เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้
#ทันหุ้น - บล.ฟินันเซียไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index มีแนวโน้มปรับย่อตัวลงทดสอบแนวรับ 1,120 จุด จากบรรยากาศการลงทุนที่เป็นลบหลังอิสราเอลได้ทำการโจมตีเชิงป้องกันต่ออิหร่านเช้านี้ ซึ่งบดบังประเด็นหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อ PPI สหรัฐฯ เดือน พ.ค. ที่ต่ำกว่าคาดและความคาดหวัง FED ลดดอกเบี้ยที่สูงขึ้น การโจมตีของอิสราเอลทำให้เม็ดเงินไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย รวมถึงน้ำมันดิบซึ่งล่าสุด WTI พุ่งขึ้นแตะระดับ US$71-72 ต่อบาร์เรล ซึ่งอาจสร้างความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกในแง่ Cost-Push Inflation
ขณะที่การเติบโตของเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวจากภาษีการค้าสหรัฐฯ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันสินทรัพย์เสี่ยงในระยะถัดไป แม้ล่าสุดตัวเลข PPI สหรัฐฯเดือน พ.ค. จะออกมาต่ำเพียง +0.1% m-m ซึ่งทำให้ตลาดคาด FED จะลดดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. ด้วยความน่าจะเป็นที่เพิ่มขึ้นเป็น 80%
นอกจากนี้ปัจจัยในประเทศยังเป็นตัวจำกัด Upside ในระยะสั้น โดยต้องติดตามพัฒนาการการเมืองในประเทศทั้งประเด็นการปรับครม.ที่อาจเห็นความชัดเจนเพิ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า รวมถึงประเด็นชั้น 14 ของคุณทักษิณ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.57 แสนลบ.ว่าจะมีการจัดสรรและปล่อยออกมาอย่างไร ซึ่งปัจจุบันยังค่อนข้างล่าช้า ทำให้โมเมนตัมเศรษฐกิจที่แผ่วใน 2Q25 และอาจต่อเนื่องใน 3Q25 ยังเป็นปัจจัยกดดัน ระยะสั้นมองกลุ่มพลังงานต้น-กลางน้ำจะหนุนตลาด รวมถึง Defensive Play ท่ามกลางความเสี่ยงและไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ
กลยุทธ์ : ยังเน้นเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มกำไร 2Q25-2025 แข็งแกร่งและมีความแน่นอนของกำไรสูง ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว
หุ้นเด่นเดือน มิ.ย. : CPALL, MTC, OSP, SJWD, STECON
FSSIA Portfolio : BA, CPALL, KBANK, MTC, NSL, OSP, PR9, STECON
หุ้นเด่นวันนี้ : PTTEP
• แนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA consensus 128.26 บาท
• ระยะสั้นคาด PTTEP จะยังปรับตัวได้แข็งแรงกว่าตลาด หลังราคาน้ำมันดิบยังพุ่งขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุด WTI ทะลุ US$70 ต่อบาร์เรล หลังอิสราเอลเริ่มโจมตีเชิงป้องกันล่วงหน้าต่ออิหร่าน
• Consensus ประเมินกำไรปี 2025 ของ PTTEP เฉลี่ยที่ 5.8 หมื่นลบ. ซึ่งอาจมี Upside หากราคาน้ำมันดิบยืนสูงต่อเนื่อง ขณะที่ Dividend Yield ยังสูงเกือบ 8%
