โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พืชอะไรบ้างที่ช่วยฟอกอากาศในบ้านให้บริสุทธิ์? ดูดซับสารพิษได้จริงหรือไม่?

Homeday

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 05.18 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 04.44 น.

ในยุคที่มลภาวะทางอากาศกลายเป็นปัญหาสำคัญ ไม่เพียงแต่ภายนอกอาคารเท่านั้น แต่ภายในบ้านของเราเองก็มีมลพิษสะสมอยู่มากมาย ทั้งจากเฟอร์นิเจอร์ สีทาบ้าน ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และสารเคมีต่างๆ ที่ระเหยปะปนในอากาศที่เราหายใจ การปลูกต้นไม้ในบ้านจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยงามแล้ว ยังมีคุณสมบัติในการฟอกอากาศและดูดซับสารพิษได้อีกด้วย มาดูกันว่ามีพืชชนิดใดบ้างที่ช่วยทำให้อากาศในบ้านของเราบริสุทธิ์ขึ้นได้

พืชฟอกอากาศทำงานได้อย่างไร?

พืชมีกระบวนการทางธรรมชาติที่เรียกว่า “ไฟโตรีมีดิเอชัน” (Phytoremediation) ซึ่งเป็นกระบวนการที่พืชใช้ในการกำจัดสารพิษออกจากสิ่งแวดล้อม พืชสามารถฟอกอากาศได้ผ่านหลายวิธี ได้แก่ การดูดซับ การเจือจาง การตกตะกอน และการกรอง นอกจากนี้ พืชยังมีกระบวนการสังเคราะห์แสงที่ช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และปล่อยออกซิเจนออกมา ทำให้อากาศสดชื่นขึ้น

การศึกษาที่มีชื่อเสียงโดยองค์การนาซ่าในช่วงปลายทศวรรษ 1980 ได้ค้นพบว่าพืชหลายชนิดสามารถดูดซับสารพิษในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ใช่เพียงแค่ใบเท่านั้นที่ทำหน้าที่นี้ แต่ทั้งระบบของพืช ทั้งราก ดิน และจุลินทรีย์ในดินปลูก ล้วนมีส่วนช่วยในการย่อยสลายสารมลพิษ

10 พืชที่ช่วยดูดซับสารพิษและฟอกอากาศในบ้าน

1. แววมยุรา (Wishbone Flower)

แววมยุรา หรือเทอราเนีย (Torenia fournieri) เป็นไม้ล้มลุกที่มีดอกสวยงามหลากสี เช่น แดง ชมพู และม่วง นอกจากความสวยงามแล้ว แววมยุรายังมีคุณสมบัติในการรักษาความชุ่มชื้นในอากาศและช่วยดูดซับสารพิษต่างๆ ได้ดี การดูแลก็ไม่ยาก เพียงปลูกในดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี และให้ได้รับแสงแดดรำไรตลอดทั้งวัน

2. เบญจมาศ (Chrysanthemum)

เบญจมาศ (Chrysanthemum morifolium) เป็นพืชที่มีดอกสวยงามหลากสี และมีความสามารถในการกรองอากาศที่เป็นมลพิษ โดยเฉพาะกลิ่นจากสีทาบ้าน กาว พลาสติก และผงซักฟอก นอกจากนี้ เบญจมาศยังสามารถดูดซับสารพิษอันตรายหลายชนิด เช่น ไตรคลอโรเอทิลีน ฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซีน ไซลีน และแอมโมเนีย การดูแลเบญจมาศต้องวางให้ได้รับแสงแดดโดยตรงและหมั่นรดน้ำอย่าให้ขาด

3. เยอบีร่า (Gerbera Daisy)

