Update 10 ข่าวสารน่ารู้ของ Brand & Social Media ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ประจำวันที่ 31 พฤษภาคม 2025
สิ้นเดือนไม่สิ้นใจ แถมยังได้อัปเดตข่าวสารเกี่ยวกับ Brand & Social Media แบบจุก ๆ ต้อนรับเช้าที่สุขที่สุดของทุกคนอีกด้วย
บอกเลยว่าแต่ละข่าวเด็ดทั้งนั้น ทั้งการเปิดตัวพรีเซนเตอร์ สินค้าใหม่ จับมือกับแบรนด์ที่หลายคนคาดไม่ถึง รวมถึงสร้างประสบการณ์การกินสุดพิเศษที่ต้องลองในร้านด้วยตัวเอง ส่วนฟากโซเชียลมีเดียก็ไม่น้อยหน้า ทั้งอัปเดตฟังก์ชัน และเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่จากหลายแพลตฟอร์มก็น่าสนใจเช่นกัน จะมีอะไรบ้างนั้น ตามมาอ่านกันเลย
1. Lotus's เปิดตัว “PERSES” เป็น Friend of Lotus's Shop Online ตอบโจทย์สายช้อป Gen Z
Lotus’s เดินหมากการตลาดอย่างเข้าใจ Gen Z ด้วยการจับมือกับศิลปินขวัญใจวัยรุ่นที่กำลังมาแรงในหมู่แฟน T-POP อย่าง PERSES ที่มีทั้งภาพลักษณ์ทันสมัย เท่แบบเข้าถึงง่าย และมีพลังแฟนเบสที่พร้อมซัพทุกกิจกรรม โดยการดึงมาเป็น Friend of Lotus’s Shop Online นั้นนอกจากจะช่วยขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่ม Gen Z แล้ว ยังเพิ่มความคูลให้กับแบรนด์ในสายตาคนรุ่นใหม่แบบไม่ต้องพูดเยอะ
แคมเปญนี้ไม่ใช่แค่เปิดตัวเฉย ๆ แต่จะมี กิจกรรม Collaboration แบบต่อเนื่อง ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ชาว PIECES อย่าลืมติดตามกิจกรรมกันต่อนะคร้าบ
2. MK เปิดตัว “สุกี้ผัดแห้งหม้อแดง” เล่นใหญ่ผัดสดให้ถึงโต๊ะ จนวงการอาหารต้องสั่นสะเทือน
“MK” คือหนึ่งในแบรนด์ที่สร้างสีสันในวงการอาหารไม่หยุด ล่าสุดปล่อยแคมเปญ “สุกี้ผัดแห้งหม้อแดง” เมนูใหม่ที่ไม่ได้มาแค่ขายของ แต่ยังขายประสบการณ์แบบผัดให้เห็นและสูดกลิ่นหอม ๆ กันถึงโต๊ะ ! จุดประกายจากเทรนด์สุกี้แห้งบนโลกโซเชียลในประเด็นที่ว่า “สุกี้แห้งต้องผัดมั้ย?” แบรนด์จึงหยิบอินไซต์นี้มาแตกไอเดีย ปลุกตำนานหม้อแดงในตำนานให้กลับมาผงาดอีกครั้ง พร้อมน้ำจิ้มสูตรลับเฉพาะ และชุดเมนูสุดคุ้ม เริ่มต้น 199 บาท
แคมเปญนี้คือการต่อยอดจากสิ่งที่ผู้บริโภคมีอยู่แล้ว ทั้งหม้อแดง ความคุ้นเคย และวัฒนธรรมการกินสุกี้ แล้วพลิกให้กลายเป็นประสบการณ์ใหม่ที่คนอยากแชร์ อยากลอง และอยากกลับมากินซ้ำ กลยุทธ์นี้จึงไม่ได้แค่ขายเมนูใหม่ แต่ยึดพื้นที่ในใจและในฟีดของคนรุ่นใหม่แบบจุก ๆ
ในมุมมองของแอดคิดว่า MK เล่นได้คมมาก เพราะการหยิบอินไซต์ดราม่า เทรนด์กินสุกี้แห้ง รวมถึงประสบการณ์ Interactive ที่ร้าน เมื่อปรุงรวมกันก็กลายเป็นสูตรการตลาดที่ลงตัวสุด ๆ บวกกับโปรฯ เด็ดจาก MK Restaurants x เป๋าตังเปย์ ที่มอบส่วนลดแบบจุก ๆ ให้ลูกค้านั้น ก็ช่วยเพิ่มยอดขายได้ด้วย ใครชอบกินสุกี้แห้ง งานนี้ต้องจัดแล้ว !
