โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

Business Today Thai Politics 23 มิถุนายน 2568

Businesstoday

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 17.07 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 10.07 น. • Businesstoday

นายกฯประกาศ ไทยตัดอินเตอร์เน็ตกัมพูชาเข้ม แก้ปัญหาคอลเซนเตอร์

วันที่ 23 มิ.ย. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำทีมแถลงภายหลังการประชุมติดตามมาตรการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเปิดเผยว่า รัฐบาลประกาศยกระดับการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยที่ไทยอาสาเป็นเจ้าภาพในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติในการหาความร่วมมือกับนานาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน รวมไปถึงความเชื่อมั่นของประเทศไทยในระดับนานาชาติ

ทั้งนี้ จากข้อมูลของ UN หรือ สหประชาชาติที่ได้มีข้อมูลว่า กัมพูชา ถือเป็นแหล่งศูนย์รวมอาชญากรรมระดับโลก ซึ่งเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งมีมูลค่ากว่า 600,000 ล้านบาท/ปี

ประเทศไทย โดยหน่วยงานความมั่นคงทุกหน่วยงาน กระทรวง DE กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ เร่งดำเนินการปราบปรามอย่างเด็ดขาดตามแนวชายแดน โดยได้กำหนดมาตรการดังนี้

ด้านความมั่นคง จะเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการเข้า-ออก จุดผ่านแดน ทั้งการจำกัดเวลาเปิด-ปิดด่านชายแดน 7 จังหวัด ห้ามรถยนต์ และบุคคล เข้า-ออก ยกเว้นในกรณีมีเหตุจำเป็นชัดเจน เช่น นักเรียน นักศึกษา และคนป่วย นอกจากนี้ ห้ามให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้าไปเล่นการพนันในพื้นที่ชายแดน รวมถึงการเข้มงวดการเดินทางโดยเครื่องบินไปยังเสียมราฐ เพื่อไปเล่นการพนัน

ด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กระทรวง DE โดยศูนย์ AOC จะดำเนินการตรวจสอบบัญชีม้า และเส้นทางการเงิน ที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติอย่างเข้มงวด

รวมถึงการระงับการบริการอินเทอร์เน็ต และประตูอินเทอร์เน็ตใต้น้ำ ที่ไปยังหน่วยงานทางการทหาร และความมั่นคงของรัฐบาลกัมพูชาทั้งหมด

นอกจากนี้ จะต้องร่วมมือกับทางปปง. ในการสร้างมาตรการคว่ำบาตรผู้ที่เป็นอาชญากรข้ามชาติ ที่พบว่ามีการฟอกเงิน รวมถึงการยึด หรืออายัดทรัพย์สินที่โยกย้ายไปต่างประเทศด้วย

ด้านการส่งออกไฟฟ้า น้ำมัน และสินค้าผ่านชายแดน ต้องระงับการส่งออกสินค้าที่เกื้อหนุนต่อกิจกรรมของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิจารณาถึงความเหมาะสมในการระงับการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังกัมพูชา ที่จะนำเอาไปใช้ในกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย

ด้านการพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ มีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร และ SME ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดน โดยขอความร่วมมือกับภาครัฐ และภาคเอกชนในการรับซื้อสินค้า

ขณะที่ ด้านการประสานความร่วมมือกับนานาชาติ กระทรวงการต่างประเทศ จะประสานกับประเทศต่างๆ และองค์กรระหว่างประเทศ ในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยให้ไทยเป็นศูนย์กลางปฏิบัติการร่วมในภูมิภาค

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ได้ให้ทุกภาคส่วนในการกำหนด timeline และตั้ง KPI ในการดำเนินมาตรการอย่างชัดเจน โดยขอให้ภายใน 3 เดือน สถิติการแจ้งความของคนไทย ความเสียหาย การยึดทรัพย์ และการดำเนินคดีเครือข่าย จะต้องเห็นผลลดลงอย่างเป็นรูปธรรม

พร้อม ย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหานี้ที่จะต้องเร่งแก้ไขให้หมดไปโดยเร็ว และให้มีการสื่อสารที่ถูกต้องกับพี่น้องประชาชน

