โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

มหากาพย์ 20 ปีของโปรเจกต์ ‘Gambit’ กับเรื่องราวของมิวแทนต์นักโจรกรรมที่ไม่เคยถูกสร้าง

BT Beartai

อัพเดต 12 ส.ค. 2567 เวลา 14.16 น. • เผยแพร่ 12 ส.ค. 2567 เวลา 05.42 น.
มหากาพย์ 20 ปีของโปรเจกต์ ‘Gambit’ กับเรื่องราวของมิวแทนต์นักโจรกรรมที่ไม่เคยถูกสร้าง

ฉันพร้อมตั้งแต่พุ่งออกมาจาก…..ของพ่อแล้ว

— เรมี่ เลอโบ / แกมบิท

ถ้าใครได้ดู ‘Deadpool & Wolverine’ แล้วล่ะก็ คงได้เห็นพี่บ่าวมิวแทนต์ผู้ใช้พลังอัดไพ่อย่างแกมบิท ที่นำแสดงโดยแชนนิง เททัม (Channing Tatum) ออกมาวาดลวดลายกันแล้วอย่างแน่นอน ซึ่งด้วยสำเนียงเคจัน และบุคลิกอันยียวนกวนโอ๊ย รวมถึงความเท่อันเป็นเอกลักษณ์นั้น ก็ทำให้พี่บ่าวแกกลายเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่คนดูอยากให้มาโผล่ในจักรวาล MCU ต่อไปเรื่อย ๆ

แกมบิท นำแสดงโดยแชนนิง เททัม

ถึงแม้ว่าพี่บ่าวแกมบิทในเวอร์ชันที่นำแสดงโดย แชนนิง เททัม นั้นจะเป็นตัวละครหน้าใหม่ที่เพิ่งปรากฏตัว แต่ความจริงแล้วกว่าพี่บ่าวแกจะกลายเป็นที่จดจำของคนดูอย่างทุกวันนี้ ก็ใช้เวลาถึง 20 ปีเลยทีเดียว

ฮีโร่ที่เกือบแจ้งเกิด แต่ดันโดนคุมกำเนิดซะก่อน

แกมบิท หรือเรมี่ เลอโบเป็นหนึ่งในตัวละครของทีม X-men ที่มีบุคลิกแบบโคตรเท่โคตรอันตราย แถมพลังก็สุดอลังการ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้พี่แกเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ ของเหล่ามนุษย์กลายพันธ์ และอันที่จริง พี่แกควรจะโผล่มาในหนัง ‘X-Men’ ตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว

ในปี 2000 ผู้กำกับไบรอัน ซิงเกอร์ (Bryan Singer) ได้พาหนัง ‘X-Men’ เวอร์ชันคนแสดง ออกมาสู่สายตาชาวโลก จนเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในหนังฮีโร่ที่ประสบความสำเร็จมหาศาล พอได้ทำภาคต่ออย่าง ‘X2’ ขึ้นมา ซิงเกอร์ก็จัดเต็มใส่มนุษย์กลายพันธ์ุตัวใหม่ ๆ เข้ามาในหนังอีกไม่ยั้ง ให้สมกับเป็นภาคต่อที่อัปเกรดทุกอย่าง และหนึ่งในตัวละครที่ถูกวางไว้ว่าจะให้โผล่มาก็คือแกมบิทนี่แหละ ทว่าในหนัง ‘X2’ นั้น ก็มีมนุษย์กลายพันธ์อยู่เยอะมาก ซึ่งถ้ามีแกมบิทโผล่มาอีกก็คงกระจายบทกันไม่ไหว

คีอานู รีฟส์ ผู้เคยถูกวางตัวไว้ให้เป็นแกมบิท

ไบรอัน ซิงเกอร์จึงได้ใส่ตัวละครแกมบิทเข้ามาเป็น Cameo (ในแบบที่ไม่เห็นหน้า) ในหนังของเขาแทน โดยซิงเกอร์วางไว้ว่าในหนังภาคที่ 3 ตัวละครแกมบิทจะโผล่มาวาดลวดลายเต็มรูปแบบ ซึ่งคนที่จะแสดงบทนี้ก็คือ คีอานู รีฟส์ (Keanu Reeves) นั่นเอง