3. M-150 X LOTTE เปิดมิติใหม่ “หมากฝรั่งรส M-150” สร้างประสบการณ์ความสดชื่นแบบเคี้ยวได้
ใครอ่านข่าวนี้เชื่อว่าต้องขยี้ตา แล้วขออ่านอีกทีเพื่อความชัวร์ แต่อ่านไม่ผิดแต่อย่างใด เพราะนี่คือการจับมือของแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังสัญชาติไทย M-150 และแบรนด์หมากฝรั่งสัญชาติเกาหลี LOTTE ผสานสินค้าชูโรงออกมาเป็นนวัตกรรมครั้งใหม่ !
นั่นก็คือ "หมากฝรั่ง LOTTE x M-150 กลิ่นผลไม้รวม" หมากฝรั่งปราศจากน้ำตาล รูปแบบเม็ด รสชาติ M-150 ในคอนเซปต์ "เคี้ยวสนุก ปลุกความสดชื่น" ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์แอคทีฟ อยากเติมความสดชื่นระหว่างวันได้สะดวก พกพาง่าย และเข้าถึงได้ทุกที่
เรียกว่าเป็นกลยุทธ์ Collaboration ข้ามอุตสาหกรรมที่น่าสนใจสุด ๆ ทำให้ M-150 สามารถขยายสินค้าไปตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มวัยรุ่นยุคใหม่ พร้อมตอกย้ำตัวตนความไม่มีลิมิตของแบรนด์ได้อย่างชัดเจนเลยคร้าบ
4. PTG เปิดตัว “Subway Drive Thru” แห่งแรกในไทย ปักหมุดปั๊ม PT นครชัยศรี
ใครเป็นทาสรัก Subway นี่คือข่าวดีของคุณ ! เพราะตอนนี้ PTG ปักหมุด Subway Drive Thru สาขาแรกกลางปั๊มพีที นครชัยศรีแล้ว เพื่อรุกตลาดร้านอาหารบริการด่วน (Quick Service Restaurant : QSR) แบบไม่มีเบรก หวังเสริมความแกร่งให้ธุรกิจ Non-Oil โตแตะ 50% ภายในปี 2571
สาขา Drive Thru แห่งแรกตั้งอยู่ที่ PT Max Rest นครชัยศรี มาพร้อมฟังก์ชัน Drive Thru เต็มรูปแบบ ตกแต่งใหม่ด้วยโทนเขียวเหลือง มีพื้นที่นั่งอ่านหนังสือ ทำงาน และยังรีฟิลเครื่องดื่มได้ฟรี โดยจะเปิดให้บริการแบบทดลองตามช่วงเวลา โดยขณะนี้ยังรอการเปิดเต็มระบบของปั๊ม
สำหรับแอด นี่ไม่ใช่แค่เปิดทางให้คนซื้อสะดวกขึ้นเท่านั้น แต่เป็นแก้ Pain Point ที่ Subway เคยมี เช่น ขั้นตอนการสั่งที่ยุ่งยาก ซึ่งพอหันมาทดลองโมเดลร้าน Drive Thru แบบนี้ ก็น่าสนใจว่าจะเวิร์กต่อพฤติกรรมคนไทยมากกว่าเดิมไหม งานนี้เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปฮะ
เมื่อมองในภาพใหญ่ นี่คือการบุกตลาดที่ฉลาดมากของ PTG ที่เลือก Subway มาเป็นพันธมิตร เพราะช่วยเติมเต็มทั้งแบรนด์และไลฟ์สไตล์คนเดินทางได้ดี แถมเป็นการยกระดับปั๊มให้เป็น Destination มากกว่าการเติมน้ำมัน และหากโมเดล Drive Thru ครั้งนี้เวิร์ก ก็อาจปูทางให้ QSR ไทยเปลี่ยนเกมกันหมดเลยก็ได้
5. SUNTORY จับมือ กทม. และกล่องวิเศษ เปิดตัวโครงการ “แบรนด์เก็บกลับ” ปลุกพลังเยาวชนแยกขยะจากต้นทาง
นี่คือข่าวดีที่สายกรีนต้องว้าว ! ล่าสุด ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) เจ้าของผลิตภัณฑ์ “BRAND’S” จับมือกับ กรุงเทพมหานคร และ บริษัท กล่องวิเศษ จำกัด เปิดตัวโครงการ “แบรนด์เก็บกลับ” ปี 2568 ปลุกเยาวชนไทยให้ลุกขึ้นสู้กับขยะ ด้วยการเรียนรู้การคัดแยกอย่างถูกวิธีตั้งแต่ในโรงเรียน พร้อมแจกสื่อการสอนกว่า 450 ชุด พร้อมเฟ้นหาโรงเรียนต้นแบบ 10 แห่งในกรุงเทพฯ เพื่อสร้างพฤติกรรมการแยกขยะที่ยั่งยืน ส่งต่อองค์ความรู้จากนักเรียนสู่บ้านและชุมชน