เมื่อถามว่าธุรกิจไทยที่ลงทุนอยู่ในกัมพูชาควรปฏิบัติตัวอย่างไร นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ธุรกิจของคนไทยที่อยู่ในกัมพูชา เราสนับสนุนทั้งทางการฑูตอย่างเต็มที่ และไม่ได้มีความรุนแรงเกิดขึ้น อย่างเมื่อผ่านมามีทางกัมพูชาประกาศไม่ซื้อน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเรื่องตรงชายแดน แต่หากมีการลุกลามมากขึ้น หรือไม่รับน้ำมันมากยิ่งขึ้นก็จะยิ่งเป็นปัญหา ซึ่งผู้นำของทางกัมพูชาจะต้องเป็นกำหนดราคาน้ำมัน หากไม่รับจากของไทยก็จะทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น ซึ่งตนก็ไม่ทราบได้ว่ากัมพูชาจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรซึ่งถือค่าใช้จ่ายก็จะถูกที่ประชาชนในประเทศเขาและประชาชนคนไทยที่อยู่ในกัมพูชาจะได้รับผลกระทบ

ส่วนมีการสำรวจธุรกิจอื่นๆของคนไทยอยู่ในกัมพูชาหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า มีการสำรวจทั้งหมด แต่ที่แจ้งมาในฐานข้อมูลส่วนใหญ่ธุรกิจที่ทำอยู่ในกัมพูชาจะเป็นประเภทโรงแรมเป็นส่วนมาก และอยู่ในตัวเมือง ซึ่งตรงชายแดนยังไม่ค่อยมี และส่วนที่เป็นผลกระทบต่อคนไทยที่อยู่ในฝั่งเรา ทั้งในเรื่องของเกษตรกร และธุรกิจSMEs ต่างๆ.ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนก็พร้อมที่จะสนับสนุนและช่วยซื้อสินค้าของประชาชน

เรื่องความมั่นคงตามแนวชายแดน นายกรัฐมนตรีได้มอบบทบาทอะไรเพิ่มหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้มีการมอบอำนาจ ในทึ่ประชุมสมช.ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มอบการควบคุมชายแดนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และให้พิจารณาจากหน้างาน ว่าหากเกิดอะไรขึ้นให้อำนาจทางทหารช่วยดูว่าควรจะปิดหรือเปิดด่านอย่างไร

เมื่อถามถึงตัวเลขที่คนไทยถูกหลอกเงินมีมูลค่าความเสียหายเท่าใดนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หากดูจากตัวเลขขบวนการคอลเซ็นเตอร์เสียหายประมาณ 30,000 ล้าน หลังจากที่มีการปราบปรามอย่างจริงจัง แต่ยังไม่มีตัวเลขของผู้เสียหาย แต่ในส่งนของคนไทยเสียหายมูลค่าวันละ 80 ล้านบาท

“ภูมิธรรม” เผยพร้อมช่วยคนไทยในตะวันออก

ระบุกองทัพเตรียมเครื่องบิน-เส้นทางลำเลียงไว้แล้ว หากมีเหตุการณ์รุนแรง พร้อมอพยพทันที วันที่ 23 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงความพร้อมของกองทัพในการอพยพคนไทยในสงครามตะวันออกกลางว่า เราเตรียมความพร้อมไว้นานมากแล้ว พร้อมทั้งหมดแล้ว

โดยรู้เส้นทางลำเลียงทั้งหมด รวมถึงระยะเวลาที่จะต้องใช้ พร้อมมีการประเมินสถานที่ในพื้นที่ หากสถานการณ์เป็นอย่างไรจะต้องดำเนินการขนาดไหน แต่สิ่งสำคัญ คือ คนของเราที่อยู่ในประเทศต่าง ๆ ไม่ได้อยู่แบบนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่ไปทำงาน และมีต้นทุนที่เขาต้องจ่าย อย่างในประเทศอิหร่านมีประมาณ 300 คน ที่มีความลำบาก เพราะเส้นทางลำเลียงใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง แต่มีการดูเส้นทางและประสานไว้ทั้งหมดแล้ว ส่วนในประเทศอิสราเอล มีประมาณ 3-4 หมื่นคน แต่เส้นทางในการลำเลียงใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

วันนี้หากถามผู้ที่เป็นแรงงานอยู่ในประเทศต่าง ๆ ว่าเขาอยากกลับหรือไม่นั้น ก็คงไม่อยากกลับ หรือแม้แต่บังคับกลับ ก็ยังไม่อยากกลับ ซึ่งเราได้บอกเขาถึงสถานการณ์ว่าเป็นอย่างไร ย้ำว่าได้เตรียมการไว้ทั้งหมดแล้ว เช่น การนัดหมายเมื่อเกิดเหตุการณ์รุนแรง เมื่อเขาเห็นก็คงพร้อมที่จะเดินทางกลับ และเราก็พร้อมที่จะปฏิบัติการอยู่แล้วร้อยเปอร์เซ็นต์ รวมถึงเครื่องบินก็เตรียมพร้อมไว้แล้วร้อยเปอร์เซ็นต์ในทุกวัน ดังนั้นหากมีเหตุการณ์ที่รุนแรง และต้องมีการอพยพเราจะดำเนินการทันที

ส่วนที่กระแสข่าวว่าหากจะต้องอพยพคนจากอิหร่าน จะต้องมีการใช้เงินมากถึง 10,000 เหรียญสหรัฐฯ นั้น นายภูมิธรรม ระบุว่า เราไม่ต้องไปรอเขาเรียกเงิน ย้ำว่าเราเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว.

