คุยกับ LIXIL มองเทรนด์ห้องน้ำยุคใหม่ จากฟังก์ชันสู่พื้นที่พักใจ
TODAY Bizview
อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 12.53 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 05.53 น. • workpointTODAYตั้งแต่ฟื้นตัวจากโควิดมา ตลาดอสังหาริมทรัพย์ค่อยๆ ฟื้นตามไปด้วย มีหลายโครงการโรงแรมใหม่ คอนโดใหม่ บ้านใหม่ หรือจะเป็นการรีโนเวทความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น ด้วยอานิสงส์เหล่านี้ทำให้ตลาดสุขภัณฑ์กลับมาคึกคักมากขึ้นไปด้วย
TODAY Bizview ได้พูดคุยกับ ‘ออดรีย์ โหย่ว’ ลีดเดอร์กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีการใช้น้ำ ลิกซิล ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (บริษัทแม่ American Standard, GROHE) แล้วจะมาสรุปเทรนด์ห้องน้ำที่คนไทยอยากได้ให้ฟัง
[ ท่องเที่ยวฟื้น ตลาดอสังหาฯ ฟื้น อานิสงส์สุขภัณฑ์โต ]
เริ่มจากเรื่องตลาดอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัว ‘ออดรีย์ โหย่ว’ ให้ความเห็นว่า ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แนวโน้มเศรษฐกิจที่ยังเติบโตช่วยหนุนให้ความต้องการบ้านใหม่และการเดินทางท่องเที่ยวฟื้นตัว ในประเทศไทย ตลาดบ้านแนวราบและบ้านพักส่วนตัวในกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตยังคงเป็นแหล่งลงทุนด้านโรงแรมและรีสอร์ตที่มีศักยภาพ
นอกจากนี้ ตลาดการปรับปรุงบ้านก็มาแรงเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลมีมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง กระตุ้นให้เจ้าของบ้านลงทุนอัปเกรดพื้นที่อยู่อาศัย แม้ขนาดโครงการจะเล็กกว่าอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ แต่ก็เป็นตลาดที่มีการเติบโตต่อเนื่อง
[ คนไทยมองห้องน้ำเป็นเซฟโซน ]
‘ออดรีย์ โหย่ว’ ยังบอกอีกว่า ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มมอง “ห้องน้ำ” เป็นมากกว่าพื้นที่ใช้งานทั่วไป แต่กลายเป็นพื้นที่ผ่อนคลายและฟื้นฟูร่างกาย หรือพูดง่ายๆ ว่าเป็นเซฟโซนอีกที่หนึ่ง ทำให้การเลือกสุขภัณฑ์สำคัญมาก เพราะผู้ใช้งานต้องการประสบการณ์ส่วนตัวมากขึ้น โดยกล้าจ่ายในราคาที่คุ้มค่า เน้นฟังก์ชัน และดีไซน์ที่สะท้อนตัวตน เช่น ก๊อกน้ำแบบไม่สัมผัส ฝักบัวประหยัดน้ำ และสุขภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีชำระล้างอัจฉริยะ
หรือจะเป็น ฝักบัว ก๊อกน้ำ และโถสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ ที่ลดการใช้น้ำได้ถึง 40–50% โถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ ที่เน้นความสะอาด สะดวก และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล บางคนก็ติดแกรมหัวฝักบัวเพดานแบบปรับแต่งได้ที่ผสานฟังก์ชันกรองน้ำและรูปแบบสายน้ำแบบสปาเพื่อเพิ่มความผ่อนคลายให้กับตัวเอง
ในด้านการแข่งขันธุรกิจ ประเทศไทยเป็นเศรษฐกิจเปิดและเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงมาโดยตลอดสำหรับอุตสาหกรรมสุขภัณฑ์ จะมีการแข่งขันที่จะรุนแรงขึ้นจากทั้งแบรนด์ยุโรป จีน และแบรนด์ท้องถิ่น
ด้าน LIXIL บอกว่าจะใช้จุดแข็งจากการออกแบบระดับสากล โดยมีสตูดิโอออกแบบถึง 8 แห่งทั่วโลก ครอบคลุมโตเกียว นิวยอร์ก เซี่ยงไฮ้ ลอนดอน และสิงคโปร์ ซึ่งใช้แนวทางแบบ “Glocal” ที่ผสานความรู้ระดับโลกเข้ากับความเข้าใจในท้องถิ่น ทำให้คว้ารางวัลดีไซน์มากกว่า 700 รางวัลทั่วโลก
นอกจากนี้ ยังทำงานร่วมกับพันธมิตรในวงการอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม และผู้รับเหมาอย่างใกล้ชิด เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เฉพาะของแต่ละโครงการ พร้อมเข้าร่วมเวทีระดับนานาชาติอย่าง Asia Pacific International Property Awards เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายและขยายโอกาสใหม่ในตลาด
สำหรับแนวคิดด้านความยั่งยืนของ LIXIL เน้นลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การใช้ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และเศรษฐกิจหมุนเวียน พร้อมตั้งเป้าลดคาร์บอน ใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และรีไซเคิลของเสียทั่วทั้งกระบวนการผลิต