โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หุ้นไทยเสี่ยงสูง หลัง ทรัมป์` เก็บภาษีไทย36% แนะปรับพอร์ตลงทุนใหม่

Manager Online

เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 13.42 น. • MGR Online

หุ้นไทยเสี่ยงปรับฐานที่ 1,050-1,120 จุด หลังสหรัฐฯเรียกเก็บภาษี 36% แต่ยังไม่หวังไม่หลุด 1,000 จุด ลุ้นเจรจากับสหรัฐฯ ก่อนเส้นตาย 1 ส.ค. นี้ โดยกลยุทธ์ลงทุนช่วงนี้ แนะขายทำกำไรช่วงสั้น และทยอยจัดหุ้นชุดใหม่เข้าพอร์ต เลี่ยงหุ้นมีปัจจัยลบ อย่างส่งออก-นิคมฯ แนะเอา AMATA, CBG, KTC ออกจากพอร์ต จัด TTB,CPAXT เข้าแทน หรือลงทุนหุ้นกลุ่ม Domestic Play และ กลุ่มปันผลสูง

ดาโอ ยังเชื่อ SET Index ไม่หลุด 1,000 จุด

ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า หลังจากประเทศไทยถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา36% ไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศไว้เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. นี้ แม้ล่าสุด รมว. คลัง จะยื่นข้อเสนอการค้าให้สหรัฐฯไปแล้วเป็นรอบที่ 2 ก็ตาม ประเมินว่า ทำให้ตลาดตกหล่มด้วย 2 ตัวแปรใหญ่ที่ยังไม่รู้ทิศทาง คือ ผลการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ขั้นสุดท้าย และสถานะของนายกรัฐมนตรี แต่อย่างไรก็ตามผลของทั้ง 2 เรื่อง ไม่น่าทำให้ดัชนีฯลงไป new low หรือลงต่ำกว่า 1,000 จุดได้ ยกเว้นจะเกิด Big Surprise ยุบสภาฯ หรือไทยไปติดกลุ่ม 3 ในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ เมื่อถึง 1 ส.ค.นี้

ส่วนกลยุทธ์ ยังเป็นการขายทำกำไรช่วงสั้น และทยอยจัดหุ้นชุดใหม่เข้าพอร์ต โดยเลือกหุ้นที่ราคาไม่แรงผสมกับหุ้นที่มีปัจจัยบวกสนับสนุน ควรเลี่ยงหรือใช้ความระมัดระวัง ในการลงทุนหุ้นมีปัจจัยลบในช่วงนี้ ถ้าเป็นเรื่องเจรจาการค้าคือ หุ้นส่งออกและกลุ่มนิคมฯ ส่วนหุ้นที่อิงการเมือง จะเป็นหุ้นที่มีการรับงานหรือมีสัมปทานกับภาครัฐฯ

แนะนำ AMATA, CBG, KTC ออกจากพอร์ตช่วงนี้ และนำ TTB,CPAXT เข้ามาแทน แบ่งเป็น หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย TTB(10%),CPAXT*(10%),TOP(10%), SCB(10%)

บล.พาย มอง SET เสี่ยงปรับฐาน 1,050-1,120 จุด ลุ้นเจรจาสหรัฐฯ

ด้าน บล.พาย ประเมิน SET INDEX เสี่ยงปรับฐานในกรอบ 1050 – 1120 ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นอาจเลือก Wait & See เพราะอาจเผชิญกับแรง Panic Sell แต่อย่างไรก็ตามจะเป็นโอกาสให้กับนักลงทุนระยะกลาง - ยาว ในการสะสมหุ้นที่อาจไม่มีผลกับสงครามการค้าหรือผลกระทบมีผลไม่มากนักประกอบไปด้วยกลุ่มโรงพยาบาล (BDMS) กลุ่มที่อิงต่างประเทศ (MINT) ค้าปลีก (BJC CPALL) Non Bank (MTC SAWAD TIDLOR) ธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK KTB SCB)

นอกจากนี้ขึ้นกับข้อเสนอที่ทางไทยยื่นให้กับสหรัฐฯ ซึ่งล่าสุดวานนี้ทางรัฐบาลได้เสนอภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ในบางชนิดที่ระดับ 0% ก็คงต้องรอติดตามว่าจากนี้ทางรัฐบาลไทยจะดำเนินการเจรจาอย่างไร แต่ระยะสั้นเชื่อว่าตลาดหุ้นมีโอกาสปรับลงและจะกระทบกับนิคมอุตสาหกรรมกับกลุ่มส่งออก แต่ SET INDEX ที่ 1xPBV น่าจะเป็นแนวรับที่แข็งแกร่ง (1,060 จุด)

ลิเบอเรเตอร์ แนะ ระวังหุ้นกลุ่มส่งออก หันแนะนำกลุ่มสื่อสาร ท่องเที่ยว

บล.ลิเบอเรเตอร์ ระบุว่า หากพิจารณาของไทยซึ่งโดนเก็บภาษีนำเข้าที่ 36% ถือเป็นอัตราคงเดิมที่เคยประกาศไว้ตั้งแต่ 2 เมษายน สวนทางกับประเทศส่วนใหญ่ในรอบนี้ได้ปรับลดภาษีลง ดังนั้นสะท้อนถึงแผนการเจรจาของไทยในรอบล่าสุดที่ค่อนข้างน่าผิดหวัง ซึ่งหากเป็นเช่นนี้คาดจะส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยเป็นอย่างมาก ดังนั้นในช่วงที่เหลือก่อนการเริ่มเก็บจริง 1 ส.ค. ทางไทยจะต้องรีบเสนอแผนการลดการขาดดุลของสหรัฐฯอย่างมีนัยสำคัญ

คาด SET จะตอบรับเชิงลบ โดยมีแนวรับที่บริเวณ 1100 และ 1080 จุด ระมัดระวังกลุ่มส่งออกซึ่งคาดจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากอัตราภาษีนำเข้าสหรํฐฯที่อยู่ที่ระดับสูงถึง 36% ซึ่งถือว่าสูงกว่าประเทศคู่แข่งสำคัญอย่างเวียดนาม ที่โดนที่ระดับเพียง 20% อย่างไรก็ดี กลุ่มที่อาจเข้ามาสลับพยุงเช่น กลุ่ม Domestic Play ที่ Valuation น่าดึงดูด และกลุ่มปันผลสูง ที่แนวโน้มผลการดำเนินงานยังคาดเติบโตดี โดยแนะนำ กลุ่มสื่อสาร, ท่องเที่ยว, ไฟฟ้า และโรงพยาบาล

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...