แต่จนแล้วจนรอด ซิงเกอร์ก็จำใจต้องตัดฉากรับเชิญของแกมบิทในหนัง ‘X2’ ออกไปอย่างน่าเสียดาย และในหนังภาค 3 ซิงเกอร์ก็ไม่ได้กลับมากำกับ ‘X-Men’ อีก ซึ่งทำให้ทีมเขียนบทต้องโล๊ะบทเดิม และตัดตัวละครแกมบิททิ้งไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะเนื่องจากในภาค 3 อย่าง ‘X-Men: The Last Stand’ จะเน้นไปที่การทำสงคราม จนทำให้เหล่ามนุษย์กลายพันธ์ุนั้นมีมากเกินไป (อีกแล้ว!) และคงไม่มีช่องว่างให้พี่บ่าวได้ออกมาชูโรง

การปรากฏตัวของแกมบิทเวอร์ชันคนแสดงครั้งแรก

แกมบิท ที่แสดงโดย เทย์เลอร์ คิทช์

หลังจากการฉายของ ‘X-Men: The Last Stand’ นั้น 20th Century Fox ก็ได้เดินหน้าโปรเจกต์หนังเดี่ยวของพี่วูลฟ์อย่าง ‘X-Men Origins: Wolverine’ ในทันที ซึ่งคราวนี้พี่บ่าวของเราก็ไม่ระทมแล้ว เพราะถูกวางตัวให้เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่จะเข้ามาสร้างสีสันในเรื่อง (เพื่อจะไปโผล่ในเรื่องอื่นอีก) ซึ่งนักแสดงที่ได้รับเลือกเป็นแกมบิทก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เขาคือ แชนนิง เททัม นักแสดงหนุ่มอนาคตไกล ที่โด่งดังจาก ‘Step Up’ และ ‘Coach Carter’ ใช่แล้วล่ะ เททัมคือตัวเลือกแรกสำหรับแกมบิทมาตั้งนานแล้ว

เททัมหลงใหลบทพี่บ่าวแกมบิทเป็นอย่างมาก ถึงขนาดที่ว่าเขาปฏิเสธที่จะแสดงหนัง ‘G.I. Joe: The Rise of Cobra’ เพื่อที่จะมาเล่นเป็นแกมบิทใน ‘X-Men Origins: Wolverine’ เลยล่ะ ทว่าท้ายที่สุด เขาก็ถูกดึงตัวไปเล่นใน G.I. Joe แทน ซึ่งตารางถ่ายของ G.I. Joe ก็ดันซ้อนทับกับ ‘X-Men Origins: Wolverine’จึงทำให้เขาต้องจำใจปล่อยมือจากบทพี่บ่าวไป และบทแกมบิทก็ถูกส่งต่อมาให้ เทย์เลอร์ คิทช์ (Taylor Kitsch) อีกทีหนึ่ง จนออกมาเป็นแกมบิทเวอร์ชันที่เราได้เห็นในหนัง ‘X-Men Origins: Wolverine’

ซึ่งถ้าหาก ‘X-Men Origins: Wolverine’ ประสบความสำเร็จ เราจะเห็นเทย์เลอร์ คิทช์ ในบทบาทแกมบิท อีกอย่างน้อย 2 เรื่องด้วยกัน ทว่าเนื่องด้วยคำวิจารณ์อันย่ำแย่ของหนังภาคนี้จึงทำให้ 20th Century Fox ริเริ่มความคิดที่จะรีบูตจักรวาลมนุษย์กลายพันธ์ุใหม่ซะเลย โดยเริ่มรีเซ็ตที่หนัง ‘X-Men: First Class’

การพัฒนาโปรเจกต์ ‘Gambit’ โดยแชนนิง เททัม

การปล่อยมือจากบทแกมบิท เป็นหนึ่งในแผลใจครั้งใหญ่ของแชนนิง เททัม แต่เมื่อจักรวาลเดิมไม่อาจไปต่อได้ เขาจึงแอบริเริ่มพัฒนาโปรเจกต์หนังเดี่ยว ‘Gambit’ ขึ้นมาแบบลับ ๆ และโชคก็เริ่มเข้าข้างเขา