ความน่าสนใจอยู่ที่การวางโรงเรียนเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง และใช้กลยุทธ์การเรียนรู้เชิงปฏิบัติ ผ่านค่ายเวิร์กชอป ระบบธนาคารขยะ และกิจกรรมต่อยอดสู่ครอบครัว ซึ่งสะท้อนแนวคิด Giving Back to Society และนโยบาย 3Rs ของแบรนด์ได้อย่างเป็นรูปธรรม
แอดว่าโครงการนี้สะท้อนถึง Creative CSR ที่ “เก็บกลับ” ได้ทั้งขยะและความเชื่อมั่นในแบรนด์ได้ครบทุกชิ้น เพราะไม่ใช่แค่โปรโมตผลิตภัณฑ์ แต่ยังลงมือสร้างระบบเปลี่ยนแปลงสังคมแบบจริงจัง ชัดเจน และยั่งยืนอีกด้วย
6. Instagram เพิ่มการรองรับโพสต์ภาพแนวตั้ง 3:4 แบบกล้องสมาร์ตโฟนแล้ว
สวรรค์ของคนรักการลงรูปได้เปิดประตูแล้ว ! ล่าสุด Instagram เพิ่มการรองรับภาพในอัตราส่วน 3:4 แบบเดียวกับกล้องสมาร์ตโฟนส่วนใหญ่ โดยไม่ต้องครอปหรือยืดภาพให้เสียฟีลอีกต่อไป
การอัปโหลดภาพแนวตั้ง 3:4 บน IG รองรับทั้งโพสต์ภาพเดี่ยวและ Carousel ซึ่งช่วยให้ครีเอเตอร์และแบรนด์ได้แสดงภาพแบบที่ถ่ายมายังไงก็เห็นแบบนั้น โดยไม่ต้องพึ่งแอปเสริมหรือเทคนิคเฉพาะได้ ซึ่งการเพิ่มตัวเลือกขนาดภาพแบบนี้ ทำให้มีความยืดหยุ่นในการดีไซน์มากขึ้น โดยเฉพาะกล้องมือถือที่ถ่ายภาพแนวตั้งแบบ 3:4 เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว
แม้จะเป็นการอัปเดตเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่แอดมองว่าสิ่งนี้สะท้อนถึงการเข้าใจความรู้สึกของผู้ใช้งานเป็นอย่างมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะคนที่ยังอินกับการโพสต์ภาพนิ่งอยู่ เพราะทำให้ภาพที่บรรจงถ่ายมาอย่างดีจากสมาร์ตโฟนไม่โดนลดทอนองค์ประกอบของภาพให้สูญหายไปนั่นเอง
7. WhatsApp ดึงฟีเจอร์ “Voice Chat” กลับมาอีกครั้ง ช่วยเพิ่มลูกเล่นในการพูดคุยในแบบที่แชตปกติทำไม่ได้
ใครยังจำ Clubhouse กันได้บ้าง ? นี่คือแพลตฟอร์มที่ทำให้การพูดคุยแบบสด ๆ กับคนแปลกหน้ากลายเป็นกระแสในช่วง WFH และตอนนี้ WhatsApp กำลังหยิบโมเมนต์นั้นกลับมา…แต่ในแบบที่เป็นตัวเอง
โดย WhatsApp ปล่อยฟีเจอร์ Voice Chat ให้ “ทุกกลุ่ม” ใช้งานได้ ไม่ต้องจำกัดเฉพาะกลุ่มใหญ่แบบเดิมอีกต่อไป ใครที่อยากแชตเสียงกันเมื่อไหร่ก็แค่ “สไลด์ขึ้น ค้างไว้ แล้วเริ่มพูดได้ทันที” ไม่ต้องเสียเวลากดเปลี่ยนเป็นวิดีโอ หรือออกจากแชตหลัก เรียกว่าเหมาะกับทั้งการดูบอลพร้อมกัน ทอล์กซีรีส์จบใหม่ หรือจะเมาท์ข่าววงในของแก๊งประจำก็ยังได้
โดยฟีเจอร์นี้จะ “ไม่เด้งแจ้งเตือน” หรือโทรหาใครโดยตรง เป็นเหมือน hangout room ที่ใครพร้อมค่อยเข้ามาได้ตลอด Voice Chat จะปักหมุดไว้ด้านล่างแชต มองเห็นง่าย และควบคุมได้แบบไม่หลุดจากบทสนทนา ใครที่คิดถึงโมเมนต์ Clubhouse หรือแค่เบื่อพิมพ์ในกลุ่ม ลองเปิดไมค์ดู แล้วคุณอาจจะติดใจเลยก็ได้
