โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวยกมือไหว้ร้องขอชีวิต หลังถูกอริแฟนหนุ่มไล่ฟัน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 17 ต.ค. 2567 เวลา 13.09 น. • เผยแพร่ 17 ต.ค. 2567 เวลา 06.09 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

นนทบุรี 17 ต.ค. –สาวถึงกับยกมือไหว้ขอชีวิต หลังเจออดีตเด็กช่างคู่อริของแฟนขี่รถตามไล่ฟันจนรถล้มเจ็บสาหัส

น.ส.พรชนก อายุ 21 ปี เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี หลังขี่รถจักรยานยนต์ไปกับแฟนหนุ่ม แล้วถูกคู่อริของแฟน ซึ่งเป็นอดีตเด็กช่าง ไล่ฟันทำร้าย จนแฟนบาดเจ็บสาหัส ส่วนตนเองก็มีบาดแผลตามร่างกายหลายสิบแผลจากรถจักรยานยนต์ล้ม ขณะที่คู่กรณีหลังก่อเหตุ ก็ขี่รถจักรยายนต์หลบหนีไป

น.ส.พรชนก ซึ่งร่างกายยังเต็มไปด้วยบาดแผลพันผ้าก๊อซ เล่าว่า เมื่อช่วงเที่ยงคืนครึ่งของวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ตนขี่รถจักรยานยนต์ โดยมีนแฟนหนุ่ม อายุ 17 ปี ซ้อนท้าย เพื่อจะไปหาของกินแถวท่าน้ำหอนาฬิกานนทบุรี ระหว่างรถวิ่งมาถึงหน้าโรงเรียนสตรีนนนทบุรี ถนนพิบูลสงคราม ก็เจอกับกลุ่มคู่อริของแฟนหนุ่ม คือ นายมีน กับ นายเตี๋ยว และเพื่อนอีกหลายคน ขี่จักรยานยนต์กันมาหลายคัน ทั้งหมดสั่งให้ตนหยุดรถ แต่แฟนของตนบอกให้รีบบิดรถหนีอย่าจอดรถเด็ดขาด ทำให้นายมีนและนายเตี๋ยวไม่พอใจ ตะโกนด่าทอและบิดเร่งเครื่องตามตนกับแฟนมาอย่างกระชั้นชิด ก่อนที่นายเตี๋ยว คนซ้อนท้าย จะใช้มีดสปาต้าฟันไปที่ขาซ้ายของแฟนตนอย่างแรง

จากนั้นรถของตนก็เสียหลักล้มลง ตนพยายามยกมือไหว้ขอร้องขอชีวิต ทั้งสองคนจึงขี่รถหนีหายไปทางสะพานพระราม 5 ตนบาดเจ็บจากรถล้มจนบาดแผลเต็มร่างกาย ส่วนแฟนหนุ่ม นอกจากถูกฟันที่ขาซ้ายแล้ว ขาขวายังหักผิดรูปจนกระดูกโผล่ อาการสาหัส นอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล รอการผ่าตัด หลังทำแผลแล้ว ตนจึงหอบสังขารมาแจ้งความกับตำรวจ เพื่อให้ช่วยติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ส่วนสาเหตุก็มาจากที่ทั้งสองฝ่ายมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันมาหลายปี มีการท้าทายกันในแชท Line จนกระทั่งมาเกิดเหตุครั้งนี้.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...