หนัง ‘X-Men: First Class’ ได้รับคำวิจารณ์ที่ดีมาก จนทำให้เหล่ามิวแทนต์ได้กลับมาอยู่ในกระแสอีกครั้ง ซึ่งแชนนิง เททัม จึงได้ผลักดันโปรเจกต์ ‘Gambit’ อย่างเต็มที่ ในตอนนั้นใครต่างก็คิดว่าแกมบิท จะถูกสร้างเป็นหนังอย่างแน่นอน เพราะแชนนิงมีทั้งชื่อเสียง และพาวเวอร์ที่สามารถแบกโปรเจกต์ให้เกิดขึ้นจริงได้

ถ้าจะให้พูดตรง ๆ ในเวลานั้นโปรเจกต์ ‘Gambit’ ยังมีโอกาสได้สร้างเป็นหนังยิ่งกว่า ‘Deadpool’ ซะอีก (ซึ่งทั้งสองเป็นโปรเจกต์ที่พัฒนาในเวลาไล่เลี่ยกัน) โดย 20th Century Fox เองก็หมายมั่นว่าโปรเจกต์ ‘Gambit’ นั้นจะเป็นวูฟล์เวอรีน (ตัวละครที่แบกทั้งจักรวาลมิวแทนต์) ตัวต่อไป

ถ้าหากภาพยนตร์ ‘Gambit’ ได้สร้างมันจะเป็นอย่างไร

ในเว็บไซต์ Wegotthiscovered ก็ได้ลงถึงเรื่องย่อบางส่วนที่หลุดออกมาของโปรเจกต์หนังเดี่ยวพี่บ่าว ซึ่งความจริงแล้ว แกมบิทควรจะได้โผล่มา Cameo ก่อน โดยเปิดตัวใน ‘X-Men: Apocalypse’ เพื่อปูทางไปสู่หนังเดี่ยวของเขา

โดยภาพยนตร์ ‘Gambit’ จะเป็นหนังฮีโร่ที่ผสมหนังโจรกรรม ซึ่งเริ่มเรื่องนั้นจะเล่าถึงชายชื่อลุค เลอบัว ที่ได้พบเจอกับหนูน้อยคนหนึ่ง ที่กำลังแอบมาขโมยของ ซึ่งลุค เลอบัวถูกใจเจ้าเด็กนี่มาก จึงอุปการะเด็กคนนี้มาอยู่ในกลุ่มโจรของเขา โดยให้ชื่อว่าเลมี เลอบัว

20 ปีต่อมา เด็กชายเลมี เลอบัวเติบโตมาในนิวออร์ลีนส์พร้อมกับการเป็นมิวแทนต์ที่ชื่อว่าแกมบิท และยังเป็นดาวเด่นของกลุ่มโจรอีกด้วย ในตอนนั้นเขาพบรักเข้ากับดอนน่า บูโดรซ์อีกหนึ่งมิวแทนต์หญิงที่กำลังหลบหนีจากตำรวจ ซึ่งแกมบิทมารู้ทีหลังว่าตระกูลของเขากับตระกูลของแฟนนั้นไม่ชอบหน้ากัน นั่นทำให้แกมบิทจึงอาสาผสานรอยร้าวด้วยการรวมทีมปล้นครั้งใหญ่ แต่แล้วแกมบิทกลับทำพลาด จนทำให้พ่อบุญธรรมของเขาอย่างลุค เลอบัวเสียชีวิต

10 ปีต่อมา แกมบิทได้รับการว่าจ้างให้ไปขโมยของจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ในปารีส ซึ่งภายหลังก็มีการเปิดเผยว่าคนที่จ้างเขาก็คือตัวร้ายอย่างมิสเตอร์ซินิสเตอร์นั่นเอง โดยมิสเตอร์ซินิสเตอร์ได้เสนอเงินให้แกมบิทถึง 40 ล้านเหรียญ เพื่อแลกกับการไปขโมยหีบลึกลับที่อยู่กับตระกูลบูโดรซ์ นั่นจึงทำให้แกมบิทต้องเผชิญหน้ากับอดีตของตนอีกครั้ง

