แบงก์ชาติออสเตรเลีย ตรึงดอกเบี้ยที่ 3.85% เงินเฟ้อลด-การใช้จ่ายอ่อนแรง
แบงก์ชาติออสเตรเลีย ตรึงดอกเบี้ยที่ 3.85% สวนกระแสคาดการณ์ อ้างรอข้อมูลยืนยันเงินเฟ้อชะลอลงอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความไม่แน่นอนสงครามการค้าทรัมป์
วันที่ 8 กรกฎาคม 2568 เวลา 11.47 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.85% สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดการเงินที่ก่อนหน้านี้คาดการณ์กันเกือบทั้งหมดว่า RBA จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง จากอัตราเงินเฟ้อที่ชะลอตัวและการบริโภคในประเทศที่อ่อนแรง
หลังจากประกาศคงดอกเบี้ย ดอลลาร์ออสเตรเลียพุ่งขึ้นทันที 0.8% แตะระดับ 0.6545 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลอายุ 3 ปีร่วง 13 จุด มาที่ 96.58 หลังจากขาดความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ย
โดยในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินซึ่งกินเวลาสองวัน RBA ระบุว่า คณะกรรมการยังคงระมัดระวังต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ โดยมีสมาชิก 6 คนจากทั้งหมดลงมติให้คงดอกเบี้ย ขณะที่อีก 3 คนลงมติให้ลดดอกเบี้ย ซึ่งถือเป็นความเห็นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน และเกิดขึ้นไม่บ่อยนักในคณะกรรมการ ซึ่งตลาดก่อนหน้านี้แทบจะมั่นใจว่า RBA จะลดดอกเบี้ยลงสู่ระดับ 3.60% ในรอบนี้ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานได้ชะลอตัวลงมาอยู่ที่กึ่งกลางของกรอบเป้าหมาย 2–3% และการใช้จ่ายผู้บริโภคชะลอตัวมากกว่าที่คาด
แถลงการณ์ของ RBA ระบุว่า “คณะกรรมการพิจารณาแล้วว่ายังสามารถรอข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อยืนยันว่าอัตราเงินเฟ้อกำลังเข้าสู่ระดับเป้าหมายที่ 2.5% อย่างยั่งยืน”
นอกจากนี้ RBA ยังเน้นว่าหากมีการเปลี่ยนแปลงในระดับนานาชาติที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจหรือเงินเฟ้อของออสเตรเลีย นโยบายการเงินก็สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว
แม้ RBA จะลดดอกเบี้ยในเดือนกุมภาพันธ์และพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่การบริโภคของประชาชนยังคงอ่อนแอ โดยเงินออมยังคงสูงกว่าการใช้จ่าย แม้ว่าราคาบ้านจะทำสถิติสูงสุดใหม่และรายงานยอดค้าปลีกหลายเดือนยังสะท้อนว่าผู้บริโภคยังคงรัดเข็มขัด แม้จะได้รับการลดภาษีมาก่อนหน้านี้ก็ตาม
ข้อมูลเงินเฟ้อรายเดือนล่าสุด (พ.ค.) ชี้ว่าดัชนี Trimmed Mean ซึ่งเป็นตัวชี้วัดหลักอยู่ที่ 2.4% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปีครึ่ง ต่ำกว่ากึ่งกลางของกรอบเป้าหมาย 2-3% จึงทำให้นักเศรษฐศาสตร์หลายรายปรับคาดการณ์ว่าการลดดอกเบี้ยน่าจะเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม แทนที่จะเป็นเดือนสิงหาคม
อย่างไรก็ตามตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง โดยอัตราว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.1% มาเป็นเวลากว่า 1 ปี ซึ่งทำให้ RBA ยังคงระมัดระวังในการใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ
นอกจากนี้การที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศเดินหน้าขึ้นภาษีกับประเทศคู่ค้าหลายแห่งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา รวมถึงญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เพิ่มความไม่แน่นอนให้กับภาพรวมเศรษฐกิจโลก ซึ่ง RBA ก็เตรียมพร้อมที่จะตอบสนองหากสถานการณ์ลุกลาม
อ้างอิง : www.reuters.com