“เสกสกล” ยื่นหนังสือถึง “แพทองธาร” ค้านตั้ง ‘พีระพันธุ์’ เป็น รมต.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 มิ.ย. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ในฐานะผู้ก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ ยื่นหนังสือถึง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขอให้คัดค้านการแต่งตั้งนายพีระพันธุ์สาลีรัฐวิภาค รองนายก ฯ และ รมว.พลังงาน เป็นรัฐมนตรี ในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.)

โดยนายเสกสกล กล่าวว่า หลังจากที่ตนก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ มาเพื่อเป็นพรรคสำรองให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายก ฯ ซึ่งนายพีระพันธุ์ก็ได้มาขอตนเพื่อจะใช้หาเสียงเลือกตั้ง ตนจึงยินยอมให้ แต่ 2 ปีที่ผ่านมา ตนมีเรื่องที่เป็นห่วงคือ 1.การพยายามแอบอ้างนำชื่อพลเอกประยุทธ์ ที่เป็นดีเอ็นเอ ทำให้เสียหาย ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ลาออกไป และได้เป็นองคมนตรีแล้ว ยุ่งการเมืองไม่ได้ แต่ผู้ใหญ่ในพรรคถึงเหล่าด้อมนายพีระพันธุ์ พยายามเอา พล.อ.ประยุทธ์ มาแอบอ้างตลอดเวลา

สิ่งที่ทำให้ตนทุกข์ใจคือ หัวหน้าพรรค บริหารพรรคไม่เป็นไปตามที่ตกลงกับตนไว้ ว่าจะสร้างพรรคให้เกิดความเข้มแจ้งและเจริญรุ่งเรือง เพื่อเป็นที่พึ่งพาประชาชน แต่หัวหน้าพรรคทำให้พรรคแตกแยก แตกความสามัคคี จนหลายคนบอกตนว่าหัวหน้าพรรคเอาแต่ความคิดตัวเองเป็นหลัก หัวหน้าพรรคเอาแต่พวกตัวเอง โดยตั้งคนของตัวเองไปดำรงตำแหน่งทางการเมือง

นายเสกสกล กล่าวว่า2.นายพีระพันธุ์ยังไม่ลาออกจากการถือหุ้นใน 4 บริษัท และยังมีการเคลื่อนไหวของบริษัทอยู่ ซึ่งตามหลักกฏหมายแล้วไม่สามารถทำได้ การจะเป็นรัฐมนตรีจะต้องลาออก และดำเนินการตามระเบียบข้อกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้มีผู้ร้องเรียนหลายหน่วยงาน 3. นายพีระพันธุ์ถูกเรียกสอบในเรื่องที่นำป้ายชื่อตัวเองไปติดถุงยังชีพที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

แต่ก็ยังหลีกเลี่ยงไม่ไปชี้แจง 4. นายพีระพันธุ์ไม่ได้ลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการนายก ฯ ก่อนที่จะลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 และเป็นแคนดิเดตนายก ฯ คนที่ 2 ของพรรค จากนั้นถึงลาออกย้อนหลัง 40 กว่าวัน ซึ่งผิดกฎหมายเลือกตั้งสส. ที่ผ่านมามีหลายคนยื่นเรื่องนายพีระพันธ์ุให้นายก ฯ แต่นายก ฯไม่ตรวจสอบ ตนมองว่านายพีระพันธุ์หลอกนายก ฯ

นายเสกสกล กล่าวว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้เห็นว่านายพีระพันธุ์ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรค พยายามที่ใช้อำนาจครอบงำพรรคโดยไม่เป็นประชาธิปไตย เรื่องนี้ตนเคยคุยกับ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะเลขาพรรคแล้ว ว่าหัวหน้าพรรคไม่ฟังใครเลย พยายามโหนกระแส พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งด้อมนายพีระพันธุ์ไปเลียนแบบด้อมพรรคส้มมาซึ่งไม่ควรทำ ตนได้คุยกับนายเอกนัฏแล้ว ส่วนตัวของตนนั้นใจยากเชียร์นายเอกนัฏเป็นหัวหน้าพรรคแทน ซึ่งเดิมทีเคยมีข่าวว่านายพีระพันธุ์จะปลดนายเอกนัฏออกจากเลขาพรรค แต่ตัวนายเอกนัฏเป็นสส.รุ่นใหม่ ไม่อยากมีปัญหาจึงปรับตัวจนสามารถทำงานให้พรรคได้

