โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ใบโหระพามีสรรพคุณที่มีมากกว่ากลิ่นหอม พร้อมวิธีกินให้ได้ประโยชน์สูงสุด

sanook.com

เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 09.00 น. • Sanook
ใบโหระพามีสรรพคุณช่วยต้านอนุมูลอิสระ บำรุงระบบย่อยอาหาร และเสริมภูมิคุ้มกัน รู้วิธีกินอย่างไรให้ปลอดภัยและได้ประโยชน์เต็มที่

หลายคนรู้จักใบโหระพาจากกลิ่นหอมเฉพาะตัวในอาหารไทย แต่รู้หรือไม่ว่าใบโหระพา สรรพคุณก็เด่นไม่แพ้กลิ่น วันนี้เราจะพาไปรู้จักประโยชน์ และวิธีบริโภคอย่างถูกต้อง

ใบโหระพาคืออะไร

ใบโหระพา (Sweet basil) คือสมุนไพรในวงศ์กะเพรา (Lamiaceae) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ocimum basilicum ลำต้นสีม่วง ใบมีกลิ่นหอมเฉพาะ นิยมนำมาใส่ในแกงเผ็ด ผัด หรือกินเป็นผักสดคู่กับอาหารอีสาน

ใบโหระพามีสรรพคุณเด่น ๆ ที่ควรรู้

  • ต้านอนุมูลอิสระ
    อุดมด้วยฟลาโวนอยด์และเบต้าแคโรทีน ช่วยลดความเสื่อมของเซลล์และชะลอวัย

  • ช่วยระบบย่อยอาหาร
    น้ำมันหอมระเหยในใบโหระพาที่มีตามธรรมชาติ มีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการท้องอืด แน่นท้อง และช่วยให้ระบบย่อยทำงานดีขึ้น

  • ลดการอักเสบ
    มีสาร Eugenol ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อหรือข้ออักเสบเล็กน้อย

  • เสริมภูมิคุ้มกัน
    วิตามินเอ วิตามินซี และธาตุเหล็กในใบโหระพาช่วยให้ร่างกายต้านทานโรคได้ดีขึ้น

  • ต้านเชื้อแบคทีเรีย
    สารสำคัญในน้ำมันหอมระเหยบางชนิดของใบโหระพามีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียบางสายพันธุ์ในลำไส้

ควรกินใบโหระพาอย่างไรให้ได้ประโยชน์

  • กินสด: เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีปัญหาทางเดินอาหารหรือระบบลำไส้

  • ใส่ในอาหารที่ปรุงสุก: เช่น แกงเผ็ด แกงป่า หรือลวกเล็กน้อยเพื่อไม่ให้สารสำคัญสูญเสียจากความร้อนมากเกินไป

  • ไม่ควรกินมากเกินไป: เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยเข้มข้นอาจระคายเคืองกระเพาะอาหารในบางคน

  • หญิงตั้งครรภ์ควรระวัง: ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานปริมาณมาก

ข้อควรระวังในการบริโภคใบโหระพา

  • หากมีอาการแพ้ เช่น คันปาก ผื่น หรือเวียนหัว ควรหยุดทันที

  • ไม่ควรกินติดต่อกันในปริมาณมากทุกวัน โดยเฉพาะในรูปแบบสกัดเข้มข้น

  • หลีกเลี่ยงใบโหระพาที่มีคราบขาวหรือเน่าเสีย เพราะอาจมีเชื้อรา

สรรพคุณของใบโหระพา ไม่ได้มีแค่กลิ่นหอมในจานอาหาร แต่ยังเปี่ยมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยย่อยอาหาร และส่งเสริมภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตาม ควรบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ และหลีกเลี่ยงการกินในรูปแบบเข้มข้นโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...