เยอบีร่า (Gerbera jamesonii) เป็นไม้ดอกที่มีสีสันสวยงาม มีคุณสมบัติโดดเด่นในการดูดสารพิษจากอากาศในอาคาร และสามารถคายความชื้นได้สูง เยอบีร่าสามารถดูดซับสารพิษอย่างไตรคลอโรเอทิลีน ฟอร์มาลดีไฮด์ และไซลีน การดูแลเยอบีร่าต้องรดน้ำปานกลาง ไม่ให้แฉะ และตั้งไว้ในที่ที่มีแสงแดดจัด

4. กล้วยไม้สกุลหวาย (Dendrobium Orchid)

กล้วยไม้สกุลหวาย (Dendrobium Orchid) เป็นพันธุ์กล้วยไม้ยอดนิยมในประเทศไทย มีดอกสวยงามและใบสีเขียวเข้มหนา จุดเด่นของกล้วยไม้สกุลหวายคือความสามารถในการดูดซับสารพิษอย่างอะซิโตน คาร์บอนไดออกไซด์ และฟอร์มาลดีไฮด์ ซึ่งเป็นสารที่พบในน้ำยาล้างเล็บ การดูแลง่ายๆ เพียงรดน้ำวันละครั้งและแขวนไว้ในที่ที่มีแสงแดดรำไร

5. กุหลาบพันปี (Azalea)

กุหลาบพันปี หรืออาซาเลีย (Rhododendron moulmeinense Hook) เป็นไม้ต้นขนาดเล็กกึ่งพุ่ม มีดอกออกเป็นช่อสีเหลืองแดง กุหลาบพันปีมีความสามารถในการดูดซับกลิ่นต่างๆ ภายในบ้าน เช่น กลิ่นเหม็นจากเฟอร์นิเจอร์ไม้อัด ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากโฟม และพลาสติก การดูแลไม่ยาก เพียงตั้งไว้ในที่ที่มีแสงแดดส่องไม่ค่อยถึงและอุณหภูมิต่ำ รดน้ำให้พอชุ่มชื้นแต่ไม่แฉะ

6. กุหลาบหิน (Kalanchoe)

กุหลาบหิน (Kalanchoe blossfeldiana) เป็นไม้ทรงพุ่มเตี้ย โตเร็ว มีใบอวบน้ำและดอกหลากสี เช่น แดง ส้ม ชมพู เหลือง กุหลาบหินมีคุณสมบัติในการดูดสารพิษได้เล็กน้อย แต่ก็ช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในบ้านได้ การดูแลง่าย โตได้ดีในดินทุกชนิด ต้องการแสงแดดจัด ความชื้นปานกลาง และน้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

7. หน้าวัวเปลวเทียน (Lady Jane)

หน้าวัวเปลวเทียน (Anthurium Lady Jane) เป็นไม้พุ่มเตี้ย มีดอกชูช่อขึ้นมา มีลักษณะแปลกและมีสีสันสดใสหลากหลาย หน้าวัวเปลวเทียนสามารถดูดซึมสารพิษและคายความชื้นได้พอสมควร นอกจากนี้ ยังช่วยกรองสารพิษอย่างฟอร์มาลดีไฮด์ แอมโมเนีย และโทลูอีนออกจากอากาศ การดูแลไม่ยาก โดยจะโตได้ดีในที่ร่มหรือมีแสงรำไร ลมไม่แรง ชอบความชื้นแฉะสูง

8. เดหลี (Peace Lily)

เดหลี (Spathiphyllum Clevelandii) เป็นไม้ยอดฮิตในการแต่งสวน มีใบสีเขียวเข้มเป็นมันวาว และดอกสีขาวแกมเหลือง เดหลีมีคุณสมบัติเด่นในการดูดซับสารพิษจำพวกแอลกอฮอล์ อะซิโตน ไตรคลอโรเอทิลีน เบนซีน ฟอร์มาลดีไฮด์ และโทลูอีน การศึกษาของนาซ่าพบว่าเดหลีเป็นหนึ่งในพืชที่มีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดสารพิษในอากาศ การดูแลไม่ยุ่งยาก เพียงตั้งไว้ให้โดนแดดรำไร รดน้ำปานกลาง และบำรุงด้วยปุ๋ยน้ำเดือนละ 2 ครั้ง