• แนวรับ 104-103//100 บาท แนวต้าน 110//115 บาท
ด้าน บล.ดาโอ คาดดัชนีฯ ผันผวน ข่าวลบหลายข่าว ความกังวลเรื่องสงครามตะวันออกกลางและการเมืองไทยกดดัน โดยตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรงทั้งจากปัจจัยการเมืองภายในประเทศ หลังที่ประชุมแพทยสภามีมติเกิน 2 ใน 3 ยืนยันมติเดิม ทำให้ภาพการเมืองดูอ่อนแอลง และความตรึงเครียดในประเด็นสงครามตะวันออกลางก็ดูร้อนแรงขึ้น
ในขณะที่ปัจจัยบวกเรื่องการเจรจาทางการค้าชองสหรัฐ-จีน รวมถึงไทยยังไม่มีความชัดเจน ปัจจัยเหล่านี้มีผลให้นักลงทุนเทขายหุ้นออกเพื่อลดความเสี่ยงลงในระยะสั้นอาจจะทำให้ SET index กลับมามีแนวโน้มอ่อนแอรอบใหม่ จับตาแนวรับแรกที่ 1122 , 1100 และ 1095 จุด ตามลำดับ
ที่ประชุมแพทยสภามีมติเกิน 2 ใน 3 ยืนยันมติเดิมเมื่อวันที่ 8 พ.ค.68 ให้ลงโทษแพทย์ 3 รายที่เกี่ยวข้องกับการรักษานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ หลังมีมติยับยั้งจากนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ในฐานะสภานายกพิเศษ ทั้งนี้คาดว่านายกแพทยสภาจะได้ลงนามในคำสั่งเพื่อแจ้งผลการพิจารณาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบภายในวันพรุ่งนี้ ประเด็นนี้ เพิ่มความกังวลด้านปัจจัยการเมืองเข้ามาในตลาด
อิสราเอลโจมตีทางอากาศในอิหร่าน……. เมื่อเวลา 7:43 น. (เวลาในไทย) มีข่าวว่า อิสราเอลโจมตีทางอากาศในอิหร่าน มีรายงานเสียงระเบิดในกรุงเตหะราน รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลประกาศภาวะฉุกเฉินพิเศษ เตรียมรับมือการตอบโต้ด้วยโดรนและขีปนาวุธจากอิหร่าน ……. ข่าวนี้ ลบต่อ ตลาดหุ้นจากความเสี่ยงที่สูงขึ้น กลุ่มที่ถูกกระทบโดยตรง คือ ผู้ใช้น้ำมัน (ปิโตรเคมี, สายการบิน) ขณะที่ PTTEP จะได้ประโยชน์จากข่าวนี้ ส่วนราคาทองคำ จะได้อานิสงค์ไปด้วย
ธปท.ระบุพระราชกฤษฎีกากำหนดให้การประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์อยู่จะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป โดยกฎหมายดังกล่าวได้กำหนดให้ ธปท. เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นทางค้าปกติที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลตามกฎหมายอื่น
ก.ล.ต. เปิดเผยมาตรการกำกับดูแลโดยมีเป้าหมายหลักเพื่อหยุดพฤติกรรมการซื้อขายที่ไม่เหมาะสม และฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดทุนไทย โดยประเด็นที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษคือการเตรียมคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อมาร์จิ้นสำหรับหุ้น IPO และการกำกับการซื้อขายความถี่สูง (High-Frequency Trading: HFT) …. คาดว่าภายหลังการเฮียริ่ง ดังกล่าวสำนักงานก.ล.ต.จะสามารถประกาศเพื่อให้กฎเกณฑ์ มีผลบังคับใช้ได้ภายในไตรมาร 3 ปี 2568 นี้
Event วันนี้ : ศาลฎีกาฯ นัดไต่สวนคดีชั้น 14 (ส่งทนายเป็นผู้แทน)
