เทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผ่าตัด และยกระดับคุณภาพชีวิต
หุ่นยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI กำลังมีบทบาทสำคัญในวงการแพทย์ โดยศัลยแพทย์ใช้หุ่นยนต์ช่วยในการผ่าตัดที่ซับซ้อน Dr. Fan Shicai แพทย์โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยการแพทย์ภาคใต้แห่งที่ 3 เมืองกว่างโจว กล่าวว่า หุ่นยนต์สามารถผ่าตัดกระดูกด้วยความแม่นยำสูง ในระยะเวลาที่สั้นลง จากเดิมแพทย์ต้องใช้เวลาผ่าตัดถึง 5 ชั่วโมง แต่ตอนนี้ใช้เวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น แพทย์บอกว่า การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์มีความแม่นยำระดับ 0.1 มิลลิเมตร
Wu ผู้เข้ารับการผ่าตัดกระดูกเชิงกรานแตก จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ สามารถกลับบ้านได้ ภายในไม่กี่วันหลังการผ่าตัด เธอบอกว่า หลังผ่าตัดรู้สึกสบายดี ฟื้นตัวเร็ว เพียง 3 วันก็กลับมามีแรงอีกครั้ง
ตลาดโลกสำหรับหุ่นยนต์ผ่าตัดกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว คาดว่า ภายในปี 2030 จะมีมูลค่าสูงถึง 60,000 ล้านดอลลาร์ (1.9 ล้านล้านบาท) ในระยะยาว การเปลี่ยนจากการใช้หุ่นยนต์นำเข้ามาใช้หุ่นยนต์ที่ผลิตในประเทศจะช่วยลดต้นทุนได้อย่างมาก
Liu Cundong ผู้อำนวยการแผนกระบบทางเดินปัสสาวะ กล่าวว่า หุ่นยนต์ตัวนี้เป็นรุ่นนำเข้า แต่ทางโรงพยาบาลก็มีรุ่นที่ผลิตในจีน ผู้ป่วยอาจต้องจ่ายเพิ่มประมาณ 20,000 หยวน (92,000 บาท) แต่ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
ขณะที่ศูนย์ฝึกอบรมในภาคใต้ของจีนกำลังฝึกอบรมแพทย์ให้ใช้งานหุ่นยนต์ Li Cheng ผู้อำนวยการโรงพยาบาล กล่าวว่า โรงพยาบาลท้องถิ่นไม่ค่อยมีโอกาสทำการผ่าตัดที่ซับซ้อน แต่เมื่อมีหุ่นยนต์มาช่วย แพทย์สามารถทำงานได้ไม่ต่างจากผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ
เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้คน ในอนาคต อาจช่วยลดความจำเป็นในการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล เช่น การเดินขึ้นเขาที่ต้องใช้แรงมาก อาจกลายเป็นเรื่องง่าย ด้วยเอ็กโซสเกเลตันช่วยปีนเขา (Hiking-assist Exoskeleton) ซึ่งช่วยลดแรงกดบนข้อต่อ
เอ็กโซสเกเลตันระดับไฮเอนด์บางรุ่นมีน้ำหนักเพียง 2 กิโลกรัม และสามารถติดตั้งเซนเซอร์อัจฉริยะเพื่อติดตามการเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ รองรับการเดินถึง 20,000 ก้าว เหมาะสำหรับใช้ในคลังสินค้า การดับเพลิง และกายภาพบำบัด
เทคโนโลยีนี้ยังช่วยตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัย โดยปีที่ผ่านมา จีนมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 310 ล้านคน ในจำนวนนี้ราว 35 ล้านคน ประสบปัญหาการเคลื่อนไหว รัฐบาลจึงสนับสนุนการใช้เอ็กโซสเกเลตันในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังเข้ามาแทนที่แรงงานในงานที่อันตราย ซ้ำซาก หรือไม่สามารถคาดเดาได้ เช่น การประกอบรถยนต์ไปจนถึงการช่วยชีวิต อย่างโรงงาน ZEEKR Intelligent Factory ในมณฑลเจ้อเจียง เป็นโรงงานแห่งแรกของโลกที่มีทีมงานหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทำงานร่วมกันในสายการผลิต หุ่นยนต์นี้พัฒนาโดย UBTech Robotics สามารถเรียนรู้การทำงานจริง และสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานผ่านเครือข่ายสมอง AI ขั้นสูง
ด้วยการพัฒนาอย่างรวดเร็ว หุ่นยนต์เหล่านี้จะสามารถทำงานได้เทียบเท่ามนุษย์ โดยมีข้อได้เปรียบที่หุ่นยนต์ไม่ต้องกิน ไม่ต้องพัก Tan Min ประธานฝ่ายแบรนด์ของ UBTech Robotics กล่าวว่า ปัจจุบัน หุ่นยนต์สามารถวิ่งได้ถึง 12 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถวิ่งฮาล์ฟมาราธอน บริษัทตั้งเป้าว่า ภายในปีนี้จะพัฒนาหุ่นยนต์ให้มีประสิทธิภาพถึง 50% ของมนุษย์
คลิปข่าวจากภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งประเทศจีน (CMG)