9. บีโกเนียใบมัน (Wax Begonia)

บีโกเนียใบมัน (Begonia semperflorens) เป็นไม้ดอกที่มีใบสีเขียวสวย เป็นมันเงา มีขน และมีลักษณะคล้ายหัวใจเบี้ยว7ดอกมีสีสันสดใสหลากหลาย เช่น แดง ชมพู ส้ม ขาว บีโกเนียมีความสามารถในการดูดสารพิษและคายความชื้นเล็กน้อย การดูแลไม่ยาก โดยจะโตได้ดีในที่ร่มรำไร ไม่ต้องการแสงมาก ชอบดินร่วนซุย เก็บความชื้นได้ดี

10. มังกรคาบแก้ว (Christmas Cactus)

มังกรคาบแก้ว หรือคริสต์มาส แคคตัส (Schlumbergera) เป็นไม้อวบน้ำในกลุ่มกระบองเพชร มีความสวยงามทั้งต้น ใบ และดอก มังกรคาบแก้วมีคุณสมบัติโดดเด่นในการดูดซับสารพิษในอากาศ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซีน และไตรคลอโรเอทิลีน การดูแลง่าย เพียงปลูกในดินที่ระบายน้ำและอากาศได้ดี รดน้ำตอนดินแห้งเล็กน้อย ชอบแสงสว่างพอสมควร แต่ไม่จัดเกินไป

ความจริงเกี่ยวกับประสิทธิภาพของพืชในการฟอกอากาศ

แม้ว่าพืชจะมีคุณสมบัติในการฟอกอากาศ แต่มีข้อควรพิจารณาเกี่ยวกับประสิทธิภาพที่แท้จริง องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมสหรัฐ (EPA) ได้ออกมาชี้แจงว่า เพื่อให้ได้ผลเหมือนในการทดลองของนาซ่า จะต้องใช้พืชถึง 680 ต้นในบ้านหนึ่งหลัง อย่างไรก็ตาม การศึกษาล่าสุดในปี 2023 พบว่า ผนังพืชสีเขียวที่มีพืชหลากหลายชนิดสามารถกำจัดสารมลพิษที่เป็นอันตรายได้ถึง 97% ภายในเวลาเพียง 8 ชั่วโมง

นอกจากการฟอกอากาศแล้ว พืชยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย เช่น:

  • เพิ่มความคิดสร้างสรรค์และผลิตภาพในการทำงาน
  • เพิ่มสมาธิและความจำ
  • ลดความเครียดและความเหนื่อยล้า
  • ลดความดันโลหิต
  • ลดอาการปวดหัวและเหนื่อยล้าได้ถึง 20-25%

สรุป

การปลูกพืชในบ้านเป็นวิธีที่ดีในการปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในบ้าน แม้ว่าพืชอาจไม่สามารถกำจัดสารพิษทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์ แต่ก็มีส่วนช่วยในการลดปริมาณสารพิษและเพิ่มออกซิเจนในอากาศ นอกจากนี้ พืชยังช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศ ลดความเครียด และสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายภายในบ้าน

การเลือกปลูกพืชที่มีคุณสมบัติในการฟอกอากาศ เช่น แววมยุรา เบญจมาศ เยอบีร่า กล้วยไม้สกุลหวาย กุหลาบพันปี กุหลาบหิน หน้าวัวเปลวเทียน เดหลี บีโกเนียใบมัน และมังกรคาบแก้ว จึงเป็นทางเลือกที่ดีในการปรับปรุงคุณภาพชีวิตและสุขภาพของเราในระยะยาว

#สาระ #พืชฟอกอากาศ #ต้นไม้ในบ้าน #ดูดซับสารพิษ #อากาศบริสุทธิ์ #สุขภาพ #แววมยุรา #เบญจมาศ #เยอบีร่า #กล้วยไม้ #กุหลาบพันปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...