โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สหรัฐฯ - จีน เริ่มต้นเจรจาที่ลอนดอน หวังแก้ไขสงครามการค้า

SpringNews

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 03.57 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 03.53 น.

คณะผู้แทนที่นำโดยเหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีของจีน และโฮเวิร์ด ลุตนิค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้พบปะกันที่กรุงลอนดอนของอังกฤษเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อพยายามคลี่คลายความตึงเครียดของสงครามการค้าระหว่างสองประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุด ท่ามกลางการจับตาของทั่วโลกที่ต่างได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าครั้งนี้ไม่มากก็น้อย

การเจรจาดังกล่าวสิ้นสุดลงในช่วงบ่ายของวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น แต่ดูเหมือนจะยังไม่ได้ข้อสรุปที่น่าพึงพอใจ ซึ่งหมายความว่าการเจรจาจะยังคงต้องดำเนินต่อไปอีกในวันอังคารนี้

นายเควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของสหรัฐฯ กล่าวก่อนการประชุมว่า เป้าหมายหนึ่งของการเจรจาคือการทำให้จีนยุติข้อจำกัดในการส่งออกแร่ธาตุหายาก ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สร้างความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างทั้งสองประเทศ เนื่องจากจีนกำลังควบคุมอุปทานแร่ธาตุหายากของโลกที่ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมของสหรัฐฯ อย่างรุนแรง

การพูดคุยครั้งนี้ยังนับเป็นการเจรจาที่ต่อเนื่องมาจากการเจรจาที่นครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งส่งผลให้สงครามการค้าผ่อนคลายลงชั่วคราว หลังทั้งสองประเทศตกลงที่ลดระดับการจัดเก็บภาษีนำเข้าระหว่างกันเป็นเวลา 90 วัน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังได้สนทนาทางโทรศัพท์กับผู้นำจีน สีจิ้นผิง เป็นเวลานานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์ให้กลับมาเป็นปกติ ก่อนจะประกาศผ่านโซเชียลมีเดียว่าการเจรจาการค้าจะกลับมาดำเนินการอีกครั้งที่กรุงลอนดอน

ขณะที่ภายหลังจากการเจรจาเมื่อวันจันทร์ ทรัมป์กล่าวว่าทุกอย่างกำลังดำเนินไปด้วยดี เขาได้รับรายงานด้านความคืบหน้าที่ดีจากกลุ่มผู้แทน โดยยังไม่เปิดเผยรายละเอียดหรือสาระสำคัญของการหารือ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...