ทว่าคราวนี้นิวออร์ลีนส์ ไม่ใช่สถานที่ที่เขาเคยรู้จักอีกแล้ว เพราะมันคือเมืองไร้กฎหมาย ที่รวบรวมเหล่าอาชญากรมิวแทนต์ตัวยักษ์ไว้มากมาย หากทำอะไรตุกติก ก็สามารถตายได้ทุกเมื่อ ดังนั้นแล้วเพื่อให้ภารกิจนี้สำเร็จ แกมบิทจึงต้องรวมทีมมิวแทนต์เพื่อโจรกรรมสิ่งที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน

ปิดฉาก เพื่อเปิดม่านครั้งสุดท้าย

อย่างที่เราทุกคนรู้กันดีเนื่องจากการพัฒนาอันยืดเยื้อ และการแทรกแซงของสตูดิโอ ทำให้การพัฒนาของโปรเจกต์ ‘Gambit’ แทบไม่คืบหน้า ซ้ำร้ายในเวลาเดียวกัน ฮิว แจ็กแมน (Hugh Jackman) ก็โบกมือลาบทวูฟล์เวอรีน และภาพยนตร์ ‘Fantastic Four’ เวอร์ชันรีบูตก็เจ๊งยับ แถมหนัง X-men ยุคใหม่ ก็ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีเท่าที่ควร ยังดีที่ ‘Deadpool’ ของไรอัน เรย์โนลส์ (Ryan Reynolds) นั้นได้กำไร และคำวิจารณ์ในแง่บวก นั่นทำให้ 20th Century Fox จึงหันไปให้ความสนใจกับโปรเจกต์ ‘Deadpool’ มากกว่า

ทว่าประตูบานสุดท้ายที่ปิดตายโปรเจกต์นี้ไปก็คือ การเข้าซื้อ 20th Century Fox โดย Disney และเพื่อให้ X-men กลับมาอยู่ใต้ชายคา Marvel อีกครั้งสตูดิโอจึงต้องยกเลิกภาพยนตร์ของ X-men ทุกเรื่องที่มีแววว่าจะไม่ได้ไปต่อ และยังติดหล่มอยู่ ใช่ นั่นรวมถึงโปรเจกต์ ‘Gambit’ ด้วย

สิ่งนี้ทำให้แฟนคลับพี่บ่าวแกมบิทต้องหลั่งน้ำตา และคนที่เจ็บที่สุดก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือแชนนิง เททัม ชายผู้ผลักดันโปรเจกต์ ‘Gambit’ มาตลอดหลายปี ซึ่งในเวลานั้นทุกคน (รวมถึงเททัม) ก็คิดว่าถึงเวลาต้องบอกลาโปรเจกต์นี้อย่างเป็นทางการสักที

แต่แล้วก็เหมือนพระมาโปรด เพราะไรอัน เรย์โนลส์ (Ryan Reynolds) ก็ได้ติดต่อให้เขากลับมาเป็นแกมบิทในหนัง ‘Deadpool & Wolverine’ ซึ่งนับเป็นเซอร์ไพรส์ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้เห็นแชนนิง เททัม มาโผล่ในบทบาทแกมบิท หากนี่เป็นการเปิดม่านของตัวละคร มันก็เป็นม่านที่น่าจดจำของการพยายามมาตลอดหลายปีของเททัม แต่หากเป็นการปิดม่าน แม้จะไม่สวยงามนัก แต่มันก็เติมเต็มความฝันอย่างหนึ่งของผู้ชายที่มีแพสชันอันแรงกล้า และแฟนบอยที่อยากจะเห็นเขาในบทนี้มาตลอดหลายสิบปี

ผมต้องการมันมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ตอนนี้ (โปรเจกต์ ‘Gambit’) มันอยู่ในมือของบ็อบ ไอเกอร์ (Bob Iger) และเควิน ไฟกี (Kevin Feige) และผมขออธิษฐานต่อพระเจ้าให้มันเกิดขึ้นจริง

— แชนนิง เททัม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...