โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

YLG ชี้ทองคำระยะยาวแข็งแกร่ง ลุ้นทดสอบ 3,500 ดอลลาร์ในปีนี้อีกครั้ง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 09.52 น.
วายแอลจีชี้ระยะยาวทองคำยังไปได้ต่อ หลังธนาคารกลางยุโรปเผยข้อมูลธนาคารกลางทั่วโลกให้น้ำหนักทองคำเป็นสินทรัพย์สำรองอันดับสองเป็นรองเพียงเงินดอลลาร์สหรัฐ เหตุเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและกระจายความเสี่ยง บวกกับ สถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียดขึ้น ให้เป้าหมายแรกสิ้นปี 2568 ที่เดิม 3,500 ดอลลาร์

นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า หลังจากที่ธนาคารกลางยุโรปได้รายงานข้อมูลด้านทุนสำรองสำหรับปี 2567 ที่พบว่าทองคำกลายเป็นสินทรัพย์สำรองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกเป็นรองเพียงดอลลาร์สหรัฐฯเท่านั้น โดย ณ สิ้นปี 2567 มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 20% แซงหน้าเงินยูโรที่มีสัดส่วน 16% เป็นรองเพียงเงินดอลลาร์ที่มีสัดส่วน 46.0% ซึ่งสัดส่วนทองคำดังกล่าว นับว่าเพิ่มขึ้นจากสัดส่วนเฉลี่ยที่ 10% ในช่วงระหว่างปี 2553-2562 สวนทางกับเงินดอลลาร์และเงินยูโร ที่ถูกลดสัดส่วนในทุนสำรองลง

รายงานนี้ถือเป็นปัจจัยบวกสำหรับตลาดทองคำ เนื่องจากแสดงถึงการให้ความสำคัญของทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกในฐานะทุนสำรองฯ ซึ่งสามารถป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อและเพื่อกระจายความเสี่ยงในการถือครอง อย่างไรก็ดีธนาคารกลางยุโรปยังระบุว่า ทองคำมีความน่าดึงดูดใจมากขึ้นสำหรับประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะประเทศที่กังวลเกี่ยวกับการคว่ำบาตร และการลดบทบาทของสกุลเงินหลักในระบบการเงินระหว่างประเทศ

จากข้อมูลนี้ จึงมองว่าความต้องการของธนาคารกลางหลายแห่งจะยังคงดำเนินต่อไป แม้ว่านักวิเคราะห์จากต่างประเทศจะระบุว่าความต้องการของธนาคารกลางอาจจะมีกำลังลดน้อยลง เนื่องจากบางแห่งสะสมไว้จนใกล้เต็มเพดาน แต่ก็จะยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่องจากหลายๆ ชาติ แม้จะไม่หวือหวาเช่นในช่วงที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ราคาทองคำได้ปัจจัยความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งยกระดับความขัดแย้งครั้งสำคัญระหว่างอิสราเอล-อิหร่านเข้ามาสนับสนุนและเพิ่มความหวือหวาในระยะสั้นอีกครั้ง โดยเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยืนยันว่ากองทัพอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่อโครงการนิวเคลียร์และฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่านในช่วงเช้าวันนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อขจัดภัยคุกคามเหล่านี้ ซึ่งอิสราเอล แคทซ์ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของอิสราเอลได้ประกาศ "สถานการณ์ฉุกเฉินเป็นกรณีพิเศษ" เนื่องมาจากการที่อิสราเอล "โจมตีอิหร่านแบบชิงลงมือก่อน (pre-emptive strike)” ซึ่งถือเป็นวิธีการป้องกันตนเองรูปแบบหนึ่ง

การโจมตีดังกล่าวส่งผลให้ โมฮัมหมัด ฮอสเซน บาเกรี เสนาธิการทหารสูงสุดของกองทัพอิหร่าน ฮอสเซน ซาลามี ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม และ โกแลม-อาลี ราชิด ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางกาตัม อัล-อันบียา ของอิหร่านได้เสียชีวิต ซึ่งทำให้อิหร่านเตรียมจะตอบโต้การโจมตีของอิสราเอลอย่างรุนแรงและเด็ดขาด และเจ้าหน้าที่อิหร่านรายหนึ่งเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่ารายละเอียดการตอบโต้ของอิหร่านนั้น กำลังอยู่ระหว่างการหารือในระดับสูงสุด

ทั้งนี้ ในระยะสั้นราคาทองคำอยู่ในช่วงปรับฐาน โดยเป็นการปรับลดลงหลังจากที่ได้ขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่หลายรอบในปีนี้ แต่ประเด็นการตั้งกำแพงภาษีการค้าของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ไม่มีความชัดเจนก็ได้ส่งผลกระทบให้ราคาทองคำผันผวน ขณะที่ประเด็นความตึงเครียดอิวราเอล-อิหร่าน ทำให้ทองคำเริ่มเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง โดยมองว่าทองคำยังมีโอกาสไปต่อได้ในระยะยาว ทั้งจากปัจจัยการสะสมของธนาคารกลาง เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านการค้าระหว่างประเทศ และปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดย YLG ยังคงเป้าหมายทองคำของปีนี้ไว้ที่ 3,500 – 3,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ

สำหรับคำแนะนำการลงทุนทองคำ ในระยะสั้นมองว่า ทองคำจะเคลื่อนไหวในกรอบแนวรับ 3,354-3,377 ดอลลาร์สหรัฐ และแนวต้าน 3,467-3,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ส่วนทองคำในประเทศ มองว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบแนวรับ 51,600-51,950 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่กรอบแนวต้าน 53,350-53,850 บาทต่อบาททองคำ (คำนวณจากค่าเงินบาทระดับ 33.42 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ)

ส่วนนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในตลาดฟิวเจอร์สแนะนำเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นในระดับสูง เพราะใช้เงินลงทุนเพียง 10% ของราคาทองคำ และสามารถทำกำไรได้ทุกสภาวะตลาด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...