โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เกมเจรจาการค้าเดือด! หุ้นพลังงานไร้ผลกระทบ

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 02.56 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 09.00 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (KSS) ระบุว่า ลดภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ เหลือ 0% กระทบจำกัด

เรามองว่าหากรัฐบาลไทยลดภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เหลือ 0% จะไม่กระทบการแข่งขันของกลุ่มพลังงานฯ อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากปัจจุบันมีการยกเว้นภาษีนำเข้า หรือแทบไม่เก็บภาษี สำหรับน้ำมันดิบ, LNG, ปิโตรเคมี และซีเมนต์ อยู่แล้ว

เราคาดว่ารัฐบาลมีแนวโน้มจะนำเข้า LNG เพิ่มมากที่สุด เนื่องจากยังเหลือช่องให้เพิ่มได้อีกราว 1–2 ล้านตันต่อปี (mta) และสามารถดำเนินการได้เร็วที่สุด

ในกรณี worst-case หากรัฐบาลเลือกนำเข้าพลังงานเกินความจำเป็นเพื่อชดเชยการเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ แทนการนำเข้าสินค้าอื่น ซึ่งโอกาสเกิดขึ้นถือว่าน้อย แต่หากเกิดขึ้น เรามองว่าจะเป็นลบต่อกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะ PTT และโรงกลั่น ซึ่งต้องแบกรับต้นทุน pool gas ที่สูงขึ้น และประสิทธิภาพการผลิต (production yield) ที่ไม่อยู่ในระดับเหมาะสม

ทั้งนี้ เรายังคงคำแนะนำ “Bullish” ต่อกลุ่มพลังงานฯ โดยเลือก PTG และ BCP เป็น top picks

ประเด็นสำคัญ
รัฐบาลไทยอยู่ระหว่างเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าไทยไปสหรัฐฯ เป็น 36% ภายใน 1 ส.ค. 2568 โดยไทยเคยเสนอแนวทางลดการเกินดุลการค้า (ปี 2024 อยู่ที่ราว 37 พันล้านดอลลาร์) ผ่านการสนับสนุนนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น หนึ่งในทางเลือกคือพลังงาน เช่น LNG, Ethane, น้ำมันดิบ หรือการลงทุนเพิ่มเติมในสหรัฐฯ

หากเปรียบเทียบกับเวียดนามที่ลดภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เหลือ 0% เรามองว่าผลกระทบต่อกลุ่มพลังงานของไทยยังจำกัด เพราะ:

น้ำมันดิบ/LNG: ไทยยกเว้นศุลกากรนำเข้าอยู่แล้วตามมาตรา 12

น้ำมันสำเร็จรูป: เก็บเพียง 0.01 บาท/ลิตร (~0.03%) จึงไม่มีนัยสำคัญ

ปิโตรเคมี: แม้มีการจัดเก็บสูงสุด 5% แต่ต้นทุนขนส่งจากสหรัฐฯ (~100 USD/ตัน) ยังคงสูงกว่าประโยชน์จากภาษีที่ถูกลง (5% ของราคา PE/PP ~47 USD/ตัน)

PET: ความกดดันน้อย เนื่องจากสหรัฐฯ ยังต้องนำเข้าอยู่ราว 1 mta

ซีเมนต์: นำเข้าเพียง 0.1% ของมูลค่านำเข้าโดยรวม ส่วนใหญ่เป็นเซรามิก ราคาขายในประเทศต่ำกว่าค่าขนส่งจากสหรัฐฯ จึงแข่งขันยากอยู่ดี

มุมมองเชิงกลยุทธ์
การนำเข้า LNG จากสหรัฐฯ มีโอกาสเกิดขึ้นได้เร็วที่สุด โดยยังไม่กระทบกับโครงสร้างก๊าซฯ ของประเทศ เนื่องจากมีช่องให้เพิ่มได้อีกราว 1–2 mta และราคา LNG จากสหรัฐฯ (ต่ำ/สูงกว่าราคาเฉลี่ย) อาจกระทบราคา pool gas เพียงเล็กน้อย (1–2 บาท/mmbtu)

PTT หากนำเข้า LNG เพิ่ม 1 mta จะเป็น upside ต่อกำไรธุรกิจก๊าซฯ ราว 490 ล้านบาท หรือ +0.5%

ในกรณี worst-case หากรัฐบาลนำเข้า LNG เกินความจำเป็นเพื่อแก้ปัญหาการค้ากับสหรัฐฯ จะเป็นลบต่อ PTT และผู้ใช้ก๊าซฯ ในประเทศ เพราะจะทำให้ราคา pool gas เพิ่มขึ้น (LNG ราคา ~360–400 บาท/mmbtu เทียบกับก๊าซฯ อ่าวไทย-พม่า ~150–330 บาท/mmbtu) ส่งผลให้ต้นทุนโรงแยกก๊าซฯ ของ PTT เพิ่มขึ้น ทุกๆ pool gas เพิ่ม 1 บาท/mmbtu จะกระทบกำไร -187 ล้านบาท

การนำเข้า Ethane ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2–3 ปี ส่วนโครงการ Alaska LNG เป็นโครงการระยะยาว ยังไม่สามารถใช้เป็นเครื่องต่อรองกับสหรัฐฯ ได้ในทันที

การเลือกใช้น้ำมันดิบจากสหรัฐฯ เพิ่ม มีโอกาสเกิดน้อย เพราะโรงกลั่นในประเทศส่วนใหญ่เดินเครื่องอยู่ในระดับ u-rate ที่เหมาะสมแล้ว หากปรับสูตรน้ำมันดิบใหม่ อาจกระทบต่อ production yield และค่าการกลั่น แม้ PTTGC, IRPC หรือ BCP ใช้น้ำมันดิบสหรัฐฯ บางส่วนอยู่แล้วก็ตาม

รัฐอาจทำได้แค่ “ขอความร่วมมือ” จากโรงกลั่น ซึ่งเรามองว่าโอกาสให้ความร่วมมืออย่างมีนัยสำคัญมีน้อย เนื่องจากอาจกระทบกำไรบริษัท และประเด็นด้านธรรมาภิบาล (Governance)

คำแนะนำการลงทุน
เรายังคงมุมมอง “Bullish” ต่อกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี

Top Picks:

BCP (TP 46.0 บาท): คาดฟื้นตัวเร็วกว่ากลุ่มโรงกลั่นใน 2H25F จากไม่มีแผนปิดซ่อมใหญ่ และได้ประโยชน์จากท่าเรือ VLCC ที่ประหยัดค่า freight

PTG (TP 10.5 บาท): 2Q25F คาดกำไรฟื้น QoQ ดีกว่ากลุ่ม จากไม่มี stock loss และคาดว่าค่าการตลาดจะฟื้นแรงใน 2H25F หลังการแทรกแซงจากกองทุนน้ำมันลดลงต่อเนื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...