โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐผ่านกฎหมายภาษีใหม่ ขยายเพดานเงินกู้ เสี่ยงกระทบระยะยาว

PostToday

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 18.03 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 00.58 น.

รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ผ่านร่างกฎหมายลดภาษีและเพิ่มงบประมาณ ซึ่งช่วยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่สหรัฐฯ จะผิดนัดชำระหนี้ในระยะใกล้ แต่กลับสร้างความกังวลในระยะยาวเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการคลังและหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น

ร่างกฎหมายดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ โดยขยายมาตรการลดภาษีที่เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2017 เพิ่มการใช้จ่ายในด้านความมั่นคงชายแดนและกองทัพ รวมถึงมีการปรับลดงบประมาณของโครงการ Medicare และ Medicaid อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะส่งผลให้หนี้ของรัฐบาลกลางเพิ่มขึ้นอีกหลายล้านล้านดอลลาร์ในทศวรรษหน้า

หนึ่งในมาตรการสำคัญของร่างกฎหมาย คือการขยายเพดานการกู้ยืมของรัฐบาลจาก 36.1 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นอีก 5 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคมหรือต้นเดือนกันยายนนี้

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายมองว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นสัญญาณลบต่อสุขภาพทางการคลังในระยะยาวของประเทศ โดยสำนักงานงบประมาณรัฐสภา (CBO) ประเมินว่า จะทำให้รายได้ภาษีลดลง 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ และทำให้มีประชาชนมากถึง 10.9 ล้านคน สูญเสียสิทธิประกันสุขภาพของรัฐบาลกลางในทศวรรษหน้า

บรรดานักลงทุนกังวลว่า หนี้ภาครัฐที่เพิ่มขึ้นจะลดทอนประสิทธิภาพของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่กฎหมายนี้พยายามผลักดัน แม้ว่าจะมีมาตรการสนับสนุนให้ภาคธุรกิจสามารถหักค่าใช้จ่ายด้านเครื่องจักรและวิจัยพัฒนาได้เต็มจำนวนก็ตาม

บริษัทบริหารการลงทุน BlackRock เตือนว่า ความต้องการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จากนักลงทุนต่างชาติลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต

ผู้เชี่ยวชาญบางรายยังระบุว่า ความกังวลในตลาดตราสารหนี้มีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มนักลงทุนที่เรียกว่า “bond vigilantes” ซึ่งมักจะตอบสนองต่อความเสี่ยงทางการคลังด้วยการเทขายพันธบัตร ทำให้ต้นทุนการกู้ยืมพุ่งสูง

ในด้านบวก ร่างกฎหมายนี้ช่วยคลายความกังวลในระยะสั้นเกี่ยวกับการผิดนัดชำระหนี้ของสหรัฐฯ โดยส่งผลให้ดอกเบี้ยพันธบัตรที่ครบกำหนดในเดือนสิงหาคมเริ่มลดลง อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาของตลาดการเงินโดยรวมยังค่อนข้างสงบ เนื่องจากนักลงทุนได้คาดการณ์การขาดดุลงบประมาณไว้ล่วงหน้าแล้ว

แม้ตลาดหุ้นจะตอบรับในเชิงบวก โดยดัชนี S&P 500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและความคืบหน้าในข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ แต่ตลาดตราสารหนี้ยังคงจับตามองปัจจัยเสี่ยงจากภาวะการคลังของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...