Strategy
• ตลาดสะดุดจากข่าวเชิงลบ ทั้งในประเทศ และสงครามการค้าและราคาน้ำมัน โดยเช้านี้มีประเด็นที่อิสราเอลโจมตีอิหร่าน เข้ามาด้วย ทำให้ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน ….. กลยุทธ์ลงทุน ชะลอการลงทุน และรอจังหวะเก็บหุ้นเก็งปันผลงวดแรกของปี
• เริ่มเข้าเทศกาลในการจ่ายเงินปันผลงวดแรกของปี หุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลสูง และจ่ายเงินปันผลมากกว่า 1 ครั้ง ส่วนใหญ่จะอยู่ในหุ้นธนาคาร PTT, PTTEP, ADVANC
• หุ้นในพอร์ตวันนี้ เรานำ SCB, AOT, BGRIM, HANA ออก หุ้นในพอร์ต PTTEP(10%), ADVANC(10%)
Technical : IVL, MEDEZE
ขณะที่ บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมิน SET มีโอกาสปรับฐานลงสู่แนวรับ 1,110 หลังปัจจัยเสี่ยงสงครามในตะวันออกกลางสูงขึ้น กอปรภาวะการเมืองในประเทศยังไม่มีเสถียรภาพ โดยมีแนวต้านที่ 1,130 – 1,140 แนะนำซื้อเก็งกำไร PTT,PTTEP ตามราคาน้ำมันดิบเช้านี้ +7.5% จากเหตุอิสราเอลโจมตีอิหร่าน / พักเงินในกลุ่มปลอดภัย CPF,TFG,BDMS
SCC* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 170.00 บาท) แนวโน้ม 2Q68 คาดผลประกอบการฟื้นตัวขึ้นต่อจากปรับขึ้นราคาขายด้วยการลดส่วนลดทางการตลาดและได้ประโยชน์จากต้นทุนพลังงานที่ลดลง ขณะที่อัตรากำไรของธุรกิจปิโตรเคมีดีขึ้นจากต้นทุน naphtha ที่ลดลงตามราคาน้ำมัน รวมถึง SCGP ที่ทยอยฟื้นตัว มีการบันทึกรายได้เงินปันผลตามฤดูกาล และกำไรพิเศษจากการเข้าซื้อกิจการในสิงคโปร์ นอกจากนี้มีประเด็นบวกจาก SCGC ขายหุ้น CAP 10% ส่งผลให้เปลี่ยนสถานะจากบริษัทร่วม เป็นเงินลงทุนระยะยาว ซึ่งทำให้มีกำไรพิเศษจากการประเมินมูลค่ายุติธรรม และกำไรจากการขายหุ้นเข้ามาอีก สอดคล้องกับแผนลดภาระทางการเงินของบริษัท ไม่ต้องรับส่วนแบ่งขาดทุนจาก CAP เข้ามาในงบ/รอรับเงินปันผลแทน และได้เงินสดกลับมาเสริมสภาพคล่อง ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 68-69 ที่ 8 พันล้านบาท +26%YoY และ 1.2 หมื่นล้านบาท +52%YoY
TFG* (ซื้อเก็งกำไร/ ราคาเป้าหมาย Bloomberg Consensus 6.25 บาท) แนวโน้มระยะสั้นในช่วง 2Q68 คาดว่าจะยังอยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่องหนุนด้วยราคาเนื้อสัตว์ในประเทศโดย เดือนเม.ย.68 ราคาสุกรไทยอยู่ที่ 87 บาท/กก.(+28%YoY, +6%MoM)/เดือนพ.ค.68 อยู่ที่ 88 บาท/กก.(+22%YoY, +1%MoM) ขณะที่ในส่วนของต้นทุนเลี้ยงยังประคองตัวในโซนค่อนข้างต่ำต่อเนื่อง ด้านการส่งออก ผู้ส่งออกไก่รายใหญ่อย่างบราซิลมีปัญหาการระบาดของไข้หวัดนก ส่วนมูลค่าการส่งออกของไทยช่วงเม.ย.68 ยังบวกดีYoY โดย ไก่แปรรูป+6%YoY และ ไก่สดแช่แข็ง+15%YoY ปัจจุบัน ตลาดคาดว่าในปี68 และ69 กำไรสุทธิของ TFG* จะอยู่ที่ 4,421 ลบ.(+41%YoY) และ 4,624 ลบ.(+5%YoY) ตามลำดับ