โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ณัฐพงษ์’ จี้ ‘แพทองธาร’ ยุบสภา ชี้คลิปเสียงหลุดทำลายความเชื่อมั่น

The Bangkok Insight

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 11.01 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 10.56 น. • The Bangkok Insight

"ณัฐพงษ์" จี้ "แพทองธาร" ยุบสภา คืนอำนาจประชาชน ชี้คลิปเสียงหลุดทำลายความเชื่อมั่น การบริหารงานไร้วุฒิภาวะ

วันนี้ (18 มิถุนายน) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ - Natthaphong Ruengpanyawut’ โดยแสดงความเห็นต่อคลิปเสียงบทสนทนาของผู้นำไทย-กัมพูชา และข้อเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร

ระบุว่า “จากกรณีคลิปเสียงสนทนาบางส่วนระหว่างคุณแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย กับนายฮุน เซน ประธานองคมนตรีและประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่เผยแพร่ออกมาวันนี้ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาชน ผมมีความเห็นและข้อเรียกร้องต่อคุณแพทองธาร ชินวัตร ดังนี้

ยุบสภา

1. ผมเห็นเช่นเดียวกับท่านนายกรัฐมนตรีว่า เป้าหมายในการบริหารจัดการปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา คือ การกลับสู่ภาวะปกติและสันติภาพระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ขยายความขัดแย้งจนกระทบต่อพี่น้องประชาชนของทั้งสองประเทศ

2. การเจรจาพูดคุยเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ สามารถทำได้ทั้งผ่านช่องทางที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ แต่ผมก็คาดหวังว่า คุณแพทองธารจะสื่อสารกับผู้นำของประเทศเพื่อนบ้านอย่างมีวุฒิภาวะและมีเกียรติภูมิในฐานะนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย เพื่อแก้ไขปัญหาของส่วนรวม ไม่ใช่สื่อสารในฐานะหลานสาวของผู้นำประเทศเพื่อนบ้านเพื่อแก้ไขปัญหาการเมืองส่วนตัว

3. การแสวงหาความร่วมมือกันระหว่างรัฐบาลไทย-กัมพูชาเพื่อลดความตึงเครียดตามแนวชายแดนและคืนชีวิตความเป็นอยู่อันปกติสุขให้แก่ประชาชนทั้งสองประเทศเป็นสิ่งที่ดี โดยหากคุณแพทองธารไม่ต้องการแค่ลดแรงกดดันทางการเมืองต่อตัวเองเฉพาะหน้าเท่านั้น สิ่งที่ผมคาดหวังจะได้ยินจากนายกรัฐมนตรีไทยในการพูดคุยกับผู้นำของกัมพูชาด้วย แต่กลับไม่ได้ยิน คือการโน้มน้าวให้ผู้นำกัมพูชาเห็นว่า การนำข้อพิพาทเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชาไปสู่ศาลโลกนั้น ไม่ใช่วิธีการที่ดีที่สุดในการแก้ไขข้อพิพาทระหว่างประเทศเพื่อนบ้านโดยยังรักษาความรู้สึกที่ดีต่อกัน ดังนั้นควรใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่แล้ว และช่วยกันลดบรรยากาศที่อาจทำให้ประชาชนของทั้งสองประเทศเกลียดชังต่อกัน

4. ส่วนสิ่งที่ไม่ควรออกจากปากผู้นำไทยคือการสื่อสารกับผู้นำของประเทศเพื่อนบ้านว่ากองทัพไทยเป็นฝ่ายตรงข้ามทั้งกับรัฐบาลไทยและกัมพูชา ทั้งๆ ที่คุณแพทองธารเป็นคนแถลงต่อสาธารณะเองหลายครั้งว่ารัฐบาลมอบหมายให้กองทัพตัดสินใจเกี่ยวกับมาตรการเปิดปิดด่าน และไม่มีความแตกแยกระหว่างกองทัพกับรัฐบาล

5. ผมตระหนักดีว่า มีบุคคลบางกลุ่มต้องการขยายความขัดแย้งและฉวยใช้สถานการณ์ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตนเองทั้งในไทยและในกัมพูชา ผมไม่อยากเห็นฝ่ายใดฉวยโอกาสนี้ไปทำให้กองทัพมีอำนาจเหนือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง รวมทั้งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองด้วยวิถีทางที่ไม่เป็นประชาธิปไตย

ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดในการป้องกันสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ คือนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลต้องแสดงบทบาทนำในการคลี่คลายความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชาให้ได้โดยเร็ว โดยจำกัดบทบาทของกองทัพให้ปฏิบัติหน้าที่และสื่อสารเฉพาะที่รัฐบาลสั่งการเท่านั้น

ยุบสภา

6. นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลจะมีบทบาทนำในการคลี่คลายสถานการณ์ไทย-กัมพูชาได้ ก็ต้องดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ เท่าทันสถานการณ์ และแสดงออกให้ประชาชนเชื่อมั่นหรือไว้วางใจ แต่บทสนทนาที่ปรากฏในคลิปเสียงระหว่างคุณแพทองธาร กับนายฮุน เซน กลับยิ่งทำลายความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของพี่น้องประชาชนต่อนายกรัฐมนตรีของพวกเขาลงอย่างสิ้นเชิง

“หากนายกรัฐมนตรีไม่สามารถฟื้นฟูความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของประชาชนไทยให้กลับมาได้โดยเร็ว ผมขอเรียกร้องให้คุณแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แสดงความรับผิดชอบทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตยด้วยการยุบสภา เพื่อคืนอำนาจให้แก่ประชาชน และเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลบางกลุ่มปลุกปั่นความผิดพลาดของคุณแพทองธารให้บานปลาย จนนำไปสู่สถานการณ์ที่ไม่เป็นผลดีต่อระบอบประชาธิปไตยของเรา”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...