โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องโรงงาน Radar Zibo ผลิตปิกอัพอีวีแสนคันต่อปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ก.ย 2567 เวลา 05.11 น. • เผยแพร่ 07 ก.ย 2567 เวลา 02.46 น.

รถอีวีคอลัมน์ : รายงานพิเศษ ผู้เขียน : สุวัฑ แซงลาด

รู้หรือไม่ ? ว่ารถกระบะไฟฟ้า RIDDARA จาก Geely Holding Group ยักษ์ใหญ่ธุรกิจยานยนต์จากประเทศจีน ถูกผลิตขึ้นโดยโรงงานอัจฉริยะ “Radar Zibo Smart Factory” ที่สามารถผลิตรถกระบะไฟฟ้าได้มากถึง 1 แสนคันต่อปี และมีเทคโนโลยีล้ำสมัยเป็นอย่างมาก

เมื่อเร็ว ๆ นี้ “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสร่วมเดินทางเพื่อเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่และฐานการผลิตรถปิกอัพ EV ภายใต้แบรนด์ RIDDARA ที่เตรียมแนะนำเข้ามาสู่ประเทศไทยในช่วงปลายปี 2567 นี้ หนึ่งไฮไลต์สำคัญของการเดินทางครั้งนี้คือ การทัวร์โรงงาน “Radar Zibo Smart Factory” ที่มีเทคโนโลยีสุดล้ำ และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน

โรงงาน RIDDARA

ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในธุรกิจยานยนต์ ตลอดจนการวางแผนเพื่อรุกตลาด Geely Holding Group จึงมีความมุ่งมั่น โดยตั้งเป้าในการขยายธุรกิจไปที่ตลาดรถยนต์พลังงานใหม่หลากหลายเซ็กเมนต์ พร้อมกำหนดให้เรื่องนี้เป็นหนึ่งแผนในกลยุทธ์สำคัญของกลุ่มบริษัท Geely

เมื่อเดือนกรกฎาคม 2021 ภายใต้การนำของประธานกรรมการบริหาร นายหลี่ ชูฝู ได้ก่อตั้ง Geely Radar แบรนด์รถยนต์ใหม่ล่าสุดในเครือ พร้อมประกาศการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นทางการ โดย Geely Radar คือแบรนด์ยานยนต์พลังงานใหม่ ที่มุ่งเน้นไปที่ความยั่งยืนและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่มีเป้าหมายหลักในการพัฒนารถกระบะพลังงานไฟฟ้า 100% ซึ่งได้เปิดตัวรถกระบะอัจฉริยะที่มีระบบเชื่อมต่อเครือข่ายอย่าง Radar Horizon เป็นรุ่นแรก (ขายในไทยใช้ชื่อ RIDDARA)

โรงงาน RIDDARA
โรงงาน RIDDARA

โดยโรงงานอัจฉริยะ Radar Zibo Smart Factory ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 595,333 ตารางเมตร มีมูลค่าการลงทุนรวม 15,300 ล้านหยวน หรือประมาณ 76,500 ล้านบาท เริ่มเปิดไลน์การผลิตครั้งแรกเมื่อปลายปี 2022 และเริ่มส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ที่ใช้พวงมาลัยซ้ายช่วงกลางปี 2023 ด้วยกำลังการผลิต 100,000 คันต่อปี หรือ 25 คัน/ชั่วโมง หรือ 250 คันต่อวัน

หลังจากนั้นเป็นต้นมา รถกระบะพลังงานใหม่ภายใต้แบรนด์ Radar สะท้อนความต้องการของตลาดจีนได้อย่างชัดเจน และเตรียมพร้อมที่จะก้าวสู่จุดสูงสุดของความสำเร็จในเวทีโลกในอนาคต ซึ่งปัจจุบัน Geely Radar ถือเป็นผู้นำในตลาดรถกระบะพลังงานใหม่ในประเทศจีนด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดกว่า 60%

