อิศเรศ แนะ 3 ทางเลือก นายกฯอิ๊งค์ พาประเทศไปต่อ ป้องรัฐประหาร-โศกนาฏกรรมเศรษฐกิจ
อิศเรศ แนะ 3 ทางเลือก นายกฯอิ๊งค์ พาประเทศไปต่อ ป้องรัฐประหาร-โศกนาฏกรรมเศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต แสดงความเห็นส่วนตัวต่อกรณี คลิปเสียงของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฮุนเซน อดีตนายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชา และประธานวุฒิสภากัมพูชา ซึ่งมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศไทยและมีผลทำให้พรรคภูมิใจไทย ออกแถลงการณ์ประกาศถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล ว่า ปัญหาความขัดแย้งบริเวณชายแดนระหว่างไทยกับเพื่อนบ้านเวลานี้ ดูเหมือนจะลุกลามบานปลายออกไปมากกว่าที่คิดหนทางการแก้ไขปัญหาก็ยิ่งดูแคบลง แต่ก็ยังพอมีทางออก
โดยกระบวนการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งดังกล่าว ได้กลายมาเป็นประเด็นทางการเมืองภายในประเทศของไทยเสียเองเพราะการพยายามหาทางออกของผู้นำฝ่ายไทย ที่เป็นการคุยส่วนตัว กับผู้นำทางจิตวิญญาณของเขา กลับถูกนำมาเผยแพร่ออกสู่สาธารณะ จนเป็นประเด็นที่อ่อนไหวทางการเมือง ยิ่งเวลานี้อาจจะส่งผลกระทบต่อตำแหน่งความเป็นผู้นำของประเทศไทย และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเมืองของไทยได้ด้วย
นายอิศเรศกล่าวว่า ดังนั้น ความมั่นคงทางการเมือง ตามระบบแบบแผนของรัฐธรรมนูญและเป็นประชาธิปไตย เป็นปัจจัยสำคัญหนึ่ง ที่สร้างความเชื่อมั่นในทางเศรษฐกิจ ในหมู่นักลงทุนและนักธุรกิจทั่วไปทุกระดับ หากการเมืองในประเทศไม่มั่นคง ย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสืบเนื่องไปด้วยเช่นกัน
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร หากจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงใดๆในทางการเมืองขึ้น ต่อจากนี้ไป ก็ขอให้เป็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองตามระบบ มิใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงด้วยอำนาจนอกระบบ เช่นการรัฐประหาร ตามที่กลุ่มคนบางกลุ่มกำลังเรียกร้อง
นายอิศเรศกล่าวว่า ทั้งนี้ภาคเอกชน ต้องการให้ปัญหาทางการเมือง ถูกแก้ไขด้วยกลไกทางการเมืองตามครรลองเท่านั้น ไม่เช่นนั้น ภาพของโศกนาฏกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ในช่วงเวลา 8-9 ปี ที่ปกครองด้วยวิธีการนอกระบบและนอกครรลอง จะกลับมาให้เห็นอีกครั้ง เชื่อว่า คงไม่มีใครต้องการเห็นภาพเหล่านั้นอีก ทั้งนี้ ทางเลือกของผู้นำประเทศในภาวะวิกฤติและภายใต้กติกาที่มีอยู่เวลานี้มีอยู่ 3 ทางเลือก คือ
1. นายกฯยังคงกัดฟันอยู่ในตำแหน่งต่อไป และปรับคณะรัฐมนตรี
2. นายกฯลาออก แล้วให้สภาเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่พร้อมคณะรัฐมนตรีใหม่เข้ามาทำหน้าที่นี้
3. ยุบสภา เพื่อให้ประชาชนเลือกผู้แทนของตัวเองใหม่และกลับมาเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่
นายอิศเรศ กล่าวว่า 3 ทางเลือกนี้เท่านั้น ที่จะทำให้ประเทศยังพอที่จะเดินหน้าต่อไปได้ ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของโลกที่กำลังเผชิญอยู่เวลานี้ ทั้งปัญหาสงครามในตะวันออกกลาง ( อิสราเอล – อิหร่าน ) ปัญหาสงครามในยุโรบตะวันออก ( รัสเซีย – ยูเครน ) ปัญหาภาษี Trump ที่จะมีผลต่อประเทศไทยในต้นเดือนกรกฎาคมนี้แล้ว ปัญหาการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่ลดน้อยลง และรวมถึงปัญหาชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา ที่ยังแก้กันไม่จบ จนส่งผลกระทบต่อรายได้จากการที่ส่งออก ที่อาจส่งผลกระทบไปถึงการเติบโตของ GDP ของประเทศในภาพรวมได้ อีก
นายอิศเรศกล่าวว่า ปัญหาของประเทศไทยเวลานี้ ยังมิได้มีเฉพาะปัญหาทางเศรษฐกิจเท่านั้น ยังมีปัญหาทางสังคม ที่เป็นปัญหาอันส่งผลต่อศักยภาพของคนในประเทศอีกหลายประการที่รอการแก้ไข อาทิ ปัญหายาเสพติด ปัญหาการศึกษา และที่จะลืมกันไม่ได้อีกประการหนึ่งคือ ปัญหากระบวนการทางการเมือง ของการได้มาซึ่ง สว.สายสีน้ำเงิน ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมแล้ว
“เราจึงหวังว่า การจัดการปัญหาทางการเมืองของไทยในช่วงเวลานี้ คงจะลุล่วงไปได้ ด้วยกติกาที่กำหนดไว้แล้วในรัฐธรรมนูญและสิ่งที่เราหวังมากที่สุดคือ ภายใต้วิกฤตการเมืองขณะนี้ จะทำให้เราได้ผู้นำประเทศ รวมถึงคณะผู้ร่วมบริหารประเทศ – คณะรัฐมนตรี ที่มีขีดความสามารถ มีวุฒิภาวะ มีธรรมาภิบาลเต็มเปี่ยม ไม่มีการเมืองต่างตอบแทน ไม่มีการเมืองแบบอุปถัมภ์ แตกต่างจากคณะผู้บริหารประเทศ 2 ชุดที่ผ่านมา”นายอิศเรศกล่าว
นายอิศเรศกล่าวว่า ทั้งนี้ เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐบาลที่มีคุณภาพ เข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศ และนำพาประเทศฝ่าวิกฤตต่างๆครั้งนี้ไปได้ อย่างตลอดรอดฝั่ง ให้จงได้จึงหวังอีกครั้งว่า เสียงสะท้อนเล็กๆนี้ จะดังไปถึงผู้ที่อยู่ในสมการทางการเมืองของไทยและรับฟังข้อเสนอนี้อย่างจริงจัง ถึงเวลาที่เราควรจะมีการเมืองและนักการเมืองแบบ ”ธรรมาภิบาล“ ได้แล้วครับ เพราะวิกฤติของประเทศยังมีอีกมาก ที่รอ“มืออาชีพ” เข้าไปแก้ไข
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อิศเรศ แนะ 3 ทางเลือก นายกฯอิ๊งค์ พาประเทศไปต่อ ป้องรัฐประหาร-โศกนาฏกรรมเศรษฐกิจ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th