โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

BJC น่าเข้าไหม? จากต้นปีราคาร่วง 22% โบรกฯ ประสานเสียงเชียร์ “ซื้อ” มองรายได้-กำไรโตทั้ง Q2 และปี 68

Wealthy Thai

อัพเดต 26 พ.ย. 2568 เวลา 13.54 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 10.40 น.

ราคาหุ้น บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องภายใน 1 เดือน โดยวันที่ 13 มิ.ย. 68 ราคาหุ้นปิดตลาดที่ระดับ 18.60 บาท ลดลง 4.62% จากวันก่อนหน้า ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 72.11 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากนับจากช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้นปรับตัวลดลงไปแล้ว 21.52% จากระดับ 23.70 บาท ณ วันที่ 13 พ.ค. 68 โดยคาดว่าปัจจัยที่กดดันราคาหุ้น เกิดจากความวิตกกังวลในด้านผลการดำเนินงาน เนื่องจากในไตรมาส 1/68 มีกำไรลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
อย่างไรก็ดี ในส่วนของมุมมองนักวิเคราะมีมุมมองไปในทิศทางเดียวกัน คือแนะนำ “ซื้อ” หุ้น BJC โดยมองว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 2/68 และงวดปี 2568 มีแนวโน้มเติบโตทั้งในส่วนของรายได้และกำไร
โดยบทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “ซื้อ” BJC ด้วยราคาเป้าหมาย 26.00 บาท คาดการณ์กำไรหลักปีนี้โต +14% หนุนโดยยอดขายที่เติบโต, การปรับ Product mix เพิ่มสัดส่วนยอดขายสินค้าแบรนด์ของตนเองที่มาร์จิ้นสูงมากขึ้น, บริหารต้นทุนการผลิตได้มีประสิทธิภาพ และราคาวัตถุดิบอยู่ในระดับที่ทำกำไรได้ดี ณ ราคาหุ้นปัจจุบันมี P/BV ต่ำเพียง 0.7 เท่า และให้ DY ประมาณ 5% ต่อปี
เช่นเดียวกับ บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด แนะนำ “ซื้อ” BJC ด้วยราคาเป้าหมาย 24.00 บาท ทั้งนี้ บริษัทรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/68 มีกำไรสุทธิ 1,091 ล้านบาท (-33.7% จากไตรมาสก่อน, +155.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน)
สำหรับเป้าหมายผลประกอบการทั้งปีบริษัทคาดเติบโตระดับ Mid-Single Digit (4-6%) อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นราว 20-40 bps โดยตั้งงบลงทุนที่ 1.0 – 1.2 หมื่นล้านบาท เน้นที่การขยายสาขา ปรับปรุงโรงงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งปีนี้บริษัทมีแผนปิดสาขา 3 สาขา เน้นไปที่สาขาที่หมดสัญญาและไม่ทำกำไร ด้านแผนการเปิดสาขา ได้แก่ Big Format Store 7 สาขา (Hypermarket 2, Supermarket 5), Big C Mini 200 สาขา, Pure Pharmacy 9 สาขา, Asia Book 15 สาขา, ร้านกาแฟ 5 สาขา, ต่างประเทศ (Big C Hong Kong 24 สาขา, Big C Mini Cambodia 3 สาขา) รวมถึงแนวโน้มของต้นทุนทางการเงินที่ลดลง
ส่วนแนวโน้มไตรมาส 2/68 คาดผลการดำเนินงานจะยังสามารถเติบโตทั้งจากไตรมาสก่อน จากปัจจัยฤดูกาล และจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเมื่อพิจารณารายได้ธุรกิจ PSC ในงวดมีคำสั่งซื้อบรรจุภัณฑ์กระป๋องของผลิตภัณฑ์หนึ่งกลับเข้ามา ตั้งแต่ช่วง พ.ค. ที่ผ่านมา หลังจากที่มีการหยุดสั่งซื้อชั่วคราวไปในช่วงก่อนหน้า
ด้านต้นทุนราคา Soda Ash และ Aluminium ปรับตัวลง ส่งผลให้ GPM สูงขึ้น รายได้ธุรกิจ MSC แม้ว่าไตรมาส 2/68 นี้ สภาพอากาศไม่ร้อนจัด และมีฝนตกค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้สินค้าคลายร้อนมียอดขายลดลง ทั้งในส่วนของกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าทำความเย็น และเครื่องดื่ม แต่คาดรายได้กลุ่มสินค้าอาหารสดยังเติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้ SSSG เม.ย. – พ.ค. ยังเป็นลบเล็กน้อย แต่คาดจะกลับมาเป็นบวกได้ในช่วง มิ.ย. นี้ ส่งผลให้ไตรมาส 2/68 นี้ SSSG ทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านต้นทุนทางการเงินลดลง และมีการ divest ธุรกิจ Thai Scandic Steel ออกไปในช่วงไตรมาส 1/68
ขณะที่. บล.เอแอสแอล ประเมินรายได้และกำไรสุทธิทั้งปีเท่ากับ 1.6 แสนล้านบาท และ 4.8 พันล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 4.0% และ 20.1% ตามลำดับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...