ที่โรงงานอัจฉริยะแห่งนี้ยังมีลู่วิ่งทดสอบรถยนต์ครบวงจรแห่งแรกในประเทศจีน ที่รวมการทดสอบสมรรถนะเครื่องยนต์ การทดสอบการนั่งโดยสาร การทดสอบระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ และการทดสอบคุณสมบัติการขับขี่แบบออฟโรด โดยมีสนามทดสอบสมรรถนะของรถระยะทาง 2.5 กิโลเมตร

โรงงาน RIDDARA

ประกอบด้วยฐานการทดสอบที่แตกต่างกันถึง 21 ฐาน ซึ่งแต่ละฐานถูกออกแบบตามสถานการณ์การใช้งานจริง เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพของรถยนต์ที่ออกจากโรงงาน และมุ่งเน้นการรักษาความปลอดภัยและประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เช่น สภาพถนนทดสอบการบิดตัวของช่วงล่างและโครงสร้าง, สภาพถนนทดสอบเสถียรภาพระบบกันสะเทือนและการยึดเกาะถนน, ถนนลุยน้ำ, และด่านการทดสอบระบบเซ็นเซอร์ต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติทางด้านการขับขี่ให้เต็มประสิทธิภาพ และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานจริง

ขณะเดียวกัน ยังมีฝ่ายตรวจสอบสภาพรถยนต์ ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบการทดสอบรถกระบะแบบทั่วไป โดยมีการจำลองแบบเต็มรูปแบบของทุกสภาพอากาศ ตั้งแต่ฝนตกเล็กน้อยไปจนถึงฝนตกหนักมาก รวมถึงเซ็นเซอร์การตรวจจับน้ำฝน เพื่อให้มั่นใจว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้ามีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐาน พร้อมทั้งมีการทดสอบระบบรายละเอียดอื่น ๆ เช่น การชาร์จเร็ว การชาร์จช้า เป็นต้น เพื่อให้มั่นใจว่ารถที่จะออกไปจากโรงงานได้มาตรฐานทุกคัน

ด้วยเทคโนโลยีสายการผลิตของโรงงานอัจฉริยะแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อผลิตรถกระบะไฟฟ้า Radar โดยเฉพาะ ด้วยระบบ Automation ที่มีการควบคุมอัตโนมัติ ที่สามารถเริ่มต้นการทำงานได้เอง ผ่านการเซตอัพโปรแกรมเอาไว้ พร้อมกับการใช้ระบบข้อมูลการผลิตอัจฉริยะขั้นสูงในระดับสากล ร่วมกับหุ่นยนต์ผลิตสามารถระบุแบบจำลองต่าง ๆ และประกอบชิ้นส่วนเองโดยอัตโนมัติ

โรงงาน RIDDARA

หรือเรียกได้ว่าโรงงานแห่งนี้มีสัดส่วนการใช้ระบบ Automation และหุ่นยนต์อัตโนมัติในการผลิตถึง 97% ส่วนอีก 3% จะเป็นการใช้แรงงานคน เพื่อควบคุมและตรวจเช็กงานประกอบในช่วงท้ายอย่างละเอียด เพื่อให้การผลิตเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่ง “ประชาชาติธุรกิจ” จะพาไปดูส่วนงานกระบวนการผลิตที่แบ่งเป็น 3 แผนกหลัก ๆ ดังนี้

ไลน์ปั๊มขึ้นรูปมีพื้นที่ประมาณ 16,000 ตารางเมตร ภายในบริเวณนี้มีพื้นที่เก็บแม่พิมพ์ โดยความแม่นยำในการแปรรูปพื้นผิวแม่พิมพ์สามารถทำได้ถึง 0.03 มิลลิเมตร สามารถตอบสนองต่อความต้องการในการปั๊มชิ้นงานที่มีความแม่นยำสูงของพื้นผิวที่ซับซ้อนได้

