่าที่ร่างกายต้องการเสมอค่ะ ที่จริงก็กินเยอะอยู่เพื่อให้คงน้ำหนักนี้ไว้ อาจจะโชคดีด้วยที่ฉันเป็นคนกินอะไรก็ได้ แต่ก็ตั้งใจจะกินอาหารที่ทำให้ตัวเองรู้สึกดีและให้พลังงานนะ” เธอบอก “โดยธรรมชาติแล้วฉันเป็นคนผอมมากๆ ฉันเลยต้องกินและออกกำลังกายเพื่อให้คงสัดส่วนไว้”
และถ้ายังจำกันได้ หลายปีก่อนเมื่อเธอให้กำเนิดลูกชายคนที่สอง และปรากฏตัวในชุดบิกินี่ที่ทะเลหลังจากนั้นไม่นาน หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าเธอดูแลตัวเองไม่ดีที่ปล่อยให้ ‘มีพุง’ กับ ‘ดูอวบ’ กว่าที่เคย ซึ่งสแวนโพเอลตอบกลับเสียงวิจารณ์เหล่านี้อย่างตรงไปตรงมาทางอินสตาแกรมของเธอว่า “นี่คือรูปร่างหลังคลอดของฉัน 12 วัน ถ้าอยากจะพูดจาแย่ๆ ก็ลองมองตัวเองสักหน่อยเถอะ สังคมช่างใจร้ายต่อกันและกันเหลือเกิน บางครั้งมาตรฐานความงามก็ดูเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกวันนี้เอื้อมไม่ถึงไปเสียแล้ว
“ฉันไม่กลัวที่จะต้องโชว์พุงหลังคลอดของตัวเองหรอกนะ อันที่จริงภูมิใจด้วยซ้ำ ฉันอุ้มท้องลูกชายตัวเองมาเก้าเดือนและคิดว่าตัวเองมีสิทธิที่จะมีพุงนะ เพราะว่าฉันเป็นนางแบบอย่างนั้นหรือ เราก็เป็นมนุษย์เหมือนกันนะ ฉะนั้นปล่อยให้ฉันได้ใช้เวลาที่ชายหาดอย่างสงบเถอะค่ะ
“ฉันไม่จำเป็นต้องซ่อนพุงตัวเองแค่เพราะผู้คนมีภาพมาตรฐานความงามของผู้หญิงที่เกินจริงนี่ ผู้หญิงเราคือผู้สร้างชีวิต คุณทำอะไรบ้างล่ะ ผู้หญิงเราต้องรวมตัวกันไว้นะคะ ใจดีต่อกันเถอะ”
“ร่างกายของทุกคนมันไม่เหมือนกันหรอกค่ะ” เธอบอก “คุณต้องทำความรู้จักกับร่างกายตัวเอง โดยธรรมชาตินั้นฉันเป็นคนผอมอยู่แล้วจึงต้องพยายามรักษามวลกล้ามเนื้อไว้ให้ได้มากที่สุด แต่เวลาเครียดแล้วก็น้ำหนักลงทุกที” เธอบอก “ฉันออกกำลังกายแน่ล่ะ แต่ก็ไม่ใช่คนประเภทที่จะออกกำลังกายทุกวันเพราะกล้ามเนื้อก็ต้องการการพักเหมือนกัน แล้วฉันก็ชอบส่วนโค้งส่วนเว้าแบบเรือนร่างผู้หญิงมากๆ ด้วย -อีกอย่างนะ แค่วิ่งไล่ตามลูกๆ นี่ก็ใช้พลังงานต่อวันเยอะสุดๆ เลยค่ะ”
ความภาคภูมิใจต่อเรือนร่างหลังให้กำเนิดบุตรของสแวนโพเอลไม่ได้มีแค่นั้น เพราะหลังจากลูกเริ่มโตและเธอกลับมารับงานถ่ายแบบและเดินแบบ เธอปรากฏตัวในคลิปแต่งหน้าช่องยูทูบของ Vouge โดยเธอสวมเสื้อสายเดี่ยว เผยให้เห็นรอยเส้นเลือดบนหน้าอกจากการให้นม ซึ่งเธอบอกว่า “อ๋อ นี่เป็นเส้นเลือดที่เกิดจากการให้นมน่ะ” รวมทั้งเธอยังเย้าตัวเองที่ต้องเลี้ยงลูกเล็กว่า “มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่า สองปีมานี้ฉันนอนน้อยขนาดไหน” (ยังไม่นับเทคนิคการเขียนคิ้วที่เธอประสบปัญหาเดียวกับอีกหลายคนทั่วโลกคือ “ตลกจริงๆ เลย ถ้ามีเวลาฉันก็จะบรรจงเขียนคิ้วไปเรื่อยๆ แต่ถ้ารีบมากๆ ฉันก็จะเขียนคิ้วจนเสร็จในสองนาที แถมออกมาเหมือนกันเป๊ะกับตอนมีเวลา”)
