ก้าวเล็ก ๆ “แสนสิริกินข้าวหมดจาน” รักษ์โลกจากจุดเริ่มต้นที่เรียบง่าย
เกาะขอบเวทีสัมมนาครบรอบ 10 ปี prop2morrow เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา หนึ่งในไฮไลต์เป็นช่วงเสวนาของ “ภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ” ประธานผู้บริหารสายงานกลยุทธ์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ขึ้นมาโชว์เคสหัวข้อ “Sustainability เมื่ออสังหาฯ ก้าวสู่รักษ์โลก”
ท่ามกลางบรรยากาศพี่น้องภาคเหนือกับภาคอีสานประสบภัยพิบัติอุทกภัย พื้นที่เชียงรายแม้ว่าไม่ใช่เขตอิทธิพลของการลงทุนพัฒนาโครงการของแสนสิริ แต่ก็ยังคงมีกิจกรรม No One Left Behind แคมเปญเฉพาะกิจที่ริเริ่มในยุคโควิดเมื่อปี 2563 ร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน ส่งต่อความห่วงใยถึงพื้นที่ผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที
เป็นตัวอย่างเล็ก ๆ แต่ยิ่งใหญ่ในมุมของการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน จะต้องเติบโตเคียงข้างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งลูกค้า หน่วยงานรัฐ ตลอดจนคู่ค้า และคู่แข่ง เพราะคำว่าความยั่งยืนและสำนึกรักษ์โลกไม่ได้แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ทุกคนล้วนเป็นพันธมิตรร่วมโลกใบเดียวกัน
ไทม์ไลน์ทูเน็ตซีโร่ 2050
“แสนสิริเราเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์เจ้าแรกที่ประกาศว่าจะทำเน็ตซีโร่ให้ได้ในปี 2050 อีก 25-26 ปี วางไทม์ไลน์ทั้งแผนระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว”
กลยุทธ์สะท้อนผ่าน 3 เรื่องคือ 1.ต้องเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ ใช้พลังงานสะอาดให้เยอะที่สุด จัดการให้มีเวสต์แมเนจเมนต์มากที่สุด และสร้างให้คนมีส่วนร่วม 2.กระบวนการสั่งซื้อ เน้นใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกระบวนการผลิตรักษ์สิ่งแวดล้อม มีการออกแบบให้ใช้พลังงานจากธรรมชาติมากขึ้น ลดโลกร้อน รวมทั้งภาคการก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นกว่าปัจจุบัน 3.หุ้นส่วนพันธมิตรอีโคซิสเต็ม ซัพพลายเชนที่ต้องปรับและพัฒนาไปด้วยกัน
เจาะรายละเอียดเริ่มจาก 1.การขับเคลื่อนมาจากภายในองค์กร แสนสิริคิกออฟแคมเปญมุ่งสู่ความยั่งยืนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตั้งแต่ยุคที่เฮดออฟฟิศยังอยู่ที่อาคารสิริภิญโญ แคมเปญปัญหาโลกแตกคือการคัดแยกขยะ น่าสนใจว่าพนักงานแสนสิริหลากเจเนอเรชั่นตั้งแต่เจน X-Y-Z ปรากฏว่าพนักงานมีการแยกขยะไม่ค่อยถูก ทั้ง ๆ ที่ทุ่มการรณรงค์แบบถึงลูกถึงคน
“ต่อให้ประชาสัมพันธ์ โทรโข่งคุยตามชั้น ขอความร่วมมือ แต่สิ่งที่ได้พนักงานยังไม่ใส่ใจ สุดท้ายเราถ่ายรูปออกมาให้ดูเลย ว่าขยะแต่ละชั้นทิ้งถูกทิ้งผิดยังไง ผลลัพธ์ที่ได้ออกไปอีก 3 สัปดาห์ น่าตกใจ ขยะเริ่มทิ้งถูก แต่มีจำนวนขยะน้อยมากในแต่ละชั้น แต่ว่าขยะหน้าออฟฟิศเยอะมากเลย”
สิริแคมปัสชนะเลิศอาคารแยกขยะ
แคมเปญรณรงค์คัดแยกขยะ 10 ปีต้องบอกว่าไม่สูญเปล่า อัพเดตในเดือนกันยายน 2567 ที่ผ่านมา “สิริแคมปัส” สำนักงานใหญ่แห่งปัจจุบันได้รับรางวัลชนะเลิศต้นแบบการจัดการขยะครบวงจร แหล่งกำเนิดขยะต้นทางประเภทอาคารสำนักงานเอกชน จากสำนักงานสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร จากจำนวนอาคารสำนักงานเอกชนในพื้นที่ 50 เขตของ กทม.