นายเสกสกล กล่าวต่อว่า ตนยังมองอีกว่า คนในพรรคอย่างนายเอกนัฏ และนายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ และนายจุติ ไกรฤกษ์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค ที่มีศักยภาพพร้อมสามารถเป็นหัวหน้าพรรคได้ โดยในวันที่มีการแถลงข่าวที่พรรค ในกรณีจุดยืนของพรรคว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ เห็นได้ชัดเจนว่าให้นักข่าวไปรอถึง 2 ชม. รวมถึงมติพรรค หัวหน้าพรรคก็ไม่ได้มีการแถลง แต่ให้ 2 คนคือนายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรค และนายจุติ มาให้สัมภาษณ์แทน ว่าให้หัวหน้าพรรคไปเจรจากับนายก ฯก่อน โดยให้นายก ฯลาออกและให้คนอื่นเป็นแทน จึงจะยอมร่วมรัฐบาล แต่กลับมีข่าวต่อมาว่า นายก ฯต่อรองขอให้ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณวาระที่ 2 และ 3 อีก 3 เดือนก่อน เดี๋ยวจะลาออกให้

นายเสกสกล กล่าวต่อว่า อีกทั้งยังมีข่าวว่านายเนวิน ชิดชอบ ประธานบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) สนับสนุนนายพีระพันธุ์เป็นนายก ฯ หากน.ส.แพทองธาร ไปต่อไม่ได้ และที่ให้โฆษกพรรคออกมาพูดว่า สิ่งที่นายวิทยาและนายจุติ ออกมาบอกไม่ใช่มติพรรค อำนาจผู้บอกมติพรรคเป็นนายพีระพันธุ์เท่านั้น จึงมองว่าพรรคเผด็จการใช่หรือไม่ เมื่อการให้ข่าวของนายวิทยา และนายจุตินั้น ไม่ตรงกับที่หัวหน้าพรรคต้องเอาปี๊ปคุมหัว หรือไม่ก็ต้องลาออกจากสส.

นายเสกสกล กล่าวต่อว่า วันนี้ตนจึงมายื่นหนังสือถึงนายก ฯ ว่า ต้องพึงระวังว่ามีบุคคลที่เคยกระทำผิด ที่จะถูกแต่งตั้งเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรี ขณะนี้องค์กรอิสระกำลังไต่สวนอยู่ โดยเรื่องจะไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ หากตรวจสอบแล้วพบว่านายพีระพันธุ์มีความผิด ก็จะมีคนไปร้องเรียนท่านนายกฯให้พ้นตำแหน่ง เหมือนกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายก ฯ อีกทั้งตนห่วงใยพรรค และต้องการเปลี่ยนหัวหน้าพรรค จึงอยากเตือนนายก ฯ ว่าการปรับครม. ในครั้งนี้ อยากให้ปรับนายพีระพันธุ์ออกจากตำแหน่งรองนายก ฯ และรมว.พลังงาน ก่อนที่นายก ฯ จะเดือดร้อน

‘สนธิญา’ ยื่นค้านตั้ง ‘พีระพันธุ์’ เป็น รมต. จ่อยื่นยุบพรรคร่วมรัฐบาล

วันนี้ (23 มิ.ย.) ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางมายื่นหนังสือคัดค้านการแต่งตั้งนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน เป็นรัฐมนตรี

เนื่องจากมีเรื่องถูกกล่าวหาที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช. ) และมีเรื่องร้องเรียนในองค์กรอิสระ จำนวนกว่า 15 เรื่อง และให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายก ฯ กรณีการถูกอัดคลิปเสียงการพูดคุยระหว่างสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งไม่เป็นไปตามมารยาทสากล ที่ยอมรับกัน

โดยนายสนธิญา กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งทางการเมือง แต่เป็นเรื่องของการกระทำผิดเกี่ยวกับบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญในเรื่องการถือหุ้นหรือการฝ่าฝืนจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตนยื่นหนังสือและเอกสารต่าง ๆ เพื่อให้นายก ฯ ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งและจะยื่นฉบับนั้นไปให้ประธานองค์การมนตรีด้วย และในวันที่ 25 มิ.ย. 2568 ตนจะเดินทางไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อยื่นยุบพรรครวมไทยสร้างชาติ กรณีการกระทำที่ขัดต่อพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มาตรา 20 มาตรา 21 มาตรา 25 มาตรา 54 มาตรา 56 และมาตรา 92 (3)

