โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“อาเซียน” ประชุมที่กัวลาลัมเปอร์ สัปดาห์นี้ ท่ามกลางแรงกดดันภาษีสหรัฐ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 12.18 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 05.18 น.

"อาเซียน" ประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศที่มาเลเซีย ท่ามกลางแรงกดดันจากภาษีทรัมป์ - ถกเมียนมา ทะเลจีนใต้ และบทบาทใหม่ของสหรัฐในภูมิภาค

วันที่ 8 กรกฎาคม 2568 เวลา 11.04 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่าที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน (ASEAN Foreign Ministers' Meeting) กำลังจัดขึ้น ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีวาระสำคัญที่ครอบคลุมทั้งด้านความมั่นคง การค้า และเสถียรภาพทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้เงาร่มของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากนโยบายภาษีใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ทรัมป์ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าใหม่กับ 14 ประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มอาเซียน ได้แก่ เมียนมาร์และลาว 40% ไทยและกัมพูชา 36% อินโดนีเซีย 32% และมาเลเซีย 25% โดยมีเพียงเวียดนามที่สามารถบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับวอชิงตันได้ก่อนเส้นตาย 1 สิงหาคม 2568

ประเด็นภาษีจึงกลายเป็นวาระร้อนในการประชุมอาเซียนปีนี้ ซึ่งตรงกับวันครบกำหนดการเจรจาภาษีรอบแรกที่สหรัฐเคยประกาศไว้ โดยในร่างแถลงการณ์ร่วมของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนมีถ้อยคำที่แสดงความกังวลต่อความตึงเครียดทางการค้าระดับโลกที่เพิ่มขึ้น และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ แม้จะไม่ได้เอ่ยชื่อสหรัฐโดยตรง

ขณะเดียวกันสหรัฐได้ส่ง มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ ร่วมประชุมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในบทบาทใหม่นี้ โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์ระบุว่า รูบิโอมุ่งแสดงเจตจำนงสนับสนุนภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่เสรี เปิดกว้าง และมั่นคง พร้อมเน้นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับอาเซียน

นักวิเคราะห์ชี้ว่า รูบิโอจะต้องเผชิญทั้งความคาดหวังและความระแวงจากชาติอาเซียน โดยเฉพาะประเด็นนโยบายการค้าและความมั่นคงที่ยังไม่ชัดเจน

ฮาฟิดซี ราซาลี ซีอีโอของ Strategic Counsel ในมาเลเซีย กล่าวว่า “อาเซียนไม่ใช่ช่องทางผ่านเพื่อกีดกันจีน …กลุ่มประเทศอาเซียนมีเอกลักษณ์เฉพาะของตนเอง ต้องการเป็นพันธมิตรกับหลายประเทศแต่ไม่ยอมเป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง”

นอกจากนโยบายภาษีแล้ว การประชุมยังครอบคลุมถึงความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ ที่หลายชาติสมาชิกมีข้อพิพาทกับจีนโดยตรง และสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกรณีอิหร่าน-อิสราเอลที่อาเซียนมีความกังวลเพิ่มขึ้นจากความใกล้ชิดทางภูมิรัฐศาสตร์มากกว่ากรณีในฉนวนกาซา

สำหรับประเด็นภายในภูมิภาค สถานการณ์ในเมียนมาร์ยังคงเป็นประเด็นเร่งด่วน หลังการรัฐประหารในปี 2564 ที่นำไปสู่สงครามกลางเมืองยืดเยื้อ แม้มาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนปีนี้จะพยายามขับเคลื่อนแนวทางด้านมนุษยธรรมและเสนอแนวคิดตั้งผู้แทนพิเศษถาวรด้านเมียนมา แต่ยังคงเผชิญแรงต้านภายในกลุ่มสมาชิก

นอกจากนี้ยังเกิดความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชาเกี่ยวกับปัญหาเขตแดน ส่งผลให้ศาลไทยมีคำสั่งนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย หยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อที่ประชุมอาเซียนในการรักษาเอกภาพของกลุ่มท่ามกลางวิกฤตหลายด้าน

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจอาเชียน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...