รู้ยัง!สถิติราคาทองเดือน ก.ค.มักขยับขึ้น! จับตา FOMC–ทรัมป์ชี้ขาดภาษี ลุ้นทะลุแนวต้าน 3,360 ดอลลาร์
ราคาทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นในระยะกลางถึงยาว โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค ทั้งแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ รวมถึงความไม่แน่นอนจากนโยบายเศรษฐกิจของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อาจส่งผลต่อภาวะเงินเฟ้อและหนี้สาธารณะ
Aussiris Mext Gold Investment ระบุว่า ราคาทองคำสัปดาห์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวผันผวน โดยเริ่มจากการถูกขายออกเพียง 500 บาทในวันจันทร์ ก่อนขยับขึ้นแตะจุดสูงสุดที่ 51,400 บาทในวันพฤหัสบดี (3 ก.ค.) และปรับลงมาอยู่ที่ 51,150–51,200 บาทในวันศุกร์
ขณะที่ราคาทองคำแท่ง ณ วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 เวลา 15:25 น.
บริษัท Ausiris ขายออกที่ 51,164 บาท
สมาคมค้าทองคำรายงานราคาขายออกที่ 51,200 บาท
ด้าน Gold Spot อยู่ที่ระดับ 3,344 ดอลลาร์
ทองคำปี 68 ผลตอบแทนเด่น
ในปี 68 ราคาทองคำปรับตัวขึ้นกว่า 25% (YTD) โดยราคาทองคำแท่งในประเทศทำจุดต่ำสุดไว้ที่ 42,550 บาท และสูงสุดที่ 54,800 บาท ส่วน Gold Spot ขยับจากจุดต่ำสุดที่ 2,614 ดอลลาร์ ขึ้นสู่จุดสูงสุดที่ 3,500 ดอลลาร์
ดบ.ขาลง–ดอลลาร์อ่อน! หนุน
Fed มีแนวโน้มจะปรับลดดอกเบี้ย 0.25% จำนวน 2 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้ และอีก 1 ครั้งในปี 2026 ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง โดยลดลงแล้วกว่า 10% ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อทองคำเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางการคลัง
ด้านนโยบาย “One Big Beautiful Bill” ของทรัมป์ ที่เน้นลดภาษีและเพิ่มการใช้จ่าย อาจสร้างภาระหนี้เพิ่มเติมถึง 3.4 ล้านล้านดอลลาร์ และกระตุ้นภาวะเงินเฟ้อในอนาคต ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ
ปัจจัยที่ต้องติดตามสัปดาห์นี้
ตลาดยังรอความชัดเจนจากปัจจัย 4 ด้าน ได้แก่
1. เส้นตายการเจรจาการค้าสหรัฐฯ (9 ก.ค.) – หากไม่มีการขยายเส้นตายและมีการเก็บภาษีทั่วโลกจริง ทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้น
2. ประชุม FOMC (10 ก.ค. เวลา 01:00 น.) – หากมีสัญญาณเร่งลดดอกเบี้ย ทองจะได้แรงหนุน
3. ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (10 ก.ค. เวลา 19:30 น.)
4. ความเห็นของสมาชิก FOMC ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ (11 ก.ค. เวลา 01:00 น.)
ราคาทองเดือนก.ค.มักขยับขึ้น!
ข้อมูลเชิงสถิติระบุว่า ราคาทองคำในเดือนกรกฎาคมมักปรับตัวขึ้น โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทองคำเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway Up ถึง 7 ปี สอดคล้องกับรูปแบบในปี 60 ที่ทองคำอ่อนตัวปลายมิถุนายน ก่อนจะฟื้นตัวดีในเดือนกรกฎาคม ท่ามกลางบริบทของทรัมป์ในตำแหน่งประธานาธิบดี
กลยุทธ์ลงทุน "ซื้อเมื่อย่อ"
ในระยะกลางถึงยาว แนะนำให้ทยอยสะสมทองคำโดยใช้กลยุทธ์ DCA (Dollar Cost Average) ในช่วงราคาทองคำอ่อนตัว โดยมีแนวรับที่น่าสนใจอยู่ที่ช่วง 48,000 – 51,000 บาท/บาททองคำ
เหมาะกับนักลงทุนที่มองถือครองระยะ 1–5 ปี
ในระยะสั้น (Gold Spot)
แนวต้านสำคัญ 3,360 ดอลลาร์ หากผ่านได้ มีโอกาสไปถึง 3,400–3,450 ดอลลาร์
แนวรับ 3,330 / 3,300 / 3,250 ดอลลาร์
หากยังไม่สามารถทะลุ 3,360 ดอลลาร์ได้ นักลงทุนฝั่งขายยังได้เปรียบ
ในระยะสั้น (ทองคำไทย)
แนวต้าน 51,300 บาท หากทะลุอาจเห็น 52,000 บาท
แนวรับ ประมาณ 51,000 บาท หากหลุด อาจย่อลงสู่ช่วง 50,000 ต้นๆ
ค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง เป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำในประเทศ