โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

รักษาการผู้ว่าการ กยท. พร้อมบริหารยางพาราไทยทั้งระบบสู่มาตรฐานโลก

เดลินิวส์

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 15.56 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 08.56 น. • เดลินิวส์
“ดร.เพิก” ชูนโยบายหลัก

ดร.เพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยหลังเข้ารับตำแหน่ง รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท. ว่า แนวทางในการขับเคลื่อนยางพาราผ่านนโยบายหลักสำคัญว่า กยท. จะดำเนินงานโดยคำนึงถึงหลักสำคัญ 3 ประการ คือ “อยู่ได้ พอใจ ยั่งยืน” ซึ่งการจะขับเคลื่อนให้ถึงเป้าหมายนั้น จะต้องผลักดันมาตรการต่างๆ ในการบริหารจัดการยางพาราให้ครอบคลุมทุกมิติ เกิดการสร้างเสถียรภาพให้กับราคายาง ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้ชาวสวนยางมีคุณภาพชีวิตเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และสร้างความยั่งยืนให้แก่ผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับยางพาราตลอดห่วงโซ่อุปทาน ประการที่ 1 “อยู่ได้” กยท. จะสร้างความมั่นคงในอาชีพให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง ด้วยการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มรายได้ ผ่านการผลิตปัจจัยการผลิตภายใต้แบรนด์ของ กยท. ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการทำสวนยาง ได้ไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท/ตัน ซึ่งเริ่มต้นจากการผลิตปุ๋ยยางตามสูตรภูมิภาคตามชุดภาคพื้นดินที่มีค่าวิเคราะห์ สำหรับใช้ช่วงก่อน-หลังเปิดกรีด เพื่อนำมาใช้เองภายในประเทศก่อน 100,000 ตัน ก่อนขยายไปยังตลาดต่างประเทศ

นอกจากนี้ กยท. ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความรู้และนวัตกรรมแก่เกษตรกรฯ อย่างต่อเนื่องผ่านการการถ่ายทอดเทคโนโลยีการทำสวนยางที่ได้มาตรฐาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มผลผลิต นำมาสู่รายได้ที่เพิ่มมากขึ้นให้ชาวสวนยางได้ในระยะยาว ประการที่ 2 “พอใจ” กยท. จะเดินหน้าบริหารจัดการโรคใบร่วงอย่างจริงจัง ด้วยการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนำงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ามาช่วยในการแก้ปัญหาโรคใบร่วงอย่างเป็นรูปธรรมในขณะเดียวกัน กยท. ยังคงผลักดันการออกโฉนดไม้ยางทั่วประเทศ โดยร่วมมือกับ ธ.ก.ส. เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้ไม้ยางเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ ถือเป็นการเปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นทุนสำหรับการประกอบอาชีพการทำสวนยาง เสริมความมั่นคงทางการเงินให้ชาวสวนยางทั่วประเทศ

หลักสำคัญประการสุดท้าย คือ “ยั่งยืน” กำหนดเป้าหมายให้ผลิตภัณฑ์ยางไทยมีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในตลาดโลก จึงมุ่งดำเนินการสร้างตลาดยางมาตรฐานเดียวกัน 500 ตลาดทุกท้องถิ่นทั่วไทย รองรับ EUDR มีกระบวนการรับซื้อยางที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้ถึงสวนยางที่ปลูก คาดว่าจะเพิ่มมูลค่ายางได้ไม่ต่ำกว่า 3 บาท/กิโลกรัม ควบคู่กับการผลิตยางที่มีมาตรฐานเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตในสวนยางและการทำสวนยางแบบ BCG Model ที่จะช่วยเพิ่มรายได้เสริมให้ชาวสวนยางได้ ทั้งนี้ ยังคงเดินหน้ามาตรการเข้มงวดการนำเข้ายางเถื่อนแบบจริงจัง ควบคุมการนำเข้าการกักตุนและการเก็งกำไร เพื่อไม่ให้กระทบต่อราคาผลผลิตในประเทศ นอกจากนี้ กยท. ยังมุ่งมั่นเพิ่มมูลค่าให้ยางพาราไทยอย่างต่อเนื่อง ร่วมมือกับภาคเอกชนผลิตยางล้อแบรนด์ กยท. สำหรับใช้ในหน่วยงานภาครัฐก่อนขยายสู่ตลาด ช่วยดูดซับยางออกจากระบบได้มากกว่า 400,000 ตัน/ปี อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการแปรรูปผลิตภัณฑ์ปลายน้ำอย่างจริงจัง และขับเคลื่อน กยท. สู่การเป็นผู้กำหนดราคากลางของตลาดยางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นกลไกหลักในการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กร โดยสนับสนุนให้บุคลากรของ กยท. มีการพัฒนาศักยภาพตนเองอย่างต่อเนื่อง ผ่านการส่งเสริมองค์ความรู้ การหา connection จากหน่วยงานพันธมิตร เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ รวมถึงการกำหนดให้บุคลากรปฏิบัติงานในตำแหน่งที่ตรงกับความสามารถและความเชี่ยวชาญเฉพาะ เพื่อเสริมให้การดำเนินงานขับเคลื่อนภารกิจของ กยท. เป็นไปได้อย่างเต็มศักยภาพและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจะส่งผลโดยตรงถึงการสนับสนุนและส่งเสริมการประกอบอาชีพชาวสวนยางและทุกอาชีพที่เกี่ยวข้องในระบบยางพาราตลอดห่วงโซ่อุปทานได้อย่างครอบคลุม จนเกิดเป็นความยั่งยืนในระยะยาว”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...