โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไหนว่าข่าวลือ ย้อนคำพูด แพทองธาร-พิชัย หลัง สหรัฐฯ ร่อนจดหมาย รีดภาษี 36%

Thaiger

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 09.59 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 02.58 น. • Thaiger ข่าวไทย

ย้อนคำพูด แพทองธาร ที่เคยกล่าวว่าไทยมี ดีลลับ กับสหรัฐฯ และ พิชัย ที่ปฏิเสธข่าวลือภาษี 36% หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งจดหมายแจ้งเก็บภาษีไทยที่ 36% จริงตามที่เคยประกาศไว้

(วันที่ 8 กรกฎาคม 2568) จากกรณีที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งจดหมายแจ้งตัวเลขกำแพงภาษีชุดใหม่ หลังจากที่ครบเวลา 90 วัน ในการเจรจาขอลดกำแพงภาษี โดยไทยเป็นหนึ่งใน 14 ประเทศ ที่ถูกสหรัฐฯเก็บภาษีที่ 36% ตามที่ทรัมป์เคยประกาศเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ในวันนี้จะมาย้อนคำพูดของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กับ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไว้ว่าอย่างไรบ้าง

แพทองธาร เคยกล่าวไว้ว่า มีดีลลับที่ไม่สามารถเปิดเผยได้

นางสาวแพทองธาร เคยกล่าวไว้ในรายการ “โอกาสไทยกับนายกแพทองธาร” ตอนพิเศษ สร้างโอกาสในวิกฤต สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และนักลงทุน ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT2HD เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ในตอนหนึ่งว่า

“เราเตรียมมาตลอดแม้กระทั่งเรื่องสินค้าเกษตร ที่ส่งออกหรือนำเข้าจากสหรัฐว่าเป็นอย่างไร เราเก็บภาษีเขาเท่าไร เขาเก็บภาษีเราเท่าไร เรามีกฎและข้ออะไรบ้างที่ช่วยเรื่องนี้ได้บ้าง ซัพพอร์ตผู้ประกอบการอย่างไร

ภาพจาก: FB/ Ing Shinawatra

ต้องขอทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่า สมุมติกำลังดีลกันอยู่ อย่างที่ คนไทยชอบพูดว่าดีลลับ อันนี้ก็ประมาณนั้นก็ได้ เหมือนว่าคุยเรื่องของดีเทลอยู่ว่าดีลลับทำอะไรได้บ้าง มีความยืดหยุ่นอะไรได้บ้าง อันนี้ ไม่สามารถเปิดเผยได้ ว่ากำลังดีลสินค้าตัวนี้อยู่ ไม่อย่างนั้นประเทศอื่นก็ได้ยินหมด มีทุกประเทศทั่วโลกมาต่อรองกับสหรัฐ

ถ้าเขาเปิดเผยหรือเฉลยว่าประเทศนั้นประเทศนี้จะทำอะไรได้บ้าง แน่นอนว่าต้องถูกเปรียบเทียบแน่นอนว่าประเทศฉันไม่ได้หรือ โควต้ายังไง มันจะเกิดความวุ่นวายแน่นอน

เพราะฉะนั้นทุกประเทศ รวมถึง ประเทศไทยต้องมีการดีลลับอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย เป็นการมีมารยาทให้กับทุกประเทศ ให้เกียรติทุกประเทศว่าเราคุยของเราไปก่อน เพื่อที่จะต่อรองอะไรได้บ้าง อนาคตมีอะไรแลกเปลี่ยนกับเขาได้บ้าง อันนี้คือสิ่งสำคัญว่าเราต้องดีลแบบนี้ ทุกประเทศก็ดีลแบบนี้ ไม่มีใครออกมาพูดเสียงดังเกินไป

อย่างที่บอกความรวดเร็ว มันไม่ใช่ตัวกำหนดว่าต้องรวดเร็ว แต่เราต้องแม่นยำในการต่อรองในการพูดคุย และการคุย ความรวดเร็วดูแท็กของเวลา ว่าเราอยู่ในแท็กเวลา เราไม่หลุดออกจากกรอบแน่นอน เราจะเห็นได้ว่าเวลาที่คุยเรื่องภาษีมีการเปลี่ยนแปลง สหรัฐอเมริกามีการปรับกับประเทศนั้นประเทศนี้มีตลอด

ฉะนั้นเรารอดูอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ ในกระเป๋าเราตุนไว้มากมายแล้ว ขอให้สบายใจเรื่องนี้ ตอนนี้การเจรจาแบบไม่เป็นทางการมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ไม่เคยขาดหายไปเลย ดิฉันเองอัพเดตกับนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และ รมว.คลัง อยู่สม่ำเสมอ ขอให้ประชาชนสบายใจว่าเรื่องนี้รัฐบาลคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากและต้องเตรียมความพร้อมอย่างหนักแน่น จนถึงวันที่เราได้สามารถเจรจาต่อรอง”

พิชัย เคยกล่าวไว้ว่า ข่าวลือสหรัฐฯ เก็บภาษีไทย 36% นั้นไม่เป็นความจริง

นายพิชัย เคยชี้แจงไว้เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมาว่า “กระแสข่าวว่าไทยจะถูกจัดเก็บอัตราภาษีที่ 18 – 36% ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง ปัจจุบันทีมประเทศไทยยังไม่ได้ข้อสรุปว่า อัตราภาษีที่สหรัฐฯ จะเรียกเก็บจากประเทศไทยนั้นจะอยู่ที่เท่าไหร่ โดยการตัดสินใจอัตราภาษีทั้งหมดนี้ ฝ่ายสหรัฐฯ จะแจ้งผลภาษีอย่างเป็นทางการและแจ้งพร้อมกัน ขอให้รอผลอย่างเป็นทางการเท่านั้น

ภาพจาก: รัฐบาลไทย

การพูดคุยทุกวันนี้และทุกนาที เป็นการเจรจากับทุกทีมที่เกี่ยวข้องทั้งของสหรัฐฯ และไทย ซึ่งยังถือเป็นชั้นความลับที่เปิดเผยไม่ได้ตามข้อตกลงและมารยาทการเจรจา เพราะมีข้อเจรจาที่ยังต้องพิจารณากันอีก แต่ยืนยันได้ว่าคณะทำงานปักธงเจรจาโดยยึดผลประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นสำคัญ ข้อตกลงจะต้อง Win-win และยั่งยืนกับทั้งสองประเทศ

ผมคิดว่าการที่ทางสหรัฐฯ มาคุยกับทีมประเทศไทย เป็นสัญญาณที่ชี้ไปในทางบวก สหรัฐฯ ยังเปิดโอกาสทำงานร่วมกับเราเพื่อหาจุดลงตัวของทั้ง 2 ประเทศ ทั้งนี้หวังว่าในช่วงนั้นจะได้อัตราภาษีที่เป็นประโยชน์กับประเทศไทยต่อเนื่องจนกว่าการเจรจาลงรายละเอียดจะแล้วเสร็จ แน่นอนว่า อัตราภาษีที่เราคาดหวัง คือต้องต่ำที่สุด เพื่อให้ประเทศไทยยังคงแข่งขันได้”

หลังจากที่ทรัมป์ได้ส่งจดหมาย แจ้งตัวเลขภาษีใหม่กับไทย ในอัตราเดิมที่ 36% แล้ว ต้องรอติดตามว่า นายพิชัย จะมีคำชี้แจงต่อประเด็นดังกล่าว และท่าทีต่อจากนี้อย่างไรบ้าง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...