น่าเป็นห่วง สตรีทฟู้ด ติด 1 ใน 3 ธุรกิจเจ๊งมากสุด ซ้ำปิดตัวเร็วกว่าเดิม 6-7 เดือนก็ไม่ไหวแล้ว
น่าเป็นห่วง สตรีทฟู้ด ติด 1 ใน 3 ธุรกิจเจ๊งมากสุด ซ้ำปิดตัวเร็วกว่าเดิม 6-7เดือนก็ไม่ไหวแล้ว หลังเศรษฐกิจทรุด นักท่องเที่ยวจีนหายฉุดกำลังซื้อ กำลังลามสู่เอสเอ็มอี
วันที่ 12 มิ.ย.2568 นายสรเทพ โรจน์พจนารัช สตีฟ ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิติมศักดิ์ สมาคมโฮสเทล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า สถานการณ์ธุรกิจร้านอาหารในไตรมาส 2 ปี 2568 เลวร้ายกว่าไตรมาสแรกที่ผ่านมา และยังเป็นธุรกิจร้านอาหารยังเป็นธุรกิจที่ติดอันดับหนึ่งใน 3 ที่ปิดตัวมากที่สุด
ที่น่าตกใจที่สุดและน่าห่วงที่สุดก็คือธุรกิจร้านอาหารระดับล่างที่มีการปิดหรือเจ๊งมากขึ้น จนลามขึ้นมาถึงร้านระดับกลางและที่เป็น SMEs แล้ว จะเห็นอย่างชัดเจนตามโซนต่างๆได้มีการติดป้ายเซ้งกันเยอะมากรวมไปถึงตามแหล่งท่องเที่ยวด้วย
ทั้งนี้ ผลกระทบของธุรกิจร้านอาหารซึ่งทางชมรมผู้ประกอบอาหารธุรกิจร้านอาหาร ได้ทำเรื่องเสนอไปทางรัฐบาลมาโดยตลอดตั้งแต่ปลาย ปี 2567 เพราะเรามองเห็นแล้วว่าสถานการณ์จะเลวร้ายลงไปเรื่อยๆแต่ก็ยังไม่มีนโยบายใดๆของรัฐบาลออกมาเพื่อพยุงเศรษฐกิจโดยรวม หรือแม้กระทั่งธุรกิจร้านอาหาร เลยปัญหาหลักที่ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารเจอ ณ เวลานี้คือกำลังซื้อของประชาชนหายไปประมาณ 50% จากจำนวนนักท่องเที่ยวภาพรวมหดหาย 14% บวกกับนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปทั้งหมด 35%
อีกปัญหาที่สำคัญคือราคาวัตถุดิบ ที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นจนผู้ประกอบการหลายรายไม่สามารถไปต่อได้ ต้องปิดตัวไปเยอะมากจะเห็นได้จากวงจรธุรกิจของร้านอาหารโดยปกติ 60% จะปิดตัวในหนึ่งปีแต่ว่าวันนี้วงจรของร้านอาหารมันสั้นลงทุกวันเนี่ยเมื่อมีร้านปิดก็จะมีร้านเปิดใหม่
โดยเฉพาะร้านอาหารระดับล่าง ซึ่งเป็นวงจรร้านอาหารแต่อายุของมันสั้นลงจากเดิมที่หนึ่งปีจะปิดตัวหรือเจ๊งตอนนี้จะเหลือแค่ 6-7 เดือนก็ไม่ไหวแล้ว เพราะมาเจอปัญหาวิกฤตของต้นทุนไม่ว่าจะเป็นน้ำมันปาล์มน้ำตาลแม้กระทั่งค่าไฟเองก็ตามรวมไปถึงพืชผักสวนครัวเนื้อหมูก็ยังขึ้นไข่ไก่ก็ยังขึ้น
ซึ่งเราบอกไปแล้วว่าธุรกิจร้านอาหารจะมีห่วงโซ่ซัพพลายเชนที่ใหญ่มากมันจะมีผลกระทบโดยกว้างไม่ใช่เฉพาะผู้ประกอบการอย่างเดียววันนี้มันมีผลกระทบไปถึงตลาดสดแม่ค้าตลาดสด เพราะว่าร้านอาหารขายไม่ได้ของตลาดสดก็จะขายไม่ได้ จะขายได้น้อยลงเช่นกันรวมไปถึงผล
กระทบกับบุคลากรที่ทำงานเกี่ยวข้องกับธุรกิจร้านอาหารเช่นพนักงานขนส่งมอเตอร์ไซค์ ตุ๊กตุ๊กก็จะไม่มีงานวิ่งหรืองานที่น้อยลง แต่ที่ชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารเป็นห่วงมากที่สุด ณ วันนี้มันกำลังจะแพร่ขยายกระทบไปถึงภาคแรงงาน ซึ่งเป็นวงที่น่ากลัวที่สุดหากกระทบไปถึงภาคแรงงาน ซึ่งตอนนี้เริ่มกระทบแล้วจะเห็นได้จากธุรกิจอุตสาหกรรมซึ่งปิดตัวปิดโรงงานตกงานกันเยอะแยะ
แต่ ณ วันนี้ธุรกิจร้านอาหารไม่จ้างคนเพิ่ม รวมถึงหากคนออกก็จะไม่จ้างเพิ่มเช่นกัน อันนี้เป็นอะไรที่น่ากลัวมาก เพราะหนี้ครัวเรือน ณ วันนี้อยู่ที่ 104% เมื่อคนตกงานมากขึ้นสถานการณ์นอกจากปัญหาทางเศรษฐกิจแล้วจะกลายเป็นปัญหาทางด้านสังคมกับประเทศไทยมากขึ้นไปด้วย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : น่าเป็นห่วง สตรีทฟู้ด ติด 1 ใน 3 ธุรกิจเจ๊งมากสุด ซ้ำปิดตัวเร็วกว่าเดิม 6-7 เดือนก็ไม่ไหวแล้ว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th