โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

28 มิถุนายน: ประชาชนลุกขึ้น เมื่อรัฐบาลไม่ยอมยืน!

ไทยโพสต์

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 15.28 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 04.17 น.

การชุมนุมในวันที่ 28 มิถุนายน ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิกำลังกลายเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดว่า ประชาชนไม่เชื่อมั่นในรัฐบาล อีกต่อไป โดยเฉพาะในยามที่ประเทศเผชิญ วิกฤตศักดิ์ศรีจากการแทรกแซงเชิงสัญลักษณ์ของผู้นำต่างชาติ

คลิปเสียงระหว่าง แพทองธาร ชินวัตร กับ สมเด็จฮุนเซนไม่ใช่แค่บทสนทนาเบื้องหลัง แต่คือ หมุดหมายของความอับอายระดับชาติที่เผยให้เห็นความใกล้ชิดซึ่งล้ำเส้น และการใช้ถ้อยคำที่ประชาชนจำนวนมากมองว่า “ไม่เหมาะสม”กับฐานะนายกรัฐมนตรีไทย

คำพูดว่า “อยากได้อะไรบอก เดี๋ยวจัดการให้”ไม่ใช่แค่คำพูดธรรมดาในทางการทูต แต่มันคือ คำมั่นที่ประชาชนไม่ยอมรับและยิ่งทำให้เกิดคำถามใหญ่ว่า ถ้าไม่มีคลิปนี้หลุดออกมาเราจะได้รู้ไหมว่ามีการสัญญาอะไรบางอย่างถูกให้ไว้กับอดีตผู้นำกัมพูชา

นี่ไม่ใช่แค่เรื่อง ความผิดพลาดของการสื่อสารแต่เป็นเรื่องของ ความไม่โปร่งใสในการใช้อำนาจในเรื่องสำคัญระดับประเทศ ที่ประชาชน ไม่มีโอกาสรับรู้และไม่เคยมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ

เมื่อคลิปเสียงหลุดออกมา สิ่งที่ประชาชนรอคือ ท่าทีเด็ดขาดจากรัฐบาลแต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็น แถลงการณ์ที่หน่อมแน้มน้ำเสียงเกรงใจ และความพยายามเลี่ยงไม่เอ่ยชื่อ “ฮุนเซน”อย่างชัดเจน

แม้ กระทรวงการต่างประเทศจะมีการออกหนังสือและแถลงการณ์ รวมถึงมาตรการเชิงรุก เช่นการส่งสัญญาณไม่ยอมรับแผนที่ 1:200,000 และการติดตามความเคลื่อนไหวของฝั่งกัมพูชาอย่างใกล้ชิดผ่านฝ่ายความมั่นคง

แต่สิ่งที่ประชาชนตั้งคำถาม คือ หากไม่มีคลิปเสียงนี้หลุดออกมาจะมีการตอบโต้หรือแสดงท่าทีชัดเจนเช่นนี้หรือไม่ หรือแท้จริงแล้ว รัฐบาลจะเดินเกมตามความต้องการของฮุนเซนอย่างเงียบ ๆ จนจบ โดยไม่เคยบอกประชาชนว่ามีการ “ตกลงกัน”อะไรไว้บ้างในการเจรจานอกระบบ

ประชาชนไม่โง่พวกเขาไม่ได้กล่าวหาว่ารัฐบาลไม่ทำอะไรเลย แต่สิ่งที่พวกเขาโกรธคือ รัฐบาลทำเพราะถูกเปิดโปงไม่ใช่เพราะเชื่อในศักดิ์ศรีของประเทศ

และยิ่งรัฐบาลพยายามเบี่ยงเบนว่าเรื่องนี้เป็นแค่ “เรื่องส่วนตัว”หรือเป็นเพียง “มิตรภาพทางการเมืองที่เข้าใจผิด”ก็ยิ่งตอกย้ำว่า รัฐบาลนี้ไม่มีความกล้าทางการเมืองเพียงพอจะยืนหยัดแทนคนทั้งชาติ

ประชาชนจำนวนมากยังเชื่อมั่นใน “รัฐ” โดยเฉพาะกองทัพไทยที่ยังคงรักษาชายแดน ตรวจสอบแผนที่ และติดตามความเคลื่อนไหวอย่างแข็งขันในขอบเขตอำนาจของตน แต่รัฐบาลในฐานะ “ฝ่ายบริหาร”กลับล้มเหลวในการใช้ “เสียงของชาติ”พื่อตอบโต้การแทรกแซงอย่างจงใจจากฝั่งกัมพูชา

การชุมนุมวันที่ 28 มิถุนายน จึงมีจุดมุ่งหมาย 3 ประการ ประการแรก กอบกู้ศักดิ์ศรีชาติไทยที่ถูกย่ำยีจากคำพูดในคลิปเสียง

ประการที่สองเรียกร้องให้นายกแพทองธารลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง

ประการสุดท้าย ให้กำลังใจกองทัพไทยที่ยังยืนหยัดเป็นปราการของอธิปไตย ในขณะที่รัฐบาลชุดนี้ ถดถอยและอ่อนแอ

ดังนั้น การชุมนุมในวันที่ 28 มิถุนายนจึงไม่ใช่แค่การกดดันให้รัฐบาลรับผิดชอบอย่างหลวมๆแต่คือ การแสดงพลังของประชาชนอย่างชัดเจนเพื่อให้นายกแพทองธารต้องแสดงความรับผิดชอบ ด้วยการลาออกโดยเร็ว

ในวันที่ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลไม่กล้ายืน พวกเขาจึงต้องลุกขึ้นยืนแทน

ในวันที่รัฐบาลไม่กล้าเอ่ยชื่อศัตรูของประเทศ ประชาชนจะพูดแทน

ในวันที่แถลงการณ์จากรัฐบาลเต็มไปด้วยความกลัว ประชาชนจะใช้การเดินขบวนเป็นแถลงการณ์แทน

และนี่ไม่ใช่ การต่อต้านรัฐไม่ใช่ความเคลื่อนไหวโค่นล้มสถาบันใด แต่คือ การประกาศว่าอธิปไตยไทยไม่อาจต่อรองลับหลัง

ถ้ารัฐบาลยังคิดว่า “ไม่พูด” จะทำให้เรื่องเงียบถ้ายังหวังว่า “ประวิงเวลา” จะทำให้ประชาชนลืมประชาชนก็จะตอบด้วยการ “ยืนให้เห็น”ว่าประเทศนี้ยังมีคนที่ไม่ลืม และ ไม่ยอมจำนน

28 มิถุนายนจึงไม่ใช่เพียงวันนัดรวมพลของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่คือ วันของคนไทยที่ต้องการผู้นำที่ยืนแทนประเทศ ไม่ใช่ยืนแทนตระกูล

และเมื่อ รัฐบาลไม่ยอมยืนประชาชนก็จะลุกขึ้นยืนแทน เพื่อชาติ เพื่อศักดิ์ศรี และเพื่ออนาคตของประเทศ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...