โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แปลกไหมที่โตแล้วยังกอดตุ๊กตา? แม้จะเป็นผู้ใหญ่แล้วแต่ทำไมตุ๊กตายังมีอิทธิพลกับเรา

The MATTER

อัพเดต 30 ต.ค. 2567 เวลา 12.48 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2567 เวลา 12.47 น. • Lifestyle

เวลานึกถึงการมีตุ๊กตาอย่างเหล่าสารพัดสัตว์ตัวนุ่มๆ หรือการพาน้องๆ ตุ๊กตาขึ้นเตียงมานอนกอดเป็นเพื่อนด้วยนั้น เรามักมองว่าเป็นพฤติกรรมของเด็กๆ และในบางยุค ผู้คนอาจถึงขั้นตัดสินว่าคนที่ยังนอนกอดตุ๊กตา เป็นคนแปลกๆ มีความเป็นเด็กไม่ยอมโต

ทว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราอาจเริ่มเห็นกระแสใหม่ๆ ของการบริโภค เมื่อผู้ใหญ่แบบเราๆ เริ่มกลับมาซื้อของเล่น มีของน่ารักๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระแสเพื่อความสบายใจ เราเริ่มเห็นแบรนด์ต่างๆ ทั้งเหล่าอาร์ตทอยที่เริ่มมีตุ๊กตายัดนุ่มตัวนิ่มๆ หรือ Plush Doll มีร้านแบรนด์ตุ๊กตาที่มีกิมมิก Jellycat ร้านขายตุ๊กตาที่นอกจากจะสร้างกระแสเจ้ากระต่ายน้อยแล้ว ยังเป็นร้านซึ่งเอาตุ๊กตาสารพัดหน้าตามาขายด้วยกิมมิกที่แสนจะน่ารัก เช่น ตุ๊กตาขนมทั้งหลายที่ทำเหมือนร้านขนมจริงๆ

การกลับมาของเจ้าตุ๊กตานุ่มนิ่ม และวัฒนธรรมของเจ้าสิ่งของน่ารักๆ จึงเป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมที่น่าสนใจ โดยเราอาจเริ่มสังเกตว่า เรากำลังติดเจ้าสิ่งของน่ารักๆ จนหลายคนถึงขนาดพาเจ้าน้องนุ่มทั้งหลายกลับขึ้นมาอยู่บนเตียง นอนกอดให้สบายใจและหลับฝันดี ซึ่งถ้าเราดูรายงานสำคัญแล้ว การนอนกอดน้องนุ่มๆ นี้อาจไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะจุดเปลี่ยนและการกลับมาของเพื่อนนอนของเรา อาจสัมพันธ์กับบริบทความต้องการและความสบายใจของเรา

40% ของผู้ใหญ่อเมริกัน ยังนอนกอดตุ๊กตา

คำถามแรกที่กำลังท้าทายความคิดของเราคือ โตๆ กันแล้วยังนอนกับตุ๊กตาแปลกไหม? คำตอบจากการสำรวจในปี 2017 พบว่า 43% ของกลุ่มตัวอย่าง (หรือเกือบครึ่งหนึ่ง) ยังนอนโดยมีตุ๊กตานุ่มนิ่มร่วมเตียงด้วย เพราะตุ๊กตาเหล่านี้เป็นตัวแทนหนึ่งของความอบอุ่นของบ้าน ความรู้สึกสบาย และความรู้สึกปลอดภัย

ความน่าสนใจเรื่องการมีตุ๊กตานุ่มๆ นอนด้วยกัน นอกจากจะพบในผู้ใหญ่อย่างเราๆ แล้ว ยังมีอีกงานสำรวจจากโพลออนไลน์ชี้ว่า ผู้ชายเองก็มีสัดส่วนที่บอกว่าตัวเองมีตุ๊กตานุ่มๆ ร่วมเตียง โดย 84% ของผู้ชายบอกว่า ตัวเองยังมีตุ๊กตาอย่างน้อยหนึ่งตัวบนเตียง เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่มีราว 77% ที่ยอมรับว่ายังนอนกับน้องนุ่มๆ

ผลสำรวจตรงนี้เอง จึงสอดคล้องกับกระแสการกลับไปมีความเป็นเด็กของเหล่าผู้ใหญ่ ด้วยรายงานตัวเลขยอดขายกลุ่มตุ๊กตายัดนุ่นที่พุ่งทะยานขึ้นเกือบเท่าตัว จากตัวเลข 1.35 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2021 สู่ยอดขายที่ 2.15 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2024 แน่นอนว่ากระแสการซื้อตุ๊กตาในระยะหลังนี้ คือการซื้อโดยผู้ใหญ่ที่มอบให้ตัวเอง และหลายข้อสังเกตจากผู้ขายก็พบว่า มีผู้ชายจำนวนไม่น้อยที่ซื้อตุ๊กตานุ่มๆ ให้กับตัวเองด้วยเช่นกัน