8. X เปิดตัวแชตใหม่ เวอร์ชัน Beta พร้อมก้าวสู่ระบบชำระเงินบน X
ใครเคยคิดว่า DM เป็นแค่ที่ทักทายหรือจีบกัน อาจต้องคิดใหม่ เพราะ Elon Musk เตรียมเปลี่ยน “แชท” ใน X ให้กลายเป็นระบบการเงินครบวงจรในแอปเดียว! โดย Beta แรกของ “Chat” เวอร์ชันใหม่เพิ่งเปิดให้ผู้ใช้บางกลุ่มลองแล้ว พร้อมความปลอดภัยที่เริ่มต้นด้วยการตั้งรหัส 4 หลักเหมือนตู้ ATM
ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่แค่ UX/UI ใหม่ แต่คือการวางรากฐานของ “ธนาคารบน X” ที่มาพร้อมฟีเจอร์สำคัญอย่าง End-to-End Encryption ที่เป็นหัวใจหลักของระบบ เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจเวลาโอนเงินหรือพูดคุยเรื่องธุรกรรมส่วนตัว โดยผู้ใช้อาจจะสามารถ เก็บเงินในแอป, โอนให้เพื่อน, หรือแม้แต่ใช้จ่ายผ่านระบบในแอป ได้ในอนาคต
9. YouTube เปิดตัว Side-by-Side Ads สำหรับ Livestreams โดยเฉพาะ
ถ้าเคยดูไลฟ์แล้วโดนโฆษณาตัดกลางทางจนหงุดหงิด ข่าวดีคือ YouTube กำลังแก้เกมด้วยฟีเจอร์ใหม่ “Side-by-Side Mid-Roll Ads” ที่โฆษณาจะโชว์ข้างไลฟ์แบบเนียน ๆ ไม่ขัดจังหวะภาพ โดยฟีเจอร์นี้เริ่มปล่อยให้ใช้บน CTV (ทีวีอัจฉริยะ) และเวอร์ชันเว็บแล้ว
Side-by-Side Ads จะเล่นโฆษณาในกรอบข้างขณะไลฟ์ยังดำเนินต่อไป โดย YouTube จะลดขนาดหน้าจอไลฟ์ลงชั่วคราว เสียงของไลฟ์จะถูก mute เพื่อให้เสียงโฆษณาชัดเต็ม และเมื่อจบโฆษณา หรือกดข้าม หน้าจอไลฟ์ก็จะขยายกลับเป็นปกติพร้อมเสียงเดิม
เรียกว่าเนียนแบบไม่เสียประสบการณ์ แต่ยังให้แบรนด์ได้พื้นที่โชว์ของแบบเต็ม ๆ ได้อีกด้วย
10. YouTube Shorts จับมือ Google Lens พัฒนาฟีเจอร์เสิร์ชระหว่างดูวิดีโอ
ใครที่ดู Shorts แล้วเคยสงสัยว่า “เสื้อที่เค้าใส่คือแบรนด์อะไร?” หรือ “โลเคชั่นในคลิปอยู่ที่ไหน?” ตอนนี้ YouTube กำลังปล่อยฟีเจอร์ใหม่ที่ให้คุณ "เสิร์ชทุกอย่างที่เห็นในคลิป" ได้ทันที ด้วยการผสานพลังจาก Google Lens เข้าไปใน Shorts แบบเนียน ๆ
โดยฟีเจอร์นี้ให้ผู้ชมกด “Pause” ระหว่างดู Shorts แล้วใช้ Google Lens ในการ “สแกนวัตถุ คน หรือสถานที่ในเฟรม” เพื่อเสิร์ชข้อมูลแบบ Visual Search ได้ทันที ไม่ว่าจะอยากรู้ว่าฉากนี้ถ่ายที่ไหน, อยากแปลภาษาที่อยู่ในคลิป, หรือแม้แต่ค้นหาว่าสินค้าที่ Creator ใช้อยู่ซื้อได้ที่ไหน ก็ทำได้หมด
การเชื่อม Google Lens กับ Shorts เป็นมากกว่าการกดค้นรูปแบบเดิม เพราะนี่คือการฝัง Visual Search เข้ากับฟีเจอร์ที่มี engagement สูงที่สุดในแพลตฟอร์ม ผู้ใช้งานแค่ “แตะที่จอ” ก็เลือกสิ่งที่ต้องการค้นหาในคลิปได้เลย ข้อมูลที่โชว์อาจมีทั้งแหล่งท่องเที่ยว, คำแปล, หรือสินค้าที่ใกล้เคียง แถมในบางเคสยังมี AI overview สรุปให้เห็นภาพรวมอีกด้วย.