ซึ่งเขียนไว้ชัดเจนกรณีที่พรรคการเมืองไปสนับสนุนทำให้เกิดความแตกแยกเกิดขึ้นในสังคม และสิ่งที่ยื่นจะล้อไปกับคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และจะยื่นยุบพรรคร่วมรัฐรัฐบาลทั้งหมด แม้กระทั่งพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคกล้าธรรม ให้ยุบพรรค ตัดสิทธิ์ทางการเมือง ด้วยเหตุผลของการที่คลิปเสียงของนายก ฯ และสมเด็จฮุน เซน เพราะตนเห็นว่าการไปร่วมรัฐบาลเป็นการกระทำฝ่าฝืน พ.ร.บ,ว่าด้วยพรรคการเมืองที่ตนกล่าวมาข้างต้นทั้งสิ้น และในกรณีของพรรครวมไทยสร้างชาติตนจะยื่น ป.ป.ช. ในเรื่องการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงด้วย

นายสนธิญา กล่าวอีกว่า ตนจะยื่นเอกสารเกี่ยวกับการถือหุ้นของนายพีระพันธ์ ซึ่งเคยมีการจับบุคคลหนึ่งในทำเนียบรัฐบาล และมีการบอกว่าบุคคลนั้นโดนให้ออกแล้ว 2 เดือน แต่ตามข้อมูลของตนบุคคลนั้นนั่งอยู่ในที่ประชุมเดินออกมาแล้วถูกจับ และประเด็นต่อมากรณีมีหมายเรียกจาก ป.ป.ช. แล้วกลุ่มบุคคลของพรรครวมไทยสร้างชาติออกมาพูดจาปราศรัยไปในทางที่บอกว่า หมายของ ป.ป.ช. นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย และบางคนบอกว่าหมายของ ป.ป.ช. นั้นมีการเอาฝากไว้กับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

ซึ่งตนไม่เชื่อว่าบุคคลซึ่งอยู่ในพรรคการเมืองมีบริวารอยู่รอบจะพูดได้ถึงขนาดนี้ และเรื่องนี้ตนได้ร้องเรียน ป.ป.ช. ให้ดำเนินการตรวจสอบในเรื่องความผิดตาม พ.ร.บ. คอมฯ และการใส่ร้ายอันเป็นเท็จต่อ ป.ป.ช. และเร่งรัดให้ ป.ป.ช.อออกหมายเรียกกรณีการแจกถุงยังชีพด้วย

นายสนธิญา กล่าวว่า ในส่วนประเด็นการถือหุ้น 4 บริษัท ของนายพีระพันธุ์ ซึ่งตนได้ยื่นมาแล้วเป็นเดือน และนายพีระพันธุ์ สามารถออกมาชี้แจงได้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร วันนี้เป็นโอกาสดีแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่เปลี่ยนแปลงตำแหน่งรัฐมนตรีก็ตาม แต่ตนเรียกร้องให้นายก ฯ ตรวจสอบข้อมูลของตนอีกครั้ง และหากมีการแต่งตั้งดำเนินการต่อ ตนจะร้องนายก ฯ ว่ามีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้ที่มีคุณสมบัติขัดต่อรัฐธรรมนูญและฝ่าฝืนจริยธรรมเช่นเดียวกับกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายก ฯ รวมทั้งจะยื่นยุบทุกพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาล

“สุดารัตน์” เรียกร้องรัฐบาล หลังแบ่งชามข้าวเสร็จ อย่าลืมแบ่งประชาชนกินใช้บ้าง

วันที่ 23 มิ.ย. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ก ระบุว่า คุณแบ่งชามข้าวให้ตัวเองลงตัวแล้ว จงแบ่งชามข้าวให้ประชาชน กินบ้าง ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ของประชาชนตอนนี้หนักมาก หนี้สินท่วมหัว

โดยเฉพาะหนี้นอกระบบ รัฐบาลจะแก้อย่างไร เมื่อไหร่? เจรจา Reciprocal Tariff กับ US เหลือเวลาอีกไม่ถึง 2 สัปดาห์ ไทยจะเริ่มเจรจาเมื่อไหร่ กัมพูชา ยื่น 4 พื้นที่พิพาทไปศาลโลกแล้ว

รัฐบาลไทยเตรียมทีมกฎหมาย ทีมค้นหาหลักฐาน และที่สำคัญที่สุดการทำความเข้าใจกับนานาชาติ โดยเริ่มจากเพื่อนในกลุ่มอาเซียนหรือยัง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...