ขณะเดียวกัน ยังมีเครื่องปั๊มอัตโนมัติขนาดใหญ่ สั่งการโดยระบบอัจฉริยะ มีกำลังการผลิต 6,400 ตัน ซึ่งถือเป็นการผลิตระดับชั้นนำของโลก เช่นเดียวกับโรงงาน Geely Polar Krypton และโรงงาน Geely Link & Co ซึ่งต่างก็ใช้หุ่นยนต์ที่มีความแม่นยำสูงในการถ่ายโอนกระบวนการผลิต และสามารถเปลี่ยนแม่พิมพ์อัตโนมัติแบบคลิกเดียวได้ภายในเวลา 3 นาที ซึ่งชิ้นส่วนที่ปั๊มแล้วจะถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย และพร้อมถูกส่งไปยังกระบวนการเชื่อม

ไลน์เชื่อมมีพื้นที่ราว 45,000 ตารางเมตร โดยในรถหนึ่งคันจะมีจุดเชื่อมถึง 5,899 จุด ในจำนวนนี้กว่า 3,574 จุด ถูกเชื่อมโดยระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ ซึ่งทั้งหมดนี้จะใช้ความถี่กลาง เพื่อควบคุมคุณภาพของการเชื่อมให้มีมาตรฐาน

โรงงาน RIDDARA

ไลน์ประกอบตัวถัง (Assembly Line)

ไลน์การประกอบจุดนี้มีพื้นที่ 43,000 ตารางเมตร ถือเป็นจุดที่ยืนยันความแม่นยำและปรับแต่งตัวถัง อีกทั้งยังมีไลน์การเชื่อมอัตโนมัติพร้อมตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ซึ่งทางโรงงานระบุว่ารถกระบะไฟฟ้าจำเป็นต้องมีโครงสร้างตัวถังที่แข็งแรง แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องมีน้ำหนักเบา จึงใช้เหล็กกล้าที่มีความแข็งแรง แต่มีน้ำหนักเบาสูงถึง 30%

ซึ่งสายการผลิตที่เกี่ยวข้องยังมีการใช้การเชื่อมต่อแบบผสมผสานระหว่างเหล็กและอะลูมิเนียม โดยใช้อุปกรณ์ชื่อ FDS แบบอัตโนมัติ ซึ่งช่วยรับประกันคุณภาพการเชื่อมต่อตัวถังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังมีการใช้หุ่นยนต์ KUKA ซึ่งเป็นหุ่นยนต์สำหรับงานอุตสาหกรรม (Industrial Robots) มีความแม่นยำสูง สามารถยกน้ำหนักได้ถึง 600 กิโลกรัม ทำงานได้นานถึง 10,000 ชั่วโมง และมีค่าความคลาดเคลื่อนน้อยกว่า 0.05 มิลลิเมตร

นอกจากนี้ ยังมีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น การทดสอบที่ไม่ทำลายโดยคลื่นอัลตราโซนิก การตรวจสอบด้วยภาพ การแกะสลักแบบพิกัดแบบคานคู่ และเทคโนโลยีอื่น ๆ เพื่อตรวจสอบคุณภาพอย่างชาญฉลาด สร้างความมั่นใจในการคุ้มกันตัวถังที่มีคุณภาพสูง

ไลน์ทำสีรถยนต์ (Painting Line) มีพื้นที่ 43,000 ตารางเมตร เพื่อให้มั่นใจในความสะอาดของโรงงาน โรงงานทั้งหมดอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแรงดันบวก มีการใช้ฟิล์ม Pretreatment ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล่าสุดในเรื่องของสีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานและปริมาณของเสีย ส่งผลให้มีการประหยัดพลังงาน พร้อมปกป้องสิ่งแวดล้อม สร้างประสิทธิภาพในการป้องกันการกัดกร่อนของตัวถังได้มาตรฐานสากลที่สูงที่สุด โดยสามารถป้องกันการเกิดสนิมได้ตั้งแต่ 6-12 ปี

