โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เจ้าอาวาสวัดม่วง บางแค เปิดใจครั้งแรก หลังเงินสด 10 ล้านบาท-ทองคำน้ำหนัก 250 บาท หายไปจากกุฏิ

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 05.37 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 05.37 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(3 ก.ค.68) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เดินทางลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์เงินและทองคำของเจ้าอาวาสวัดม่วงหาย ตั้งแต่ช่วงเช้า พระราชวัชรพัฒนาทร เจ้าอาวาสวัดม่วง ได้เป็นผู้นำประชุมคณะสงฆ์ภายในอุโบสถหลังเก่า โดยภายหลังการประชุมเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ พระราชวัชรพัฒนาทร เจ้าอาวาสวัดม่วง ภายในอุโบสถหลังเก่า

ต่อมาหลังจากสำงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเข้าสอบข้อเท็จจริงกับเจ้าอาวาสเสร็จ ก็ได้นิมนต์เจ้าอาวาสไปชี้จุดในที่เกิดเหตุ โดยระหว่างที่กำลังนิมนต์เจ้าอาวาสไปยังจุดเกิดเหตุนั้น สื่อมวลชนได้สอบถามข้อเท็จจริงกับเจ้าอาวาส ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เจ้าอาวาสได้ออกมาให้ข้อมูล หลังจากเกิดเรื่อง พระราชวัชรพัฒนาทร เจ้าอาวาสวัดม่วง ชี้แจ้งถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกรณีเงินสดประมาณ 10 ล้านบาท และ ทองคำน้ำหนัก 250 บาท ยืนยันว่า เงินและทองคำที่สูญหายเป็นทรัพย์สินส่วนตัวไม่ใช่ของวัด “ผมเก็บเอง ใช้เอง ตั้งใจนำไปทำบุญ แจกเด็กนักเรียน และใช้ในการหล่อพระทองคำ”

โดยเงินจำนวนดังกล่าวถูกนำออกจากธนาคารโดย มีนายเดี่ยวและนายเบียร์ เดินทางไปที่ธนาคารด้วย โดยเงินได้นำใส่กระเป๋า และเมื่อ เดินทางกลับมาถึงกุฏิ อาตมาได้เอาไว้ใต้โต๊ะ ซึ่งเอาผ้าคลุมไว้ ส่วนสาเหตุที่ไม่เอาเงินเข้าตู้เซฟเพราะว่าตู้เซฟเต็ม อีกทั้งไม่มีใครทราบจุดซ่อนเงิน ยกเว้นตนเอง

ก่อนหน้านี้ก็เคยเกิดเหตุทรัพย์สินที่วัดหายมาแล้ว 1 ครั้ง เป็นทองคำ น้ำหนัก 300 บาท โดยหายไป 50 บาท แต่อาตมาไม่ได้แจ้งความ เพราะว่า ไม่ต้องการให้เกิดความวุ่นวาย และเกรงจะทำให้วัดเสียชื่อเสียง “ยอมเสียเงิน ดีกว่าเสียชื่อเสียงวัดที่สะสมมา 50 กว่าปี”

ต่อมาเมื่อถูกถามถึงระบบกล้องวงจรปิด หลวงพ่อเปิดเผยว่า สาเหตุที่กล้องเปิดไม่ได้ เพราะกลัวว่าจะมีภาพที่ไม่เหมาะสมหลุดออกไป ซึ่งกล้องจะใช้เวลาที่ตนเดินทางไปต่างประเทศตนก็จะเปิดใช้งานตามปกติ

ขณะเดียวกันหลวงพ่อยังปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับผู้ที่กล่าวหา (พระนิทัศน์) พร้อมระบุว่าอาจเป็นเพราะ ความขัดแย้งส่วนตัว กับพระบางรูปที่ถูกตัดชื่อออกจากวัด สาเหตุมาจากพระรูปดังกล่าวประพฤติชั่ว

ซึ่งพระรูปดังกล่าวเคยกล่าวไว้ว่า จะรอวันที่อาตมาพลาด ถึงแม้จะผ่านมาเป็นระยะเวลา 10 ปีก็จะเล่นงาน

ในช่วงท้าย หลวงพ่อย้ำความบริสุทธิ์ใจ พร้อมให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมด และยืนยันว่า บัญชีวัดกับบัญชีส่วนตัวแยกชัดเจน มีคณะกรรมการวัดเป็นผู้ดูแล “ผมไม่กลัวการตรวจสอบ ผมไม่ได้ทำผิดอะไร”

เมื่อถูกถามว่าอยากได้เงินทองที่หายไปคืนหรือไม่ หลวงพ่อตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า “แน่นอนอยากได้คืน จะได้นำไปทำบุญสร้างประโยชน์ต่อสังคม”

เหตุการณ์นี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งจะต้องพิสูจน์ทรัพย์สินและเส้นทางการเงินตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...