การกลับมาของความสบายใจ

หนึ่งในบริบทเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ คือการที่เราเข้าสู่ช่วงโรคระบาดของโควิด-19 ในช่วงนี้มีรายงานปัญหาการนอนหลับเพิ่มสูงขึ้น ผู้คนจึงเริ่มมองหาตัวช่วยเพื่อรับมือกับปัญหาการนอน และตุ๊กตายัดนุ่นนี่เองที่เป็นตัวช่วยสำคัญ

อีกด้านหนึ่งก็มีบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับการเจ็บป่วยคือ ผู้ป่วยโควิด-19 มักต้องการกำลังใจและความสบายใจ ตุ๊กตาสัตว์จึงเป็นตัวแทนหนึ่งของเพื่อนข้างเตียง เป็นกำลังใจ และตัวช่วยทางใจให้เรารู้สึกไม่เหงาในยามต้องกักตัวตามลำพัง

ถ้าเรานึกภาพช่วงโควิด-19 เราเองต่างก็พยายามทำให้บ้านมีความอบอุ่นและสบายใจมากที่สุด รวมถึงกระแสการกลับไปสู่ของเล่น ของน่ารักๆ ที่มาเป็นส่วนหนึ่งของการเยียวยาจิตใจ เป็นความรู้สึกของเราในฐานะผู้ใหญ่ที่แม้จะผ่านช่วงโรคระบาดมาแล้ว แต่เราเองก็ยังต้องการความสบายใจจากเหล่าตัวละครและของน่ารักๆ ที่อยู่ใกล้ตัว

สำหรับการกลับมาของเหล่าตุ๊กตาน่ารักอีกครั้ง ในด้านหนึ่งตุ๊กตานุ่มนิ่มนี้ถือเป็นตัวแทนของวัยเด็ก ในทางจิตใจตุ๊กตาหรือผ้าเก่าๆ ก็เป็นตัวแทนของการเปลี่ยนผ่าน ดังนั้น การมีอยู่หรือการกอดตุ๊กตาก่อนนอน จึงเป็นเหมือนการพาเรากลับไปสู่ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย และตุ๊กตายังช่วยลดการถูกกระตุ้นทางการรับรู้ (cognitive arousal) ทำให้เรารู้สึกสงบ และช่วยให้หลับได้เหมือนกับเด็กๆ

นอกจากความรู้สึกที่ตุ๊กตาพาเราล่องลอยไปสู่ความฝันแล้ว ยังมีงานวิจัยบอกว่า การสวมกอดตุ๊กตานั้นให้ผลลัพธ์ในด้านความสงบผ่อนคลาย เพราะเป็นการกอดรูปแบบหนึ่ง ซึ่งจะช่วยลดความเครียดให้กับผู้ใหญ่และวัยรุ่นได้

ความน่าสนใจในการกลับมาของเจ้าเพื่อนนอนของเรา คือการที่พวกมันเป็นเหมือนสิ่งที่พาเรากลับไปยังความทรงจำ และความรู้สึกของความเป็นเด็ก ในหลายแง่มุม ผู้เชี่ยวชาญเองก็ระบุว่า การมีอยู่หรือการกอดเจ้าตัวนุ่มๆ นับเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรของการนอน (sleep routine) ด้วยเป็นช่วงเวลาที่เราเปลี่ยนผ่านความรู้สึกจากการตื่นตัว การจัดการ หรือความคิดต่างๆ ไปสู่ช่วงเวลาของการปล่อยวางและการนอนหลับ

สุดท้ายนี้ การกลับมาของตุ๊กตาบนเตียงของเราๆ จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เคยดูแปลก แต่อันที่จริงกลับเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยยังคงต้องการพื้นที่เล็กๆ โดยเฉพาะพื้นที่สำคัญของวันเพื่อเข้าสู่ความสบายใจ และนอนหลับได้อย่างมีคุณภาพ การนอนจึงเป็นห้วงเวลาหนึ่งที่เราอยากกลับไปเป็นเด็ก เป็นช่วงเวลาที่ความทุกข์ยังแสนจะเล็ก และมักหายไปเมื่อตื่นขึ้นในเช้าของอีกวัน

ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เราจะหันไปหาสิ่งของของความเป็นเด็ก มาช่วยพาเราไปยังดินแดนของความฝัน

อ้างอิงจาก

nytimes.com

yahoo.com

sleep.com

bedthreads.com.au

peluche-kingdom.com

Graphic Designer: Sutanya Phattanasitubon
Editorial Staff: Taksaporn Koohaka

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...