ความสำเร็จมาจากหลากแคมเปญ อาทิ “ขยะอันตราย” ส่งต่อให้เอไอเอสเวสต์เพื่อทำลายอย่างถูกวิธี “ขยะติดเชื้อจากแพนทรี่และห้องพยาบาล” มีพันธมิตรโรงพยาบาลพญาไท 1 นำไปเผาที่โรงขยะติดเชื้อ กรุงเทพธนาคม ด้วยวิธีการที่ได้มาตรฐานและถูกต้องถูกหลักอนามัย
“ขยะย่อยสลายพวกเศษอาหาร” นำไปเป็นอาหารปลาที่บ่อปลารังสิต คลอง 13 ควบคู่รณรงค์ลดขยะอาหารด้วยแคมเปญ แสนสิริกินข้าวหมดจาน “ขยะรีไซเคิล” ส่งต่อให้ที่ชรารีไซเคิล เพื่อสร้างรายได้ให้กับกลุ่มคนผู้สูงอายุ เป็นต้น
“สำหรับชาวแสนสิริ ขยะไม่ใช่แค่ขยะ เพราะเราส่งต่อให้กับกลุ่มคนที่สร้างประโยชน์ได้มากมาย ทุกคนเป็นฮีโร่ได้ เพียงพร้อมที่จะเริ่มต้น We are hero to net zero ซึ่งแคมเปญทำภายในองค์กร ประสบความสำเร็จ 80% ยังทิ้งผิดบ้าง แต่แยกสี (ลงถังขยะ) ชัดเจน”
โฟกัส Low Carbon Home
เอกซเรย์แผนระยะสั้น-กลาง-ยาว พบว่าภายในปี 2568 ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 20% สถิติเมื่อปี 2566 ทำได้แล้ว 15% ความสำเร็จของเป้าจึงคิดว่าอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม วิธีการง่ายสุดคือ Low Energy Home ใช้พลังงานสะอาดให้มากที่สุด นำเสนอออกมาเป็นผลงานติดตั้งโซลาร์พาเนลแล้ว 1,500 หลัง จากเป้า 3,300 หลังในปีนี้ และอื่น ๆ
ส่วนแผนระยะกลาง ปี 2033 เป้าลด 50% จุดเน้นอยู่ที่ Low Carbon Home การใช้วัสดุก่อสร้างที่ก่อให้เกิดคาร์บอนน้อยที่สุด เร็วที่สุด คือวัสดุซีเมนต์ โดยร่วมกับทีพีไอโพลีน คิดค้น “กรีนซีเมนต์” เมื่อนำมาก่อสร้างบ้านทำให้บ้านเป็นบ้านโลว์คาร์บอนได้โดยอัตโนมัติ เป็นต้น
และต่อยอดเป็นกรีนคอนสตรักชั่น ใช้ระบบสำเร็จรูปมากขึ้น ช่วยให้มีเศษวัสดุน้อยลง กระบวนการก่อสร้างสั้นขึ้น ฯลฯ โดยมีตัวอย่างน่าสนใจว่า กรีนลิฟวิ่งโฮมช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 42% โดยโปรเจ็กต์ไฮไลต์เป็นเรื่องกรีนแฟกตอรี่ ซึ่งแสนสิริมีโรงงานพรีคาสต์สีเขียวแห่งแรกของไทย ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพ ISO 9100 : 2015 กับ 14001 : 2015 ปัจจุบันมี 4 โรงงาน กำลังผลิตสร้างบ้าน 2,000 หลัง อยู่ระหว่างสร้างเพิ่มเติมอีก 2 โรงงาน เป็นต้น
“ความหวังสูงสุด เราอยากจะเอ็มพาวเวอร์พาร์ตเนอร์ทุกคน ผู้ค้าธุรกิจต่าง ๆ รวมถึงอีโคซิสเต็ม ทั้งหน่วยงานภาครัฐ คู่ค้า และคู่แข่ง ให้ทำงานร่วมกัน ก่อความยั่งยืนก่อให้เกิดรูปธรรมให้ได้ และหวังว่าจะเป็นกลไกแรก ๆ ที่ขับเคลื่อนสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในที่สุด เพื่อความยั่งยืนของพวกเราทุกคน”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ก้าวเล็ก ๆ “แสนสิริกินข้าวหมดจาน” รักษ์โลกจากจุดเริ่มต้นที่เรียบง่าย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net