นอกจากนี้ ยังใช้ระบบขนย้ายชิ้นงานและมีการพ่นสีแบบอัตโนมัติ ด้วยกระบวนการเคลือบผิวแบบปลอดน้ำ ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานลง 60% เมื่อเทียบกับกระบวนการแบบดั้งเดิม และอัตราการกำจัด VOC (สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย) ในก๊าซไอเสียจากการเผาไหม้ถึง 99% ถือเป็นโรงงานสีเขียวที่ประหยัดพลังงานได้ดีเยี่ยม ซึ่งหลังจากตัวถังและชิ้นงานถูกพ่นสีแล้วจะถูกส่งไปยังฝ่ายประกอบ (Assembly Line) โดยอัตโนมัติ

โรงงาน RIDDARA

ไลน์ประกอบขั้นสุดท้าย (Final Assembly Line)

ไลน์การประกอบขั้นสุดท้ายพื้นที่ 43,000 ตารางเมตร หากเทียบกับการผลิตจำนวนมากของบริษัทรถยนต์แบบดั้งเดิม โรงงานแห่งนี้ยึดพื้นฐานของระบบการผลิตที่สามารถปรับแต่งเองขั้นสูงได้ เช่นเดียวกับโรงงานของ Geely Polar Krypton, Lotus, and Polar Star ที่มีการอัพเกรดไลน์การประกอบขั้นสุดท้ายที่สามารถตอบสนองความต้องการเรื่องการปรับแต่งเองได้ตามความหลากหลายของลูกค้าในแต่ละประเทศ

โดยไลน์ประกอบขั้นสุดท้ายนี้จะเข้าสู่สายพานการประกอบภายในก่อน เช่น การประกอบสายไฟ สายรัดหลังคา เพดาน แผงหน้าปัด และโมดูลอื่น ๆ จากนั้นจะถูกส่งไปยังสายพานการประกอบช่วงล่าง ประกอบระบบกันสะเทือนด้านหน้าและด้านหลัง และโมดูลแบตเตอรี่ ก่อนที่จะใส่เบาะ ใส่ประตู ในลำดับสุดท้าย

อุปกรณ์และเครื่องมือของโรงงานแห่งนี้ถูกออกแบบเพื่อการทำงานให้ใกล้เคียงกับมนุษย์ โดยมีการปฏิบัติตามหลักการก่อสร้างของหลักสรีรศาสตร์ สายพานการเคลื่อนย้ายของชิ้นงานใช้วิธีการขนส่งโซ่แบบแผ่น ในระหว่างกระบวนการผลิต พนักงานผู้ควบคุมจะเดินพร้อมกับตัวถังบนพื้นบอร์ด เพื่อลดการเคลื่อนไหวของพนักงาน

ขณะเดียวกัน ยังมีการเสริมด้วยอุปกรณ์อัจฉริยะต่าง ๆ เช่น การใช้ปืนแรงบิดคงที่แบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่สำหรับการทำงานของการขันให้แน่น ลดเสียงรบกวนของการผลิต ลดความเหนื่อยล้าของพนักงาน ถือเป็นการมุ่งเน้นการควบคุมคุณภาพ และสร้างสภาพแวดล้อมการผลิตที่สอดคล้องกับหลักสรีรศาสตร์

หลังจากที่ผ่านการประกอบขั้นสุดท้ายเสร็จสมบูรณ์ รถจะเข้าสู่สายพานการตรวจจับฟังก์ชั่น เพื่อทดสอบเทียบประสิทธิภาพของรถยนต์ ซึ่งสามารถตอบสนองฟังก์ชั่นการตรวจจับของการจัดตำแหน่งทั้งสี่ล้อ มีการปรับเทียบอุปกรณ์ต่าง ๆ แบบครอบคลุม ตั้งแต่การทดสอบแรงเบรก การปรับเทียบ ADAS ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะอื่น ๆ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่องโรงงาน Radar Zibo ผลิตปิกอัพอีวีแสนคันต่อปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...