และก็อาจด้วยเหตุนี้เอง สแวนโพเอลจึงเป็นกระบอกเสียงสำคัญ ทั้งยังบริจาคเงินจากบริษัทชุดว่ายน้ำส่วนตัวให้องค์กร mothers2mothers อันเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรระหว่างประเทศ ที่มีเป้าหมายเพื่อป้องกันเชื้อ HIV จากแม่สู่ลูก รวมทั้งให้การสนับสนุนแม่เด็กที่มีเชื้อด้วย “ยิ่งพอเป็นแม่คน ฉันอ่อนไหวจากการได้ยินเรื่องราวมากมายของเหล่าแม่ๆ ที่ติดเชื้อ HIV ซึ่งส่วนใหญ่แล้วพวกเธอเพิ่งมารู้ว่าตัวเองติดเชื้อก็ตอนท้องแล้วด้วยซ้ำ พวกเธอถูกครอบครัวผลักไส ต้องใช้ชีวิตต่อไปโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ เลย” สแวนโพเอลว่า “องค์กรนี้ช่วยให้พวกเธอไม่ส่งต่อเชื้อไปยังลูกๆ และแม่คนก็ย่อมรู้สึกสุขใจอยู่แล้วหากรู้ว่าลูกของตัวเองจะเติบโตไปอย่างแข็งแรงน่ะ”
กราปรากฏตัวของสแวนโพเอลบนรันเวย์ ทำให้ชื่อของเธอกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง หลายคนตั้งใจออกกำลังกายหรือมุ่งสู่เส้นทางนางแบบโดยมีเธอเป็นแรงบันดาลใจสำคัญ และสำหรับสแวนโพเอลนั้น เธอเล่าถึงอีกด้านหนึ่งของงานนางแบบว่า “การเป็นนางแบบคือการใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว โดยเฉพาะยุคก่อนหน้าการมาถึงของโซเชียลมีเดีย ฉันเคยต่อคิวนานหลายชั่วโมงเพื่อคัดตัวเดินแบบ มีแค่หนังสือเป็นเพื่อนแค่เล่มเดียว” เธอบอก “โซเชียลมีเดียเปลี่ยนแปลงทุกอย่างไปมากจริงๆ คุณยังติดต่อครอบครัวกับเพื่อนๆ คุณได้
“คนน่ะมักจะถามว่าฉันประสบความสำเร็จได้ยังไง ฉันจะบอกแค่ว่าการทำงานหนักคือคำตอบ และการบากบั่นลงแรงมันก็ไม่มีวันจบสิ้นด้วย” สแวนโพเอลบอก “เป็นตัวของตัวเองนะคะ หาทางทำงานกับสไตล์และความเป็นตัวเองให้ได้ หาอัตลักษณ์ตัวเองให้พบ อย่าไปไหลตามคนอื่นๆ ที่คุณเห็นในอินสตาแกรม ไม่อย่างนั้น คุณก็จะถูกกลืนหายไปกับคนที่เหมือนกันอีกเป็นล้านๆ คนค่ะ”
อ้างอิง
https://divinecandice.com/candice-swanepoel-interviewed-by-vogue-czech/
https://graziamagazine.com/articles/candice-swanepoel-victoria-secret-backstage-2018/
https://www.youtube.com/watch?v=lrkkRj7a46g&t=427s
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- Candice Swanepoel เมื่อบางครั้ง ‘นางฟ้า Victoria's Secret’ ก็ยังไปไม่ถึงมาตรฐานความงามอันเหนือจริง
- เผยโฉมชุดอวกาศจาก Prada x Axiom Spaceที่จะพามนุษย์กลับไปเหยียบ ดวงจันทร์อีกครั้ง
- LA GLACE 2 IN 1 EYELINER & REMOVER STICK อายไลเนอร์ลบได้ ที่ช่วยลบความกังวลของคนที่กรีดตาพลาด เบี้ยว เลอะ
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com