โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"มนพร" ตอกย้ำ "20 บาทตลอดสาย" ดันแลนด์บริดจ์-ไฮสปีด ปลดล็อกเศรษฐกิจไทย ขึ้นแท่นฮับโลก

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 06.43 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 13.35 น.

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยในงานสัมมนาปลดล็อกอนาคตประเทศไทย สู้วิกฤตโลก ว่า สำหรับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท นั้นถือเป็นนโยบายในการพัฒนาด้านระบบขนส่งทางรางที่ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างมิติเศรษฐกิจ ให้กับคนกรุงเทพฯ

"ยอมรับว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ยากแต่ไม่เกินความสามารถของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย" นางมนพร กล่าว

ที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมภายใต้การดูแลของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการนโยบายรถไฟ 20 บาท

โดยเริ่มนำร่อง 2 สายแรกคือ รถไฟฟ้าสายสีม่วงและรถไฟฟ้าสายสีแดง ซึ่งพบว่าสถิติผู้โดยสารใช้บริการรถไฟฟ้าทั้ง 2สาย เพิ่มขึ้น 30%

"จากนโยบายนี้ทำให้เราเห็นโอกาสที่จะทำให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงการใช้บริการหรือรถไฟฟ้าในราคา 20 บาท ตลอดสายได้" นางมนพร กล่าว

อย่างไรก็ดีการเดินหน้านโยบายดังกล่าวจะต้องเร่งผลักดันผ่านร่างกฎหมายทั้ง 3 ฉบับ ประกอบด้วย ร่างพ.ร.บ.ตั๋วร่วมฯ ,ร่างพ.ร.บ.กรมรางฯ และร่างพ.ร.บ. รฟม. คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯในวาระที่ 2และวาระที่ 3 ภายในเดือนสิงหาคมนี้

นางมนพร กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่จะนำภาษีประชาชนมาใช้กับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทให้กับคนในกรุงเทพฯนั้น

ในปีงบประมาณ 2567 พบว่ารายได้การจัดเก็บภาษีของรัฐบาลในกรุงเทพฯ สามารถจัดเก็บภาษีได้ 48-49% ภาคเหนือ 1.9% ภาคอีสาน 2.8% และภาคใต้ 1.6%

เพราะฉะนั้นเราเป็นรัฐเดียวที่บริหารรายได้จากเงินภาษีของรัฐบาล ฃึ่งคนส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯเป็นคนต่างจังหวัดที่เข้ามาอาศัยในพื้นที่ดังกล่าว

นอกจากนี้รัฐเตรียมเดินหน้าสร้างระบบขนส่งมวลชนรอง (ฟีดเดอร์) เบื้องต้นที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติจัดหาเช่ารถเมล์อีวี เพื่อให้บริการในกรุงเทพฯและปริมณฑล

ซึ่งจะช่วยลดมลพิษทางอากาศและฝุ่น PM 2.5 ตลอดจนเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าทุกสาย เชื่อว่านโยบายเหล่านี้จะช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชนได้

นางมนพร กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งโครงการสำคัญของกระทรวงคมนาคมที่จะช่วยเปลี่ยนโลก คือ โครงการแลนด์บริดจ์ ที่มีมูลค่าถึง 1 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นการพัฒนาเขตเศรษฐกิจทั้ง 4 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช

โดยโครงการนี้ถือเป็นการขนส่งทางทะเลที่มีต้นทุนต่ำ

อย่างไรก็ดีภายในโครงการแลนด์บริดจ์ ประกอบด้วย การก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกที่จังหวัดชุมพรและจังหวัดระนอง

ตลอดจนการก่อสร้างรถไฟทางคู่และทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์ )

ทั้งนี้การก่อสร้างในระยะที่ 1 มีมูลค่า 5 แสนล้านบาท และทยอยก่อสร้างในระยะที่ 2 และระยะที่ 3 ต่อไป โดยสิ่งหนึ่งที่สำคัญนอกจากโครงการนี้คือการพัฒนาพื้นที่หลังท่าเรือ

โดยปัจจุบันรัฐบาลอยู่ระหว่างการผลักดันร่างพ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบ

นางมนพร กล่าวต่อว่า ขณะนี้พบว่ามีนักลงทุนต่างประเทศให้ความสนใจที่จะร่วมลงทุนในโครงการนี้ด้วย ซึ่งจะเป็นมิติในการสร้างการแข่งขันทางทะเลและช่วยลดต้นทุนการขนส่งโลจิสติกส์

ขณะเดียวกันยังคงผลักดันการพัฒนารถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) ซึ่งความเจริญไม่ได้มีแค่เฉพาะในกรุงเทพฯเท่านั้น

โดยครอบคลุมการขนส่งในภูมิภาค เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย - จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯนครราชสีมา และในระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ที่สามารถเชื่อมต่อการขนส่งไปยังประเทศสปป.ลาว และจีน

อย่างไรก็ดีที่ผ่านมาครม.มีมติอนุมัติสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) เพื่อเชื่อมภาคตะวันออก ซึ่งจะเป็นการขยายสร้างมิติการขนส่งทางรางที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการแข่งขันของโลก

"เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างพื้นฐานของคมนาคม จะเป็นตัวปลดล็อควิกฤตของประเทศไปสู่ความมั่นคงและความยั่งยืน ตลอดจนสร้างโอกาสให้ประชาชน สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างการแข่งขันให้ประเทศอีกครั้ง" นางมนพร กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...